ดูไปดูมา จากเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเสียแล้ว สำหรับกรณีที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น นำโดย ‘กมลนาถ องค์วรรณดี’ ขอยุติการทำงานพร้อมกับพร้อมคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 25 คน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่า “ขั้นต่อไป เกินความสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาในการติดตาม ลงรายละเอียดและประเมินผล เนื่องจากแต่ละคนมีภารกิจและหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจของตน”
คำถามมากมายประเดประดังเข้ามา หลังการประกาศยุติการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ โดยอาศัยอํานาจตามความในข้อ 2(6) ของคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ 268/2566 และเปรียบเสมือนทัพหน้าในการขับเคลื่อน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ หนึ่งในนโยบายเรือธงของ ‘รัฐบาลเศรษฐา-เพื่อไทย’

คนวงนอกตั้งข้อสังเกตถึง ‘รอยปริ-รอยแยก’ หรือความไม่ลงรอยในการทำงาน เพราะก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ‘กมลนาถ องค์วรรณดี’ ได้แชร์ภาพ Creative Tourism ของเพจ Uninspired by Current Events ซึ่งเป็นภาพการแข่งกันใส่กางเกงช้าง พร้อมฟาดตรงๆ ว่า “คณะอนุกรรมการสาขาแฟชั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับไอเดีย Guinness นี้นะคะ อยากเห็นหน้าคนอนุมัติงบมาก
ห้ามก็ไม่ได้ ปรึกษาก็ไม่ปรึกษา คิดกันเองเห็นดีเห็นงามกันเอง ทำแล้วได้อะไรคะ ทีมเอกชนอาสาทำงานกันหนักมากเพื่อวางกรอบคิดการพัฒนาอุตสาหกรรม ในขณะที่หน่วยงานทำอีเวนท์จุดพลุแล้วไงต่อ สร้าง value อะไรขึ้นมา
ฝากหน่วยงานทุกหน่วยที่อยากเอาใจนาย ก่อนจะทำอะไรปรึกษาหารือกรรมการยุทธศาสตร์ หรือคิดให้รอบด้านด้วยค่ะ เงินภาษีประชาชน”
การแข่งกันใส่กางเกงช้าง ที่อดีตประธานคณะอนุกรรมการฯ ด้านแฟชั่น พูดถึงนั้น เป็น 1 ใน 5 กิจกรรมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับ TikTok จับมือจัดแข่งบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (Guinness World Records) เพื่อส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ภายใต้ชื่อ “Thailand Soft Power X Guinness World Records™ Challenge”
ประกอบด้วยการแข่งขันใส่นวมต่อยลูกโป่งแตกมากที่สุดใน 1 นาที, แข่งขันใส่กางเกงช้างเยอะที่สุดใน 1 นาที, แข่งขันกินขนมไทย (ปาท่องโก๋) มากที่สุดใน 1 นาที, แข่งขันใส่หน้ากากผีตาโขนได้มากที่สุดใน 1 นาที และ แข่งขันกินป๊อบคอร์นได้เยอะที่สุดใน 1 นาที
แต่กลับกลายเป็นว่า งานนี้ถูกสังคมรุมสับ ถากถาง ตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มค่าต่องบประมาณที่เสียไป ไม่ต่างจากคำวิจารณ์ของอดีตประธานคณะอนุกรรมการฯ ข้างต้น
จับตาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ด้านแฟชั่น ชุดใหม่ 9 ก.พ.นี้
ก่อนที่เรื่องจะไปไกล ‘หมอเลี้ยบ’ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขานุการกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ ได้โพสต์ชี้แจงถึงการลาออกดังกล่าว โดยเนื้อหาสำคัญระบุว่า หลังจากวางแผนงานและได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2567 ก็มีการเรียกร้องเวลามากมายจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ทุกอุตสาหกรรม ในการลงมือผลักดันผ่านหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ประสานงานภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด และติดต่อกับองค์กรต่างประเทศ และเชื่อว่า กมลนาถ ก็ตระหนักในเรื่องนี้ กระทั่งอีกฝ่ายเล่าเรื่องข้อจำกัดด้านเวลาให้รับรู้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 และจะขอส่งต่อภารกิจที่หนักหน่วงให้ท่านอื่นในอุตสาหกรรมแฟชั่นหลังจัดทำแผนงบประมาณแล้วเสร็จ
ผมจะเสนอชื่อกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติด้านแฟชั่นคนใหม่ และเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นชุดใหม่ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ที่กระทรวงการต่างประเทศ
— นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
สอดคล้องกับ ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่ระบุว่า เข้าใจถึงข้อจำกัดด้านเวลาของอนุกรรมการทุกคน หากต้องปฏิบัติภารกิจจำนวนมากที่รออยู่ข้างหน้า และขอทุกคนติดตามคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นชุดใหม่ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้

‘เศรษฐา’ ขออย่าดราม่าปมคณะอนุกรรมการฯ ด้านแฟชั่น ออกยกทีม ยันไม่มีปัญหา
ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องรีบออกมาเบรกดราม่าที่อาจสะเทือนไปถึงการขับเคลื่อนนโยบาย ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ว่า จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาใหม่ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ตามคำชี้แจงของ นพ.สุรพงษ์
ไม่มีอะไรหรอกครับ อย่าไปดราม่าเลย ไม่มีอะไรหรอก ก็หาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะแต่ละคนที่เข้ามาทำงาน ก็ไม่ได้ เงินเดือน ทั้งนี้ ผมไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ซึ่งแต่ละคนอาจจะรู้ว่า งานมันโหลด (Load) เยอะ มากเกินไปก็อาจจะไม่ไหว และกลัวคณะกรรมการจะเสียหาย ก็ฟังตามที่ท่านพูดก็แล้วกัน ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้ก็ขับเคลื่อนเต็มที่ อย่างเมื่อวานนี้ มวยไทยนายพิมลศรีวิกรณ์ ประธาน คณะอนุกรรมการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ก็ไปที่กองทัพแล้วเยอะแยะไปหมด
— เศรษฐา ทวีสิน





