การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ ธีรรัตน์ สำเร็จวานิช สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ตั้งถาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.มหาดไทย แต่นายอนุทิน ติดภารกิจต่างประเทศ มอบหมาย ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้แทน กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ครั้งใหญ่ 45 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา
ธีรรัตน์ กล่าวว่า ประชาชนถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมรัฐบาลถึงกล้าทำเพียงนี้ เพราะการโยกย้ายดังกล่าวไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน และประเทศชาติที่ประสบอยู่ขณะนี้ เรามีปัญหาความมั่นคงทั้งในและระหว่างประเทศ พื้นที่ชายแดนระส่ำระสาย ประชาชนส่วนมากต้องมานั่งรับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ หรือเว็บพนันที่กลับมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เราปราบปรามปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ชีวิตประชาชนดีขึ้น ไม่ได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลฯ อีกเลย แต่วันนี้ประชาชนที่เก็บเงินทองมา ต้องถูกหลอกลวงโดยกลุ่มเหล่านี้ ไม่รู้จะพึ่งใคร นอกจากตัวเอง เหตุใดรัฐบาลไม่มุ่งแก้ไขปัญหาให้เกิดความต่อเนื่องจากที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไว้
“การโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ นอกจากไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ และประชาชน ยังถูกมองว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งของพรรคฝ่ายรัฐบาลในขณะนี้ ดิฉันตอบแทนไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ภาพปรากฎชัดว่าทำไปเพื่อความได้เปรียบในการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการความคิดนี้เลย ในขณะที่ทั่วโลกกำลังกดดันกัมพูชา รวมถึงพรรคเพื่อไทยทำทุกทางในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราทำจนผู้นำของเราถูกตอบโต้กลับมา จนต้องลงจากตำแหน่งไปด้วย เป็นความน่าเสียดายยิ่ง หากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ทำงานต่อ แก๊งคอลฯจะไม่สามารถกลับมาหลอกลวงคนไทยได้อีกเลย”
— ธีรรัตน์ กล่าว
ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า แต่รัฐบาลขณะนี้นอกจากไม่ใส่ใจ ยังเอาแต่โยกย้ายข้าราชการเพื่อให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง ขอย้ำว่า มองถึงแต่ประโยชน์ตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น ไม่ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนทั้งโลก ควรโฟกัสกับปัญหาสำคัญของประเทศมากกว่าปัญหาส่วนตัวของพวกท่านเอง ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศจะเปิดโปงนักการเมืองไทยที่ไปเปิดบ่อนที่กัมพูชา ถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นภาพลักษณ์ประเทศไทย จริงหรือไม่เราไม่รู้ สมเด็จฮุน เซน อาจพูดเองไม่มีน้ำหนัก แต่เราไม่เห็นท่าทีของรัฐบาลไทยในการแก้ไขเรื่องนี้เลย ไม่เห็นถึงการให้ความสำคัญในสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสูญเสียเหล่านี้เลย รัฐบาลขณะนี้ควรออกมารับทราบปัญหา แล้วชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร ในขณะที่ประเทศอื่นใช้ยาแรงในการแก้ปัญหาแก๊งคอลฯ แต่รัฐบาลไทยเงียบมาก เงียบกริบ ไม่กระดิกเรื่องนี้เลย อดสงสัยไม่ได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ มีส่วนร่วม รู้เห็น หรือช่วยเปิดทางแก๊งคอลฯ สแกมเมอร์ เข้ามาหลอกลวงคนไทยหรือไม่
“ท่านต้องออกมาตอบคำถาม เพราะประจวบเหมาะกับภารกิจแรกๆที่ท่านทำ คือสั่งยุบชุดปฏิบัติการการปราบปรามเว็บพนันและคอลเซ็นเตอร์ มันชี้ชัดว่านอกจากไม่ให้ความสำคัญ ยังอาจไปเป็นส่วนร่วมรู้เห็นในการหลอกลวงประชาชนครั้งนี้ มันอาจต่างจากข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชน กับพรรคภูมิใจไทย มันอาจเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศทีท่านเอารัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ในการที่ท่านขึ้นมาสู่อำนาจเป็นผู้นำรัฐบาลครั้งนี้ การโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ ยิ่งจะทำให้กิจการภายในประเทศอ่อนแอลง ข้าราชการขวัญหนีดีฝ่อ ขวัญกำลังใจอ่อนแอ หรือการโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือให้รัฐมนตรีที่มีความเกี่ยวพันกับคดีต่างๆพ้นผิด มันเคลือบแคลงใจประชาชน ดังนั้น ท่านจะต้องตอบว่าใช้หลักการใดในการโยกย้ายข้าราชการ หากตอบว่าเพื่อคืนความยุติธรรมทำไปเพื่อความถูกต้องที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง ดิฉันต้องเรียนว่าข้าราชการระดับ10เป็นอำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการโยกย้ายครั้งที่แล้ว ก็ท่านปลัดกระทรวงฯที่เซ็นหนังสือ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่ปลัดกระทรวงฯเป็นคนเซ็น ถ้าบอกว่าไม่ยุติธรรม คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่อดีต”
