ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 กันยายน 2566 เผยแพร่พระราชหัตถเลขาพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมน ตรี จากโทษจำคุก 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Thepmontri Limpaphayorm’ มีข้อความระบุว่า “สะใจ ราชกิจจานุเบกษาตอกย้ำความผิดทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการ”
เทพมนตรี ระบุว่า เมื่อพูดถึงการได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญในทางประวัติศาสตร์ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปย่อมถือว่าราชกิจจานุเบกษานั้นเป็นหลักฐานชั้นต้นอย่างเป็นทางการ ที่ไม่มีหลักฐานใดๆจะโต้แย้งความจริงได้โดยง่าย
ลูกหลานในอนาคตจะตราหน้าทักษิณ ชินวัตร อยู่เป็นเนืองนิตย์ แม้มีใครสร้างอนุสาวรีย์หรือเขียนหนังสืองานศพบิดเบือนเพื่อเขาเล่าถึงความดีงามอะไรก็ตามมันจะเกิดการโต้แย้งด้วยข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้
“ในกรณีทักษิณ ชินวัตร ราชกิจจานุเบกษาได้บรรยายพฤติกรรม ข้อหาการกระทำผิดและถูกศาลตัดสินจำคุกมีกำหนดเวลาจริง ถ้าผมเป็นคุณทักษิณ ชินวัตร ผมจะเสียใจมาก เพราะต่อไปภายภาคหน้าจะไม่มีสิ่งใดมาแก้ไขประวัติศาสตร์ตระกูลชินวัตรตอนนี้ได้ ครั้นจะมีใครในอนาคตออกมาบอกว่าราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ใส่ร้ายป้ายสีหรือเป็นความเท็จก็ยิ่งไม่มีใครเชื่อ ทักษิณ ชินวัตรจะถูกกล่าวถึงโดยอนุชนรุ่นหลังตราบนานเท่านาน”
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยะภาพที่ทรงพระราชทานอภัยโทษ ด้วยเหตุก่อนหน้านี้ทักษิณ ชินวัตรมักอ้างว่าเขาโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง เขาโดนศาลตัดสินด้วยขบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว ตลอดจนสร้างวาทกรรมผลพวงรัฐประหารต่างกรรมต่างวาระ
ใครก็ตามที่เขียนถ้อยคำพระราชทานอภัยโทษฉบับนี้ ย่อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลก่อนและรัชกาลปัจจุบันและเป็นการผดุงความยุติธรรมที่แท้จริง ราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้เป็นฉบับประวัติศาสตร์
ทักษิณ ชินวัตร โต้แย้งอะไรไม่ได้ สิ่งที่เขาทำไม่ดีเอาไว้มันจริง
“ผมคิดถึงคำพูดของธนาธร ที่เคยพูดว่าเขาจะช่วยให้คุณทักษิณได้รับความเป็นธรรมในขบวนการยุติธรรม รื้อคดีความต่างๆ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งตอนนี้คงไม่เกิดขึ้นแล้ว
ทักษิณ ชินวัตรยอมรับผิด จึงมาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งขัดต่อสิ่งที่เขาทำมาตลอด 17 ปี
ราชกิจจานุเบกษา ตอกย้ำความผิดของทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการ และจะคงอยู่ตราบนานเท่านานเป็นร้อยเป็นพันปีครับ”
เทพมนตรี ระบุว่า เมื่อพูดถึงการได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญในทางประวัติศาสตร์ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปย่อมถือว่าราชกิจจานุเบกษานั้นเป็นหลักฐานชั้นต้นอย่างเป็นทางการ ที่ไม่มีหลักฐานใดๆจะโต้แย้งความจริงได้โดยง่าย
ลูกหลานในอนาคตจะตราหน้าทักษิณ ชินวัตร อยู่เป็นเนืองนิตย์ แม้มีใครสร้างอนุสาวรีย์หรือเขียนหนังสืองานศพบิดเบือนเพื่อเขาเล่าถึงความดีงามอะไรก็ตามมันจะเกิดการโต้แย้งด้วยข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้
“ในกรณีทักษิณ ชินวัตร ราชกิจจานุเบกษาได้บรรยายพฤติกรรม ข้อหาการกระทำผิดและถูกศาลตัดสินจำคุกมีกำหนดเวลาจริง ถ้าผมเป็นคุณทักษิณ ชินวัตร ผมจะเสียใจมาก เพราะต่อไปภายภาคหน้าจะไม่มีสิ่งใดมาแก้ไขประวัติศาสตร์ตระกูลชินวัตรตอนนี้ได้ ครั้นจะมีใครในอนาคตออกมาบอกว่าราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ใส่ร้ายป้ายสีหรือเป็นความเท็จก็ยิ่งไม่มีใครเชื่อ ทักษิณ ชินวัตรจะถูกกล่าวถึงโดยอนุชนรุ่นหลังตราบนานเท่านาน”
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยะภาพที่ทรงพระราชทานอภัยโทษ ด้วยเหตุก่อนหน้านี้ทักษิณ ชินวัตรมักอ้างว่าเขาโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง เขาโดนศาลตัดสินด้วยขบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว ตลอดจนสร้างวาทกรรมผลพวงรัฐประหารต่างกรรมต่างวาระ
ใครก็ตามที่เขียนถ้อยคำพระราชทานอภัยโทษฉบับนี้ ย่อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลก่อนและรัชกาลปัจจุบันและเป็นการผดุงความยุติธรรมที่แท้จริง ราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้เป็นฉบับประวัติศาสตร์
ทักษิณ ชินวัตร โต้แย้งอะไรไม่ได้ สิ่งที่เขาทำไม่ดีเอาไว้มันจริง
“ผมคิดถึงคำพูดของธนาธร ที่เคยพูดว่าเขาจะช่วยให้คุณทักษิณได้รับความเป็นธรรมในขบวนการยุติธรรม รื้อคดีความต่างๆ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งตอนนี้คงไม่เกิดขึ้นแล้ว
ทักษิณ ชินวัตรยอมรับผิด จึงมาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งขัดต่อสิ่งที่เขาทำมาตลอด 17 ปี
ราชกิจจานุเบกษา ตอกย้ำความผิดของทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการ และจะคงอยู่ตราบนานเท่านานเป็นร้อยเป็นพันปีครับ”




