อายัดตัว ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 ได้เลย หากได้รับการพักโทษ

6 ก.พ. 2567 - 14:14

  • ‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ ยัน ‘ตำรวจ’ อายัดตัว ‘ทักษิณ’ ที่ รพ.ตำรวจ คดี 112 ได้ทันทีหากเจ้าตัวผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ

  • เเย้ม ‘ราชทัณฑ์’ อยู่ระหว่างพิจารณาคุณสมบัติรายชื่อผู้ต้องขังกว่าพันรายทั่วประเทศที่ผ่านเกณฑ์โครงการพักโทษ

  • ปัดตอบปล่อยตัว 18 หรือ 22 ก.พ.นี้หรือไม่

the_police_were_able_to_arrest_thaksin_immediately_if_parole_SPACEBAR_Hero_ab086e6618.jpg

ประเด็นเรื่องการอายัดตัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ในหมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่ากระบวนการอายัดตัวสามารถทำได้หรือไม่ หาก ‘ทักษิณ’ ได้รับการพักโทษในคดีทุจริตเร็วๆนี้ 

ล่าสุดวันนี้ (6 ก.พ.) มีความเห็นจาก ‘สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์’ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่า ได้รับรายงานจาก ‘นัสที ทองปลาด’ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า หลังจาก ตำรวจ ปอท. และพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งการขออายัดตัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี จากคดีคงค้างเดิม ได้รับการยืนยันจาก ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำทักษิณเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีระหว่างการอายัดตัวผู้ต้องขังทาง ผบ.เรือนจำฯ จะไม่ได้รายงานมาที่กรมราชทัณฑ์ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจและอัยการเจ้าของคดีในการสอบสวนปากคำ อีกทั้งหนังสือขออายัดตัวผู้ต้องขังถือเป็นเรื่องปกติเป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างตำรวจและกรมราชทัณฑ์

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกศาลพิพากษาตัดสินคดีแล้ว ถ้าระหว่างนี้ยังมีการพิจารณาคดีอื่น ตำรวจจะแจ้งการอายัดขอตัวผู้ต้องหาไปที่เรือนจำฯ เพื่อให้เรือนจำฯ รู้ว่าถ้าครบวันจะปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือได้รับการพักโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรู้ก่อน ซึ่งทางเรือนจำฯ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับตัวผู้ต้องหานำส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการในคดีที่ขออายัดตัว ส่วนหากจะมีการขอประกันตัวใดๆก็เป็นไปตามกระบวนการ

S_113614906_8e1d784fc0.jpg
‘สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์’ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษทั้งในกรณีปกติและกรณีมีเหตุพิเศษว่าเป็นอย่างไรบ้างนั้น ‘สหการณ์’ อธิบายว่า เรื่องนี้ได้มีการประชุมไปเรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้รับจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังหลายพันราย จากทั้งหมด 143 เรือนจำทั่วประเทศ 

ขณะนี้รายชื่อทั้งหมดอยู่ในชั้นของกรมราชทัณฑ์ เพื่อเตรียมเสนอไปยังคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ จากนั้นจึงจะนำเสนอไปยังชั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งแต่ละขั้นตอนค่อนข้างมีความละเอียด เพราะต้องพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ต้องขังให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่ควรได้รับ 

แต่ไม่สามารถให้คำยืนยันได้ว่ารายชื่อของทักษิณอยู่ในเกณฑ์ผ่านเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษหรือไม่ แต่หากพูดตามหลักการ อดีตนายกรัฐมนตรีถือเป็นผู้ต้องขังสูงวัย มีอาการเจ็บป่วย และรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 แต่อย่างไรคณะกรรมการฯ ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และถ้ารายชื่อได้รับการรับทราบในชั้นกระทรวงยุติธรรม ก็ต้องแจ้งไปยังตำรวจ ปอท. เพื่อให้ดำเนินการเข้าอายัดตัวผู้ต้องหาในสถานที่คุมขังได้

เมื่อถามว่ารายชื่อของผู้ต้องขังทั้งหมดที่จะได้รับสิทธิ์พักโทษ กรมราชทัณฑ์จะตรวจสอบแล้วเสร็จและส่งไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษเพื่อพิจารณาทันสิ้นเดือน ก.พ.นี้หรือไม่‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ อธิบายว่า ส่วนตัวคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังที่ควรได้รับ หากครบกำหนดโทษวันใดก็ควรได้รับการปล่อยตัวในวันถัดไปจากวันครบกำหนดคุมขัง  

ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่า ‘ทักษิณ’ อาจได้รับการปล่อยตัววันที่ 18 ก.พ. หรือวันที่ 22 ก.พ.นี้ ‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ เพียงแต่อธิบายว่าโดยปกติแล้ว เรือนจำ-ทัณฑสถาน จะพิจารณาล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าโครงการพักการลงโทษได้ถึง 3 เดือน เพราะเราต้องการให้ผู้ต้องขังไม่เสียประโยชน์ในการที่เขาจะได้พักโทษ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์