คะแนนนิยมคือ ‘ยาพิษ’ นายกฯ ไม่ท้อแม้ถูกโพลกดดัน

28 ก.ย. 2568 - 16:18

  • ‘อนุทิน’ ชี้เป็นเครื่องเตือนสติต้องทำงานให้หนัก หลังผลโพลคะแนนนิยมพุ่ง

  • คาดหวังรัฐบาล รับ 4 เดือนกดดัน แต่ต้องไม่ท้อถอย พร้อมทำทันที

  • ภูมิใจ ‘สีหศักดิ์’ ตอกกัมพูชากลางเวทียูเอ็น

คะแนนนิยมคือ ‘ยาพิษ’ นายกฯ ไม่ท้อแม้ถูกโพลกดดัน

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจโพลหลายสำนักคาดหวังรัฐบาลใหม่และตัวนายกฯ ก็มีคะแนนความนิยมเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้จะเป็นความหวังให้ประชาชนมากน้อยแค่ไหนว่า เราต้องไม่ไปหลงใหลได้ปลื้มกับโพลความนิยม แต่ว่าดีใจไหมก็ดีใจ เป็นเครื่องเตือนสติว่ามีความคาดหวังเกิดขึ้นจากประชาชน การที่ประชาชนให้ความคาดหวังและให้กำลังใจโดยความเชื่อมั่นเป็นน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ แต่เราก็ต้องทำงานหนักตอบแทน เพื่อไม่ให้น้ำทิพย์กลายเป็นยาพิษ 

เมื่อถามว่า จะเป็นแรงกดดันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำงานก็ต้องมีแรงกดดันเป็นธรรมดา แต่เราต้องไม่ท้อถอย ต้องทุ่มเท เมื่อถามว่า 4 เดือนนี้จะเห็นผลจากนโยบายที่แถลงแน่นอนใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สไตล์การทำงานของพรรคภูมิใจไทย จะมีคำว่า ทำได้เร็ว ทำได้เลย ยิ่งช่วงเวลาที่ไม่ยาวนัก มันก็จะเข้ารูปแบบการทำงานของพรรคภูมิใจไทย เราอาจจะผ่านมาในช่วงที่ประเทศต้องการผลแบบควิกวินมาโดยตลอด ฉะนั้นเรามีความคล่องตัวในการทำงาน และถนัดในการทำงานควิกวิน ก็หวังว่าการวางแผนในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็จะวางรากฐานให้รัฐบาลชุดต่อไปหลังการเลือกตั้งเข้ามาสานต่อ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรที่เราจะเห็นได้ทันทีกับนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา อนุทิน กล่าวว่า ก็ทำทันที ส่วนเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ นายกฯ กล่าวว่า ก็เห็นแล้วใช่หรือไม่ อย่างที่ ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ รมว. ต่างประเทศ ที่ไปกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 80 เชื่อว่าเราได้ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนว่าจุดยืนรัฐบาลนี้เป็นเช่นไร สีหศักดิ์ นำแนวทางและนโยบายของรัฐบาลที่ได้หารือเป็นที่เรียบร้อยก่อนไปว่าเราจะแสดงจุดยืนอย่างไร ซึ่งนายสีหศักดิ์ก็ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ เป็นความภาคภูมิใจ คนที่ตั้งท่านขึ้นมาก็ภาคภูมิใจว่าบุคคลที่เรามอบให้มาทำงานมีความเชี่ยวชาญในด้านที่ท่านถนัด 

ภูมิใจ ‘สีหศักดิ์’ ตอกกัมพูชากลางเวทียูเอ็น 

สำหรับความเคลื่อนไหวด้านนานาชาติ ‘อนุทิน’ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ‘สีหศักดิ์’ กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 80 ตอบโต้กัมพูชา ว่า เห็นแล้วหรือไม่ วันนี้ รมว.ต่างประเทศที่ได้ไปแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เชื่อว่าได้ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนว่าจุดยืนของรัฐบาลนี้เป็นเช่นไร นายสีหศักดิ์นำแนวทางและนโยบายของรัฐบาลที่ได้หารือเป็นที่เรียบร้อยก่อนไปว่าเราจะแสดงจุดยืนอย่างนี้ ซึ่งท่านทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นความภาคภูมิใจ  คนที่ตั้งท่านมาก็ดีใจ ภาคภูมิใจว่าบุคคลที่เราได้มอบหมายให้มาทำงานมีความเชี่ยวชาญในด้านที่ท่านถนัด 

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชายังคงยั่วยุ อนุทิน กล่าวว่า เรื่องปกติ เราต้องอดทนต่อการยั่วยุแบบนี้ อดทนได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ชาวโลกและนานาชาติได้เห็นว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง ด้วยวัฒนธรรม ด้วยรูปแบบ และประเพณีของเรา ประเทศไทยเราไม่เคยไปรุกรานใคร ดูจากประวัติศาสตร์ได้ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนมาถึงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยเป็นฝ่ายถูกรุกรานมาโดยตลอด อดทนอดกลั้น บางครั้งต้องเสียอธิปไตยไป แต่บทเรียนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พวกเราก็เรียนประวัติศาสตร์มา ได้เห็นความอัปยศอดสูเวลาเราสูญเสียอธิปไตย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ตนจะไม่ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย

