7 เม.ย. 2567 ที่เทศบาลนครเกาะสมุย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พูดต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทยว่าพรรคเพื่อไทยต้องไม่แพ้ตลอดไป การเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้ชนะ ว่า จริงๆแล้วที่ตนพูดไปในวันนั้นพูดตกไปนิดนึง เพราะไม่ได้มีโพย เป็นการพูดจากใจ ซึ่งต้องขอเรียนตรงๆว่าชีวิตของตนอายุ 62 ปีแล้ว มีครบทุกอย่าง ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน และชีวิตครอบครัวตนก็ดีแล้ว ลูกทั้ง 3 คนเรียนจบมีงานทำที่มั่นคงแล้ว ฉะนั้นตนเหลืออย่างเดียวในชีวิตที่จะต้องทำให้ได้ ซึ่งตนพูดข้ามไปนิดนึง ตนต้องนำชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น 3 ปีครึ่งที่เหลือ ตนมุมานะทำอยู่อย่างเดียวคือ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น และหวังว่าผลที่จะตามมาคือ ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์ถึงให้สัมภาษณ์ ถึงการพบกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ว่า รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มีการรายงานอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นได้มีการติดตามอยู่แล้วทั้งสามคน โดยเฉพาะฉัตรชัย พรหมเลิศ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้
และอย่างที่ตนเองเคยพูดไปแล้วว่าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ซึ่งการพบกันกับรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติวันนี้ได้พูดคุยกันถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตรวจคนเข้าเมือง การพนันออนไลน์ เราควรหันมาพูดคุยเรื่องนี้กันดีกว่า และได้กำชับไปแล้ว
“ ก็ขอให้ทุกอย่างก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งมีความคืบหน้า และมีการพิสูจน์ทราบความจริงออกมา สื่อควรจะถามเมื่อมีความคืบหน้าจริงๆ ตรงนี้ไม่อยากให้มีความกดดัน และผมเชื่อว่าทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว ว่าเป็นประเด็นที่สังคมมองอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า” นายกฯ กล่าว
อย่างไรก็ตามในช่วงเที่ยงวันนี้ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจเกาะสมุย จึงเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งได้เปิดเผยกับผู้ถามเพียงสั้นๆว่า มาปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ไม่ได้มาการรายงาน อะไรเกี่ยวกับคดีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ซึ่งในส่วนของคดีขณะนี้คณะกรรมการด้านวินัยของสตช.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการลงโทษทางวินัยหรือไม่




