รัฐสภา (15 มกราคม 2567) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการล่ารายชื่อ สว.เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า เช้านี้ได้รับรายงานว่าเสียง 84 เสียงน่าจะถึงและอาจจะเกินเล็กน้อยไปถึง 90 เสียง ซึ่งจะทำให้เปิดอภิปรายได้ คาดว่าจะสามารถเสนอถึงประธานวุฒิสภาได้ในสัปดาห์หน้าเพื่อส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)
จากนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาลว่าได้หากได้รับเอกสารแล้วจะเปิดการอภิปรายได้เมื่อไหร่ ส่วนกระแสข่าวมีขบวนการล็อบบี้ไม่ให้เปิดอภิปรายได้นั้น สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเป็นการล็อบบี้หรือการสกัดเพราะ สว. 250 คน มีเอกสิทธิ์ในการที่จะโหวตอย่างไรก็ได้ การจะร่วมลงชื่อหรือไม่ลงถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สว. แต่ละคน
เมื่อถามว่าการโน้มน้าวไม่ให้ สว. ร่วมลงชื่อโดยอ้างเรื่องว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ และมีความกังวลในเรื่องของชั้น 14 ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพักรักษาตัว สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากการได้ฟังหลายฝ่ายบอกได้เลยว่าอนาคต จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเพราะ เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมากมาย ว่างๆ ถ้ามีเวลาจะเล่าให้ฟัง
“สำหรับเรื่องที่ฝ่ายที่ต้องการไม่ให้อภิปรายเพราะกังวลเรื่องของนายทักษิณจะกระทบต่อเรื่องกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการจารึกไว้ว่ามันเป็นเรื่องประหลาดไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศไทย ผมถึงบอกว่าไม่เกินที่จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก”
เมื่อถามย้ำว่า สว.ส่วนใหญ่ มองว่าเรื่องชั้น 14 เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องกับกระบวนการยุติธรรม สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่คนที่มีข้อมูลและมีหลักฐานที่จะมาอภิปรายให้ประชาชนรับฟัง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะมาตอบ ทั้งเรื่องของเงินดิจิตอล เรื่องนายทักษิณ และเรื่องเศรษฐกิจ เพราะ สว.หลายคนทำการบ้าน และหาข้อมูลเรื่องนี้ที่จะอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องของนายทักษิณไม่พ้นที่จะถูกนำมาอภิปรายอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มีข้อมูลอะไรแตกต่างจากที่หลายฝ่ายตรวจสอบอยู่แล้วขณะนี้ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ สว.ที่ศึกษาและเก็บข้อมูล ซึ่งมีไว้มากพอสมควร ถ้าบอกไปก่อนเดี๋ยวมันจะจืด ส่วนเป็นข้อมูลใหม่หรือไม่ขอให้ไปสอบถามคนที่จะอภิปราย ซึ่งตนไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าใครจะเป็นผู้อภิปรายถือเป็นความลับ
‘เสรี’ โวยมีคนสกัด สว.ไม่ให้ลงชื่ออภิปราย ม.153 ยันไม่ได้ล้มรัฐบาล
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีคนสกัด สว.ไม่ให้ลงชื่อเพื่อยื่นขอเปิดอภิปรายรัฐบาลทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า การที่จะเปิดอภิปรายได้นั้น จะต้องมีสมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือ 84 เสียง ในช่วงเวลาดังกล่าวเราได้เอาญัตติให้สมาชิกไปศึกษาเพื่อให้เห็นประโยชน์ที่จะมีต่อประชาชน แต่ปรากฏว่าสมาชิกหลายคนไม่รับรองให้หรือไม่ร่วม