— ธีรรัตน์ กล่าว
ธีรรัตน์ กล่าวด้วยว่า คำพูดที่สวยหรูหรือความยุติธรรมที่ท่านกล่าวถึง มันไม่มีจริง มันเป็นคำพูดที่ทำให้ดูดี อาจจะเป็นคำพูดที่ท่านพูดให้ผู้ที่ไร้เดียงสาทางการเมืองฟังเท่านั้น แต่ประชาชนที่ติดตามเข้าใจดีว่าเกิดอะไร ที่บอกว่ามาในช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น คงไม่ทำอะไรมากกว่าไปกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่านไม่แสดงความจริงใจตรงนั้นให้เราเห็น
ศักดิ์ดา ชี้แจงว่า เรื่องการแต่งตั้งโย้กย้ายข้าราชการ เดือน ต.ค.เป็นเดือนสิ้นปีงบประมาณ คือ 30 ก.ย.มีข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยเกษียณ 20 กว่าตำแหน่ง เพราะฉะนั้นเรื่องการแต่งตั้งเมื่อมีตำแหน่งว่างก็ต้องมีคนไปแทน ทั้งนี้ ได้มาสืบค้นข้อมูลช่วงที่รัฐบาลที่แล้วมีการโยกย้ายถือว่า เป็นนอกฤดู ส่วนที่ครม.มีมติโยกย้ายเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในฤดูโยกย้าย แต่ก่อนหน้านั้นมีมติครม.3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 8 ก.ค.มีการโยกย้าย 4 คน เป็นการโยกย้ายที่รุนแรง ไม่ทราบว่า คนระดับอธิบดีถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจ เป็นข้าราชการเก่ามา ถือว่า ถ้าเขาย้ายอธิบดีไปเป็นผู้ตรวจ หากเป็นทหารก็เหมือนเนรเทศออกไปอยู่ที่อื่น หรือเข้ากรุ ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ในเดือนส.ค.ก็มีการย้ายอีก อย่างนี้ไม่ใช่ย้ายแล้ว แต่รัฐบาลนี้โยกย้ายในช่วงที่มีการเกษียณ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทุกคนได้รับความเป็นธรรม และเชื่อว่าปลัดกระทรวงคงพิจารณาดีแล้ว เชื่อว่าข้าราชการทุกคนทราบว่า ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือคำสั่งที่ผิด ก็สามารถไปร้องกับคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม หรือไปฟ้องศาลปกครองได้ ตนไม่อยากให้เอาประเด็นอย่างนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้ประชาชนสับสน
ศักดิ์ดา กล่าวว่า ส่วนเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ตั้งการเลือกตั้งเรามีรัฐบาลมา 3 รัฐบาล แต่คิดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์น่าจะมีมาก่อนหน้านั้น ไม่ใช่เพิ่งมีรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล แต่เห็นว่า 2 รัฐบาลที่ผ่านมาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริงจังช่วงปลายรัฐบาลก่อนหน้านี้เอง มีรัฐมนตรีช่วยจากประเทศจีนมาให้เราไปปราบ แล้วเริ่มปราบเรื่อยมา และรัฐบาลอนุทินทำงานได้ 10 กว่าวัน เรื่องการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังทำอยู่ ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นรัฐบาลร่วมกันมา หากพูดว่า เราไม่ทำ คิดว่าไม่ถูกเสียทีเดียว
ธีรรัตน์ ถามต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำเห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นหลังจากการที่มีการเข้ารับตำแหน่งของข้าราชการเมื่อวันที่ 1 ต.ค. และตำแหน่งที่โยกย้าย ไม่ใช่ตำแหน่งที่เกษียณ ที่ท่านบอกว่าท่านจะอยู่ไม่นาน อยู่แค่ระยะเปลี่ยนผ่าน แต่หน้าที่หลักที่ท่านทำคือการโยกย้ายข้าราชการ ขอให้หยุด ให้ข้าราชการได้ทำงานของเขา ให้มีกำลังใจที่ดี งานเดินหน้าต่อได้ต่อเนื่อง เอาเวลาที่ท่านมีไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดีกว่า และตำแหน่งที่ท่านโยกย้ายไป อธิบดีต่างๆ เขาทำอะไรผิดถึงไปย้ายเข้าออกจากตำแหน่ง และเรื่องคอลเซ็นเตอร์ที่สมเด็จฮุน เซน ระบุว่าจะประจานนักการเมืองไทย เปิดโปงว่าใครไปเปิดบ่อนที่กัมพูชาบ้าง ท่าทีของรัฐบาลเป็นอย่างไร จะปล่อยให้เขามาเหยียบย่ำบ้านเราแบบนี้หรือ เห็นหรือไม่ว่าเวลาไม่เยอะ แม้แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ก็เป็นบทที่แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านไม่มีความจริงใจกับข้อตกลงที่ท่านบอกว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา เพราะเพียงแค่เลือกใช้ร่างของพรรคประชาชน หรือเลือกใช้ร่างของรัฐบาล สว. สมาชิกฝั่งรัฐบาลก็กลับบ้าน ทำให้คะแนนไม่พอ แสดงถึงความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาหลักของประเทศในขณะนี้
