ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา วันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยมีวาระพิจารณา เรื่องด่วนคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่...) พ.ศ... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาเสร็จแล้ว
สำหรับสาระสำคัญของรายงาน ซึ่ง กมธ.เสนอต่อที่ประชุม พบว่า มีการแก้ไขเพียง 1 มาตรา ในมาตรา 7 ซึ่งแก้ไขมาตรา 13 ว่าด้วยเกณฑ์การผ่านประชามติ
กมธ.ได้แก้เพิ่มเติมไปจากบทบัญญัติที่สภาฯ เห็นชอบ โดยได้เติมข้อความในวรรคสอง กำหนดให้การทำประชามติ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
- ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง เป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง
- มีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่ทำประชามตินั้น
ซึ่งแปลความได้ว่า ต้อง ‘ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น’ หากเป็นกรณีที่ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะที่เรื่องทั่วๆ ไปนั้น กมธ.ยังคงหลักเกณฑ์ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว คือ “เสียงข้างมากของผู้ออกมาออกเสียง และเสียงข้างมากนั้นต้องสูงกว่าคะแนนไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องที่ทำประชามติ”
ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าว ต่อการแก้ไขมาตรา 7 นั้น พบว่ามี กมธ.เสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น ได้แก่ นันทนา นันทวโรภาส สว., กฤช เอื้อวงศ์, นิกร จำนง, วุฒิสาร ตันไชย และ อุดมลักษณ์ บุญสว่าง ซึ่งเป็น กมธ.ในโควตาของรัฐบาล
นอกจากนั้น ในรายงานยังระบุถึงข้อสังเกตของ กมธ.ด้วยว่า
1\. ในการกำหนดระยะเวลาออกเสียงนอกราชอาณาจักร ควรเผื่อระยะเวลา เพราะแต่ละประเทศมีองค์ประกอบและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ ที่พบว่า ในอดีตมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย
2\. การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้รอบคอบ ครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม รวมถึงให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักความสำคัญของการออกเสียงประชามติ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจัดเวทีแสดงความคิดเห็นโดยอิสระเท่าเทียม ทั้งผู้เห็นชอบและไม่เห็นชอบ ต้องอำนวยความสะดวกด้านอื่นให้ประชาชนทุกคนเข้าร่วมใช้สิทธิเต็มที่ นอกจากเผยแพร่ วัน เวลา และสถานที่ใช้สิทธิเท่านั้น และให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องที่มีการออกเสียงประชามติ
3\. การออกเสียงลงคะแนนด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ต้องสร้างระบบให้มีความน่าเชื่อถือ และดำเนินการได้ภายในวันเดียวกันหรือควบคู่กันเพื่อประหยัดงบประมาณ โดย กกต.ต้องบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระบบดังกล่าวต้องป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4\. การตั้งประเด็นคำถาม ควรมีถ้อยคำชัดเจนเพียงพอให้ผู้มาออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ป้องกันปัญหาการตีความ ทั้งนี้ หากคำถามประชามติเป็นคำถามเชิงซ้อนควร ใช้การออกเสียงแบบแยกย่อยคำถามจนครบทุกประโยเชิงซ้อนด้วย จึงจะถือว่ามีข้อยุติ




