‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยได้มอบหมายให้รมว.คลังเชิญประชุมในส่วนกระทรวงและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เพื่อจะให้ทุกฝ่ายได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รับทราบถึงแนวทางปัญหาในการรับมือ ซึ่งวันนี้เราได้ใช้เวลาประชุมกันพอสมควรและรับทราบมาว่า ขณะที่ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นประเทศไทยของเรามีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่เราจะเร่งทำการรับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่มีความรุนแรง ก็จะพยายามใช้ทุกวิถีทางในการสร้างโอกาส
สำหรับประเทศไทยในทุกวิกฤตมันมีโอกาส เราพยายามจะสร้างโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด ซึ่งได้แจ้งให้ตัวแทนภาคเอกชนประกอบด้วย ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทยรับทราบถึงสถานการณ์และได้รับฟังความคิดเห็นข้อชี้แนะและแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการสนับสนุน เพราะฉะนั้นในภาพรวมได้หารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และกระทรวงการคลัง
ก่อนที่จะประชุมว่า ได้มีการประเมินว่าสถานการณ์ในปัจจุบันต้องถือว่ายังมีความไม่แน่นอน และถ้ามันเป็นเช่นนี้ มันก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆรวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้าและในเรื่องของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่งแน่นอน แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกมันมีอยู่สูง ฉะนั้นในเรื่องราคาน่าจะมีผลกระทบ แต่ไม่มากนักและเราก็ได้รับทราบมาว่ากลุ่มผลิตน้ำมันองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก(โอเปก)ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของไทยในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงาน ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้มีการสำรองพลังงาน สำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสำรองในเรื่องของพลังงานต่างๆไว้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนและไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก ในเรื่องของการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานมอบหมายให้สถานทูตฯ ในแต่ละประเทศได้อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ให้มีความปลอดภัยให้สามารถดำรงชีวิตต่อได้ ถ้าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ถ้าเขามีความประสงค์เราก็จะดำเนินการให้การช่วยเหลือในทุกวิถีทาง ซึ่งทางรัฐบาลเองได้ประสานกับกระทรวงคมนาคมและฝ่ายกองทัพว่าถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดอากาศยานไปรับตัวพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอีหร่านกลับมาสู่ประเทศไทยเราได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘สีหศักดิ์’ ลั่น อยากเห็นการแก้ไขความตึงเครียดตะวันออกกลาง ด้วยสันติวิธี-เจรจาทางการทูต
ด้าน 'สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว' รมว.ต่างประเทศ ได้แถลงข่าวแสดงความห่วงใยสถานการณ์ตะวันออกกลางในขณะนี้ ที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก รวมถึงเศรษฐกิจของโลก ซึ่งสิ่งที่เราต้องการ คืออยากเห็นการแก้ไขโดยสันติวิธี การเจรจาทางการทูต และอยากเห็นความสงบของประเทศในภูมิภาค
สีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาค ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100,000 กว่าคน โดยมีแผนการดูแลเรื่องความปลอดภัย การช่วยเหลือคนไทยให้กลับมาประเทศไทย และการอพยพคนไทยจากสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีให้ความห่วงใยเรื่องนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากมีการโจมตีหนัก ไม่ว่าจะจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล โดยมีคนไทยอยู่ประมาณ 200- 300 คน
ในการประสานอย่างใกล้ชิดกับคนไทยที่อยู่อิหร่าน ที่มีความประสงค์ให้สถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศ อำนวยความสะดวกเดินทางกลับบ้าน ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 40 กว่าคน แต่การเดินทางอาจลำบากเพราะต้องเดินทางทางบกมายังชายแดนประเทศตุรกี ซึ่งเรามีศูนย์ปฏิบัติการบริเวณชายแดนอิหร่าน - ตุรกี และมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไปประจำการเพิ่มเติม หากเดินทางกลับจำนวนไม่มากสามารถจองที่นั่งสายการบินพาณิชย์ได้ แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถจัดเที่ยวบินพิเศษ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ก็มีแผนการเตรียมพร้อมไว้แล้วเช่นเดียวกัน