ศักดิ์ดา ชี้แจงว่า อยากขอเอกสารหรือการยืนยันว่ารัฐบาลที่แล้วมีการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมดไปจริง เพราะไม่น่าเชื่อว่า หมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังยืนยันว่ารัฐบาลนี้ก็ยังปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหมือนเดิมไม่มีลดละ เพราะการที่เราจะไปปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้น โดยบอกว่าเหลือเป็นศูนย์เลยจากรัฐบาลที่แล้ว ถ้าท่านไปพูดให้ใครฟัง เขาอาจจะฟังแต่ความเชื่อเขาอาจจะไม่แสดงออก ศักดิ์ดาคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเมื่อวานนี้หรือวันก่อนก็มีคนบ่นว่าไหนบอกว่าเป็นศูนย์เพราะเดือนที่แล้วก็มี จึงอยากให้ท่านไปทบทวนใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้
ศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่าตำแหน่งที่ย้ายเขามีความผิดอะไร ซึ่งมติครม. 3 ครั้งที่มีการโยกย้ายในรัฐบาลที่แล้ว ธีรรัตน์ก็เป็นรมช.มหาดไทย เหมือนศักดิ์ดา ตำแหน่งเดียวกันด้วย ก็มีคำสั่งย้ายเหมือนกัน เราไม่ได้ว่าใครย้ายใครผิดใครถูก ยืนยันว่า การโยกย้ายทางปลัดกระทรวงฯ เสนอในช่วงนั้นมีเหตุผลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วันนั้นซึ่งก็เข้าใจได้ และเมื่อปลัดกระทรวงฯ มาเสนอต่อครม.วันที่ 14 ต.ค. ก็เชื่อว่า มีเหตุผล ส่วนใหญ่การโยกย้ายข้าราชการจะอ้างว่า เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง
“เราอย่าไปรื้อฟื้นเลย อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ท่านจะเกษียณอีก 2 เดือน ย้ายเขาไปเป็นผู้ตรวจ ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเขาเลยหรือ ถ้าพูดอย่างนี้มันก็ไม่จบ เรื่องโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ เรามีกฎเกณฑ์ กติกาของระบบราชการอยู่ ถ้าข้าราชการถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม มันมีฎีกา มีการลงโทษ ผู้ที่กระทำผิดถึงขั้นจำคุก คดีอาญา และผมเชื่อว่าข้าราชการทุกท่านทมราบดี แต่เราจะเอามาเป็นประเด็นทางการเมืองโจมตีกันก็ไม่เกิดประโยชน์”
— ศักดิ์ดา กล่าว
ศักดิ์ดา กล่าวว่า ส่วนที่พูดถึงสมเด็จฮุน เซน ก็ไม่อยากอธิบายว่าใครสนิทกับสมเด็จฮุน เซน ใครรู้จักสมเด็จฮุน เซน ใครรู้จักเขมร พูดอย่างนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้ท่านพูดเรื่องที่ประชาชนลำบาก เรื่องปากท้องมากกว่า ถ้าพูดแต่ประเด็นทางการเมืองประชาชนไม่ได้อะไรเลย วันนี้ราคาสินค้าเกษตรทุกดีตัวขึ้น หลังจากปิดด่านชายแดนไทย กัมพูชา วันนี้ราคามันสำปะหลังตันละ 3,000 บาท ถ้าคุณภาพดีตันละ 3,500 บาท เมื่อก่อนเหลือตันละ 1 พันกว่าบาท ทั้งนี้ เชื่อว่า เรื่องกัมพูชา รัฐบาลนี้ทำดีกว่ารัฐบาลที่แล้วแน่นอน ไม่มีลุง ไม่มีนายทุน มีแต่การต่อสู้เพื่อรักชาติ รักษาอธิปไตย
ธีรรัตน์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ทุกอย่างคือการเมือง แต่ที่สำคัญคือการเมืองที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่การเมืองที่วนอยู่กับประโยชน์ของตัวเองพวกพ้องเท่านั้น สิ่งที่ท่านบอกว่าปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คิดว่า คือการปล่อยมากกว่า ปล่อยให้คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย เพราะในช่วงที่ผ่านมาหมดไปจริงๆ อาจจะไม่หมดเหลือศูนย์ เพราะอาจจะโยกย้ายฐานไปที่อื่น แต่ที่ผ่านมาลดน้อยลง และที่ท่านบอกว่ามติครม. ในเรื่องการโยกย้ายที่ผ่านมา ท่านจำผู้ว่าอุบลราชธานีได้ใช่หรือไม่ ตอนที่ที่เกิดเหตุปะทะที่ชายแดน และมีการสั่งจ่ายงบประมาณออกไปตามจังหวัด และมีจังหวัดที่เกิดเหตุเป็นปัญหาอยู่จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานนั้น มีเหตุและผล ท่านอาจจะมัวอยู่แต่เรื่องตัวเองจึงไม่รู้เรื่องของประเทศชาติ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนมีกำลังใจที่ดีต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการดีๆ ที่ยืนหยัดทำงานอยู่กับความถูกต้องในสิ่งที่ควรทำ ดูแลประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต




