Photo Story : ดีเบตปม ‘นิรโทษฯ’ สะเทือน เสียงข้างมาก - น้อย ถกปม ‘รวมคดี ม.112’

21 ต.ค. 2568 - 16:06

  • กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนำโดย ‘ชัยธวัช’ ดันนิรโทษคดี 112–เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี หวังปิดแผลการเมือง

  • เจอค้านหนัก ก่อนแตะเบรกพักประชุม

  • ด้าน ‘ณัฐวุฒิ’ สวนแรง ต้องรักษาสมดุลระหว่างอภัยกับหลักนิติธรรม ชี้หากวุฒิสภาตีกลับ ‘พังทั้งฉบับ’ สะเทือนอนาคตรัฐบาล

Photo Story : ดีเบตปม ‘นิรโทษฯ’ สะเทือน เสียงข้างมาก - น้อย ถกปม ‘รวมคดี ม.112’

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข  พ.ศ... ซึ่ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.)  วิสามัญ ที่มี ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จในวาระ 2 

ผู้สื่อข่าวรายงานความเป็นไปในที่ประชุม ช่วงหนึ่งว่า การอภิปรายในมาตรา 3  ว่าด้วยเงื่อนไขของการไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้ที่มีคดีสำคัญติดตัว คือ ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำผิดตาม ‘ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112’ การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  การกระทำผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม ทั้งนี้พบว่า กมธ. แก้ไขเนื้อหา โดยเพิ่มเงื่อนไข ห้ามนิรโทษกรรม ในคดีที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297  

The-state-discusses-peace-laws-1-SPACEBAR-Photo01.jpg

ทั้งนี้ ในการอภิปรายพบว่า กมธ.เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นให้ปรับแก้ไขเนื้อหา อาทิ ‘ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์’ สส.กทม. พรรคประชาชน ขอให้ปรับแก้เนื้อหาโดยมีสาระให้ เยาวเชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่กระทำความผิดนั้นได้รับการนิรโทษกรรม เฉกเช่นเดียวกันกับ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย ที่ได้สงวนความเห็น ภายหลังได้มีการอภิปรายสนับสนุน ‘กมธ.เสียงข้างน้อย’ นำโดย ‘สส.พรรคประชาชน’ รวมถึง ‘ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์' สส.กทม.พรรคไทยก้าวหน้าด้วย 

สำหรับ ‘ชัยธวัช’ ได้มีการเสนอให้นิรโทษกรรม คดี 112 อย่างมีเงื่อนไข คือ เฉพาะผู้ที่ยอมรับมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำที่ให้อำนาจแก่กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนด  เพราะได้พยายามพูดคุยกับหลายฝ่ายที่เห็นต่างกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลุ่มบุคคลที่แสดงออกทางการเมืองและดำเนินคดีมาตรา 112 หลายครั้ง จำนวนมากนั้นเข้าอกเข้าใจมากขึ้น และไม่ปฏิเสธเสียทีเดียวต่อการปรองดองสร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยการนิรโทษกรรมคดี 112 เพียงแต่ว่าประเด็นร่วมที่สำคัญ คือความกังวลเมื่อนิรโทษกรรมผู้ทำผิดหรือถูกกล่าวหาว่าทำผิด คดี 112 ว่าจะกลับมาทำมาแสดงออกทางการเมืองกับสิ่งที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยหรือพึงประสงค์อีก  

“ผมเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้ พยายามที่สุดที่หาจุดตรงกลางเข้าใจทุกฝ่าย เพื่อทำให้การนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับนี้ บรรลุเป้าหมายสูงสุดที่บอกว่า จะสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้อย่างแท้จริง หากการนิรโทษกรรมให้ความสนใจกับกลุ่มคนขัดแย้งในอดีต แต่กีดกันการดำเนินคดีที่มีนัยสำคัญในปัจจุบันและอนาคต อาจเป็นการบ่มความขัดแย้งในสังคมปัจจุบันให้มากขึ้น และอาจกดดันให้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งที่ไม่เคยเกิดในสังคมได้ ดังนั้นผมเชื่อว่าการนิรโทษกรรมคดี 112 จะยุติความขัดแย้งในอนาคต ทางออกของเรื่องนี้เป็นภาระของพวกเราที่ต้องทำให้การเมืองไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเข้ารู้เข้ารอย ไม่ใช่การลงทัณฑ์กับคนรุ่นใหม่ ที่รับมรดกบาปจากคนเราไป ดังนั้นขอให้สภาฯ เห็นชอบกับสิ่งที่เสนอ หรืออย่างน้อยกับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี  เพื่อให้เป็นทางออกของสังคม”

ชัยธวัช อภิปราย

ในส่วนของการอภิปรายของ ‘กมธ.เสียงข้างมาก’ รวมถึงสส. พรรคภูมิใจไทย สส.พรรครวมไทยสร้างชาติและสส.พรรคเพื่อไทย เห็นแย้งเนื่องจากมองว่าเป็นการขัดกับหลักการ และเสี่ยงต่อที่ร่างกฎหมายจะไม่ผ่านในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา   

