‘อนุทิน’ ไม่คุย ‘กัมพูชา’ ย้อน ‘อันวาร์’ ไปคุยคนเริ่มยิง

8 ธ.ค. 2568 - 16:02

  • ! ‘อนุทิน’ มั่นใจแสนยานุภาพกองทัพไม่ให้ใครรุกราน ไม่พูดคุย ‘กัมพูชา’ อยากหยุดปะทะต้องทำตาม ‘ไทย’

  • เมินโพสต์ ‘อันวาร์’ ให้สองฝ่ายยับยั้งชั่งใจใช้อาวุธ ตอกพยานต้องไปบอกคนรุกรานให้หยุด

  • ลั่น ‘รัฐบาล’ เชื่อ ‘ทหาร’ ไทยไม่ได้เปิดฉาก

‘อนุทิน’ ไม่คุย ‘กัมพูชา’ ย้อน ‘อันวาร์’ ไปคุยคนเริ่มยิง

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการมุ่งโจมตีที่เป้าหมายพลเรือนมากกว่าเป้าหมายทางทหาร ว่า เรารักษาอธิปไตยของเรา เรื่องรายละเอียดยุทธวิธีหรือการดำเนินการทางทหารไม่สามารถเปิดเผยได้  

เมื่อถามว่าปัญหาค่อนข้างยืดเยื้อการปะทะครั้งนี้ต้องพังกันเลยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า กองทัพมีแนวทางการดำเนินการของเขาอยู่ เราทำเพื่อรักษาอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิความปลอดภัยของประชาชน ส่วนที่คาดหวังให้เหตุปะทะจบลงไม่ให้เขามารุกรานเราได้อีกนั้น ด้วยแสนยานุภาพของกองทัพไทยเรามั่นใจว่าไม่ควรที่จะมีการโจมตีจากประเทศเพื่อนบ้านใดๆได้ กรณีกัมพูชามีการใช้อาวุธนอกพื้นที่ยิงเข้ามาในประเทศไทย เราจำเป็นต้องตอบโต้ออกไปนอกประเทศไทยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่ชัดอีกหรือ”  

ส่วนที่สื่อต่างชาตินำเสนอข่าวมีเนื้อหาทำนองว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายโจมตีก่อน จะชี้แจงอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เขาต้องเชื่อข้อมูลของประเทศไทย ที่เราได้พิสูจน์ให้เห็นในทุกเวทีว่าเรารักสงบ เราเป็นฝ่ายถูกคุกคามถูกรุกราน ถูกกระทำ และถูกยั่วยุ ในทุกกรณี ได้แสดงหลักฐานให้เห็นยื่นหนังสือไปยังองค์กรนานาชาติ เราได้พิสูจน์และยืนยันแล้วว่าไม่ได้รุกรานใครแต่เราไม่ยอมให้ถูกรุกรานแน่นอน  

เมื่อถามว่าการปกป้องอธิปไตยในครั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยได้หรือไม่ว่าจะใช้เวลาเบ็ดเสร็จเท่าไหร่ เพราะหลายฝ่ายมองว่ายิ่งสั้นยิ่งดี อนุทิน กล่าวว่า เปิดเผยไม่ได้ เรื่องยุทธศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีการความขัดแย้งและสู้รบกันก็ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ถามคำถามเหล่านี้ เพราะเมื่อถามจะเท่ากับเป็นการสาวใส้ให้กากินไม่เป็นผลดีกับประเทศ เราจะรบ จะปกป้องอธิปไตยอย่างไร หรือเราต้องการให้มีความพร้อมแค่ไหนต้องเก็บเป็นความลับให้มากที่สุด ส่วนวยังเปิดช่องให้เกิดการเจรจาอีกหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า  

“คงไม่ให้เจรจาแล้ว ถ้าเขาดำเนินการกับเราถึงขนาดนี้และเราก็ได้ตอบโต้ให้เขาเห็น เที่ยวนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่าการตอบโต้ของเราไม่ใช่การตอบโต้เพื่อส่งสัญญาณใดๆ แต่เป็นการตอบโต้ให้เขาเห็นว่าเขาไม่ควรเข้ามาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย ดังนั้นการเจรจาก็จะไม่มีแล้ว จากนี้ไปถ้ากัมพูชาจะหยุดสู้รบกันก็ต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยกำหนด”

เมื่อถามว่าต้องฉีกปฏิญญาสันติภาพ ไทย- กัมพูชาที่ลงนามที่ประเทศมาเลเซียใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีแล้วครับ จำไม่ได้” แล้วตั้งแต่เกิดเรื่องได้คุยกับ ‘อันวาร์ อิบราฮีม’ นายกฯ มาเลเซีย หรือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เป็นพยานในการลงนามแล้วหรือไม่และจำเป็นต้องแจ้งก่อนหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่คุย และไม่แจ้ง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศไทยและคู่กรณี และไม่กังวลต่อกรณีเจรจา ‘ภาษี’ ด้วย 

สำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 7 จังหวัด ได้กำชับและได้เรียกประชุม ผวจ.7 จังหวัดให้ดูแลประชาชนที่ต้องอพยพไปศูนย์พังพิงด้วยมาตรฐานสูงสุดเท่าที่จะทำได้และให้ใช้งบประมาณที่ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจยุบสภาฯ เร็วหรือช้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้ออกคำสั่งและข้อสั่งการในนามรัฐบาล ซึ่งเป็นคำสั่งและข้อสั่งการที่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่คำสั่งของบุคคล แต่เป็นคำสั่งของรัฐบาลให้ผู้ปฏิบัติคือฝ่ายกองทัพ ฝ่ายปกครอง ให้ดำเนินการด้วยความมั่นใจและความสบายใจว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนทุกรูปแบบในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ที่เป็นเป้าหมายสูงสุด 

กรณีนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่ารู้สึกกังวลเกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ นายกฯ ย้อนถามว่าโพสต์ถึงใคร ถ้าจะบอกให้ประเทศไทยทำอะไร วิงวอนคนที่เกี่ยวข้องและเป็นพยานควรจะต้องไปพูดให้กับคนที่รุกรานประเทศไทยให้หยุดการกระทำเช่นนั้นเสียก่อน ไม่ใช่มาบอกให้ประเทศไทยเราต้องอดทนต่อไป ยังต้องหยุดหรือดำเนินการอะไร มันเลยเวลานั้นมาแล้ว ถ้าอยากจะหยุดต้องบอกคนที่รุกรานเราให้หยุด  

การกัมพูชาอ้างว่าไทยเป็นคนเปิดฉากก่อนนั้น นายกฯ กล่าวว่า

“คุณเชื่อกองทัพไทยหรือจะเชื่อศัตรูเรา คุณถามได้อย่างไรว่าเขาก็บอก คุณเป็นคนไทย และกองทัพไทยก็เป็นกองทัพที่เชื่อถือได้ รัฐบาลไทยเชื่อกองทัพไทยครับ” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์