ส่วนกรณีที่บอกว่า รัฐบาลบอกชาวบ้านต้องอดทน แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านอดทนมาเต็มที่แล้ว ในขณะที่กัมพูชายังยั่วยุ รัฐบาลจะทำอย่างไร อนุทินขยายความว่า

"อดทนคือประเทศไทยเราต้องอดทน ส่วนเรื่องพี่น้องประชาชนเราจะเร่งให้มีการจัดการให้มีการดูแลความปลอดภัยแก่พวกเขา ถ้ามันถึงเวลาที่เราจะต้องตอบโต้ ซึ่งขณะนี้มันจะไม่เหมือนกับการทำงานในรัฐบาลชุดที่แล้ว"

อันนี้ไม่ได้ไปโทษอะไร ส่วนตัวอยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้วก็ควบคุมเรื่องฝ่ายปกครอง แต่ยังไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อกับฝ่ายทหารได้ 100% เพราะจะต้องผ่านตัวกลาง แต่มายุคนี้ถึงไม่มีรองนายกฯ ด้านความมั่นคง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ นายกฯ ต้องดูเอง ฉะนั้น ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ขึ้นอยู่กับส่วนตัว ก็จะให้ 3 กำลังผนึกเป็นหนึ่งเดียวที่จะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลไม่ให้ประเทศไทยถูกรุกราน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะตอบโต้ทันทีหรือไม่ เพราะช่วงนี้กัมพูชาฉวยโอกาส ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเปลี่ยนผ่านแม่ทัพ อนุทิน กล่าวว่า ต้องถือว่าทุกคนเข้ามา เริ่มวันที่ 1 ต.ค. ถือว่าเราไม่มีอะไรค้างคามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จริงๆ ตอนนี้ยังบริหารเต็มตัวไม่ได้ ต้องรอวันที่ 30 ก.ย.ก่อน ก็พอดีวันที่ 1 ต.ค. ก็กดปุ่มรีสตาร์ทใหม่ คราวนี้ทุกคนต้องเชื่อรัฐบาล ทุกคนต้องทำตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล 

เมื่อถามว่า จะมีอะไรที่เป็นนโยบายเชิงรุกมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจมาบ้าง อนุทิน กล่าวว่า คิดว่าในช่วงที่มีการเกิดเหตุและต้องอพยพชาวบ้านออกมา พรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ยังให้การดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ สามารถจัดการในเรื่องของศูนย์พักพิง ศูนย์อพยพได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีเขตอันตราย ตอนนี้เป็นรัฐบาลแล้ว เรามีกลไกของรัฐบาล และความคล่องตัว การรู้จักพื้นที่ รู้จักความต้องการของพี่น้องประชาชน นี่แหละถึงจะต้องบูรณาการการทำงาน ฝ่ายปกครองต้องดูแลพี่น้องประชาชน ตั้งแต่การกิน การอยู่ การนอน และความปลอดภัย ฝ่ายกองทัพต้องรักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ จะไปพูดคุยอะไรก็ตามสถานการณ์ แต่ต้องยึดประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสิ่งสูงสุด และนี่ไม่ใช่คำมั่น เป็นหน้าที่ เป็นภารกิจที่ต้องทำ ไม่ใช่คำมั่นสัญญา ไม่ใช่ว่าจะทำ แต่ทำแล้ว สั่งแล้ว       

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ ‘สีหศักดิ์’ ไปแถลงครั้งจะผิดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลยังไมได้แถลงนโยบาย อนุทิน กล่าวว่า ไปโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ความจำเป็นเร่งด่วน ถ้าสิ่งที่ท่านทำในวันนี้แล้วยังมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นของประเทศก็ไม่ทราบว่าจะตีความอย่างไรแล้ว จริงๆ ไม่ควรถามคำถามนี้ ถามแล้วทำให้คนสับสนเปล่าๆ

สิ่งที่ท่านทำ ท่านทำความสง่างาม ทำให้ประเทศไทยได้มีศักดิ์ศรี ทำให้คนรู้ว่าประเทศไทยเรารักสงบ แต่ถ้ารบก็ลองดู ก็มีความชัดเจนตรงนั้น จริงๆ จะไปด้วยซ้ำ ฉะนั้น ไม่ต้องมานั่งถามว่าไปได้หรือไม่ได้ การไปรักษาประเทศโดยที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายเป็นคนละเรื่องกันเลย แต่ตนมั่นใจในปะสบการณ์และความสามารถของ รมว.ต่างประเทศ ตนถึงกล้ามอบหมายให้ท่านไปปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่ตนก็ทำการแถลงนโยบายในที่ประชุมรัฐสภาได้รับทราบ เพื่อที่รัฐบาลจะได้เริ่มดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินได้ทันเวลา 4 เดือนยุบสภา  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์