The-state-discusses-peace-laws-1-SPACEBAR-Photo02.jpg

โดยช่วงหนึ่ง ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หารือต่อที่ประชุมว่าขอให้พักการประชุม เพื่อให้กมธ.ทั้ง 2 ฝ่ายหารือกัน เพราะมีเนื้อหาที่ขัดกัน ว่า เด็กต่ำกว่า 18 ปีจะได้รับการให้อภัย แต่มาตรา 9/1 เขียนไว้อยู่แล้ว ซึ่งเห็นด้วยกับการให้อภัยเด็ก แต่ต้องมีขั้นตอน ซึ่งในมาตรา 9/1 ลดขั้นตอน ดังนั้นขอให้ กมธ. กับกมธ.เสียงข้างน้อยหารือกัน เพื่อให้จบ และสภาฯไปในทางเดียวกัน    

The-state-discusses-peace-laws-1-SPACEBAR-Photo03.jpg

โดย ‘ณัฐวุฒิ’ ชี้แจงว่าได้รับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย และได้ประเมินถึงการทำเนื้อหาร่างกฎหมายที่ไม่ต้องถูกวุฒิสภาตีกลับ เพราะหากวุฒิสภาตีกลับ ต้องใช้เวลาของสภาฯ อีก 6 เดือน แต่สถานการณ์วันนี้ ไม่มั่นใจว่าสภาฯ จะมีอายุถึง 6 เดือน ดังนั้นจึงปรับแก้ไขเนื้อหา และเพิ่มมาตรา 9/1 ไว้ ซึ่งประมวลดูแล้วว่าสามารถทำได้ในขั้นตอนต่างๆ  ส่วนตัวไม่ขัดข้อง แต่ต้องยืนยันกับตนให้ได้ว่าจะไม่ตกไปในชั้นของสว. เพราะหาเป็นเช่นนั้นตนรับผิดชอบไม่ไหวต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งสภาฯ 

“ผมกังวลคือจะไปตกในชั้นวุฒิสภา ซึ่งจะมีความเสียหายทั้งฉบับ และเรามีข้อมูลว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน แม้จะไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 คน หลายพันคนจะได้รับผลดังนั้นหากจะหารือกันผมไม่ขัดข้อง แต่อย่าให้เกิดความเสี่ยงที่จะตกไปทั้งฉบับ แล้ววันนี้หากดูตามกรอบระยะเวลาของสมัยประชุมพบว่าเหลือเพียงแค่หนึ่งวันที่กฎหมายนี้จะชี้ชะตาว่าจะเอาอย่างไร จะผ่าน หรือไม่ผ่าน และจะผ่านแบบไหน“

ณัฐวุฒิ กล่าว 

ขณะที่ ‘ประยุทธ์ ศิริพานิชย์’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านกมธ.เสียงข้างน้อยว่า เห็นใจเด็กที่อาจทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากให้อภัย แต่สิ่งที่กระทบคือปัญหาบ้านเมืองในเชิงกฎหมาย การอภัยส่วนตัวเราให้อภัยได้ แต่เชิงกฎหมายทำไม่ได้  สำหรับมาตรา 112 เข้าใจอยู่ว่าอยู่ในหัวอกคนไทยทุกคนที่จะปกปักษ์รักษา เทิดทูนสถาบันไว้ หากปล่อยให้ละเมิดกฎหมายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย หลักนิติธรรมจะถูกด้อยลงไ

“ผมไม่เห็นด้วยที่บอกว่าให้วิปไปตกลงกัน ซึ่งวิปตกลงกันแต่ต้องคำนึงถึงหลักของบ้านเมือง กรณีแปรญัตติ สงวนความเห็นที่ขัดหลักการทำไม่ได้ ไม่ใช่ตาขยิบกันแล้วจะต้องเห็นด้วยกัน ผมไม่สบายใจ เพราะการทำงานในสภาฯ ไม่ใช่อะลุ่มอะล่วยกัน เพราะนัยของกฎหมายมีข้อจำกัด การเสนอญัตติที่เป็นร่างกฎหมายต้องไม่ขัดกับหลักการ ทั้งนี้บ้านเป็นบ้าน เมืองเป็นเมือง มีหลักนิติธรรม มีหลักนิติรัฐ มีหลักกฎหมายหากปล่อยให้คนละเมิดกฎหมาย แล้วแก้ไขโดยนิรโทษกรรม จะทำให้ด้อยความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายได้”

ประยุทธ์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายดังกล่าวไม่สามารถหารือยุติได้ ทำให้ ‘ณัฐวุฒิ บัวประทุม’ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เสนอให้พักการประชุม ทำให้ ‘ฉลาด ขามช่วง’ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ต้องขอพักประชุม เพื่อให้ วิป และกมธ.หาข้อยุติร่วมกัน  

The-state-discusses-peace-laws-1-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์