‘เศรษฐา’ เร่งทำงาน 3 ปีครึ่ง ชี้เลือกตั้งรอบหน้า 'พรรคเพื่อไทย' ต้องชนะ

7 เม.ย. 2567 - 15:52

  • ต้องเร่งเครื่อง ! ‘เศรษฐา' ลั่น 3 ปีครึ่ง มุ่งทำงานเพื่อชีวิตปชช. หวังผล ‘เพื่อไทย’ คว้าชัยเลือกตั้ง

  • ปัดพบ ‘บิ๊กต่าย’ คุยเรื่อง ‘บิ๊กโจ๊ก’

  • ย้ำให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

The_Prime_Minister_expressed_his_political_opinions_Koh_Samui_Government_Inspector_SPACEBAR_Hero_1517bc17aa.jpg

 7 เม.ย. 2567 ที่เทศบาลนครเกาะสมุย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พูดต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทยว่าพรรคเพื่อไทยต้องไม่แพ้ตลอดไป การเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้ชนะ ว่า จริงๆแล้วที่ตนพูดไปในวันนั้นพูดตกไปนิดนึง เพราะไม่ได้มีโพย เป็นการพูดจากใจ ซึ่งต้องขอเรียนตรงๆว่าชีวิตของตนอายุ 62 ปีแล้ว มีครบทุกอย่าง ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน และชีวิตครอบครัวตนก็ดีแล้ว ลูกทั้ง 3 คนเรียนจบมีงานทำที่มั่นคงแล้ว ฉะนั้นตนเหลืออย่างเดียวในชีวิตที่จะต้องทำให้ได้ ซึ่งตนพูดข้ามไปนิดนึง ตนต้องนำชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น 3 ปีครึ่งที่เหลือ ตนมุมานะทำอยู่อย่างเดียวคือ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น และหวังว่าผลที่จะตามมาคือ ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 

นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์ถึงให้สัมภาษณ์ ถึงการพบกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร   รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ว่า รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มีการรายงานอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์  หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นได้มีการติดตามอยู่แล้วทั้งสามคน โดยเฉพาะฉัตรชัย พรหมเลิศ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้  

และอย่างที่ตนเองเคยพูดไปแล้วว่าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว  ซึ่งการพบกันกับรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติวันนี้ได้พูดคุยกันถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตรวจคนเข้าเมือง การพนันออนไลน์ เราควรหันมาพูดคุยเรื่องนี้กันดีกว่า และได้กำชับไปแล้ว  

“ ก็ขอให้ทุกอย่างก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งมีความคืบหน้า และมีการพิสูจน์ทราบความจริงออกมา สื่อควรจะถามเมื่อมีความคืบหน้าจริงๆ ตรงนี้ไม่อยากให้มีความกดดัน และผมเชื่อว่าทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว ว่าเป็นประเด็นที่สังคมมองอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า” นายกฯ กล่าว 

อย่างไรก็ตามในช่วงเที่ยงวันนี้  รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจเกาะสมุย จึงเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งได้เปิดเผยกับผู้ถามเพียงสั้นๆว่า มาปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ไม่ได้มาการรายงาน อะไรเกี่ยวกับคดีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์  ซึ่งในส่วนของคดีขณะนี้คณะกรรมการด้านวินัยของสตช.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการลงโทษทางวินัยหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์