“บางคนก็พูดกันตรงๆ ว่ามีคนขอกันบ้าง มีพวกกันบ้าง ซึ่งเราพยายามอธิบายว่าเป็นเรื่องของหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา จึงเป็นความยากลำบากอยู่ระดับหนึ่งว่า จาก สว. 250 คนต้องใช้ 84 เสียง จริงๆ ถ้าไม่มีใครมาล็อบบี้ปล่อยตามธรรมชาติก็ครบไปนานแล้ว”
สว.เสรี ยังกล่าวว่า สิ่งที่เราทำไม่ใช่การจะไปล้มรัฐบาลแต่เป็นเรื่องที่ สว.เสนอญัตติเพื่อให้รัฐบาลมาชี้แจงหาทางออกของประเทศใน 7 ประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่มีแนวคิดจะไม่ให้มีผู้สนับสนุนญัตติครบ ตนว่าคิดผิด หากรัฐบาลตอบได้สามารถที่จะดำเนินการตามที่เสนอญัตติไปก็เป็นเครดิตของรัฐบาล อย่าไปปิดกั้น ควรจะให้ สว.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้
เมื่อถามว่า สว.กิตติศักดิ์ ได้ระบุว่าได้รับการประสานมาว่าขณะนี้มีเสียง สว.ที่ร่วมลงชื่อเกิน 90 แล้ว สรุปแล้วเสียงถึงหรือไม่ สว.เสรี กล่าวว่า ตอนนี้เป็นความหวังเรานำข้อมูลให้สมาชิกได้อ่าน ในปัจจุบันมีผู้แจ้งความจำนงไว้ประมาณ 80 คนแล้ว ซึ่งตนมองว่าน่าจะเปิดอภิปรายได้ เราพยายามจะทำให้ได้ เพราะเป็นภาพลักษณ์ภาพรวมของสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่อยู่ใต้อาณัติใคร ซึ่งเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองในช่วงเวลาสุดท้ายที่ สว.ใกล้จะหมดวาระแล้ว
“เราตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดถือเป็นผลงานสุดท้ายที่เราพยายามทำเพื่อประชาชนแม้ว่าเราจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ในความรับผิดชอบในอำนาจหน้าที่เป็นสิ่งที่วุฒิสภาควรจะต้องทำ”
เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนหรือไม่ที่ สว.ยกมือให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นนายกรัฐมนตรี สว.เสรี กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ตอนตั้งรัฐบาลก็ตั้งไป แต่ตอนทำหน้าที่ตรวจสอบก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง ขณะนี้เราดูการทำงานในช่วงเวลา 4 เดือนว่าต้องมีอะไรทักท้วงหรือเสนอแนะบ้าง
เมื่อถามถึงกรณีที่มีความกังวลว่าไม่ให้ สว. แตะเรื่องคนชั้น 14 สว.เสรี กล่าวว่า มีหลายเรื่องในส่วนกระบวนการยุติธรรมก็ส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องของเศรษฐกิจการแจกเงินดิจิทัลก็ส่วนหนึ่ง ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญก็ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นตนมองว่าการนำมาพูดกันในสภาก็เป็นเรื่องที่ดีที่เป็นทางการ ซึ่งเป็นส่วนของอำนาจหน้าที่ที่เราต้องทำ
เมื่อถามว่านอกจากการล็อบบี้ยังมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่ที่ทำให้ สว.ไม่ร่วมลงชื่อในการเปิดอภิปราย สว.เสรี กล่าวว่า ก็แล้วแต่บุคคล เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือ การสกัดกั้นในกระบวนการทางการเมือง ซึ่งไม่ควรทำมีแต่ความเสียหายปล่อยให้แต่ละฝ่ายต่างทำหน้าที่ รัฐบาลก็บริหารประเทศไป
เมื่อถามว่ามีการไปขอเสียง สว.ในส่วนของผู้นำเหล่าทัพหรือไม่ สว.เสรี กล่าวว่า เราต้องเข้าใจว่าเขาเป็นราชการ ไม่อยากยุ่งเรื่องการเมืองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ทำหน้าที่เราต้องเข้าใจตรงนั้น เรารู้ผลอยู่แล้วไปขอเขาก็ไม่ลงชื่ออยู่แล้ว




