‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงติดตามการอพยพและการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยนายกฯได้กำชับให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และดูแลในเรื่องของแผนการอพยพ
โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน อพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัย กำชับดูแลประชาชนในศูนย์อพยพให้ดีที่สุด กำชับเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลพี่น้องประชาชนห้ามขาดแคลนอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็น
พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยช่วยกันดูแลพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ร่วมกันกับ ‘ชรบ.-อส.’ เพื่อให้แนวหน้าได้ทำงานโดยไม่ต้องห่วงข้างหลัง ทั้งนี้ นายกยังสั่งการให้เตรียมความพร้อมเรื่อง โรงพยาบาลดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ เตรียมเลือดให้พร้อม และให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูพี่น้องปชช. ในศูนย์อพยพ
ขณะที่ ‘ไตรศุลี ไตรสรณกุล’ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ชาบแดนกัมพูชา ว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าการจังหวัดชายแดนทั้ง 7 พื้นที่ ใช้เงินทดรองราชการ และงบประมาณกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน
ขณะเดียวกันได้กำชับในส่วนของโรงบาลแต่ละแห่งไม่ให้เลือดขาดแคลน เพื่อรองรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปะทะ รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ขณะนี้ได้ขยายวงเงินให้ผู้ว่าฯ ในแต่ละจังหวัดชายแดนเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท หลังจากนี้ หากงบหมดยังสามารถขยายได้อีก และยังมีการสั่งการให้หนุนหน่วยแพทย์ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในการดูแลประชาชน และ ดูแล อส. -ชรบ. ซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้อง ทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งขณะนี้ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดได้รายงานว่าประชาชนอพยพออกจากพื้นที่แล้ว 80 ถึง 90% โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี




