หาก ‘เศรษฐา’ ไปไม่รอด! แนะ 6 เหตุผล ‘ยุบสภา’ ดีกว่า ‘ลาออก’

15 มิ.ย. 2567 - 14:07

  • ‘เทพไท’ ยก 6 เหตุผลแนะ ‘เศรษฐา’ หากไปไม่รอดให้ ‘ยุบสภา’ ดีกว่า ‘ลาออก’

  • เตือนอย่าดื้อรั้นจน ‘อำนาจนอกระบบ’ เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศด้วยการ ‘รัฐประหาร’

Theptai_advises_Srettha_to_dissolve_the_parliament_rather_than_resign_SPACEBAR_Hero_e492b169ab.jpg

ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล นำโดย ‘พรรคเพื่อไทย’ ที่ไม่เป็นดังหวังและดูเหมือนภาพรวมจะย่ำแย่ลง ประกอบกับคดี ‘40 สว.’ ยื่นถอดถอน ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ที่ใกล้รู้ดำรู้แดงเข้าไปทุกที ส่งผลให้หลายคนเริ่มมองข้ามช็อตไปถึงอนาคตของ ‘เศรษฐา-รัฐบาลชุดนี้’ 

หนึ่งในนั้นคือ ‘เทพไท เสนพงศ์’ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาฝากคำแนะนำไปถึงนายกฯ ในทำนองที่ว่า “ถ้าไปไม่รอด ยุบสภาดีกว่าลาออก”

อดีต สส.นครศรีธรรมราช ระบุว่า เมื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกมาสัมภาษณ์ยืนยันว่า จะไม่ชิงลาออก-ยุบสภาฯ หนีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญคดีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และย้ำว่าไม่คิดใช้วิธีพิศดารในการหนี พร้อมรับคำตัดสินนั้น

ผมเห็นด้วยกับวิถีคิดของ เศรษฐา เพราะตามวิถีทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อการเมืองเดินเข้าสู่ทางตัน ทางออกของบ้านเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นั่นก็คือนายกรัฐมนตรี ลาออก หรือประกาศยุบสภา

ถ้าหากการเมืองของประเทศเข้าสู่ทางตันจริง ๆ ก็อยากให้นายเศรษฐา ได้ใช้วิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย อย่าดื้อรั้นจนมีอำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมการบริหารประเทศ ด้วยการรัฐประหาร ซึ่งทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง และการรัฐประหารก็ไม่ใช่คำตอบของประเทศ

สำหรับสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ ถ้าหาก เศรษฐา จะตัดสินใจทางการเมืองด้วยการลาออก หรือยุบสภานั้น ส่วนตัวสนับสนุนให้ เศรษฐา ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนดีกว่าการลาออก ด้วยเหตุผล คือ

  1. เป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนได้ตัดสินใจ เลือกตัวแทนและพรรคการเมือง เข้ามาบริหารประเทศใหม่
  2. การยุบสภาเป็นแนวทางตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อคืนอำนาจให้ประชาชนแล้ว ป้องกันตัดตอนอำนาจแฝง หรืออำนาจนอกระบบ เข้ามาแทรกแซงการเมืองของประเทศได้
  3. การเลือกตั้งแต่ละครั้ง จะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจช่วงเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปในตัว
  4. จะแก้ปัญหาพรรคการเมือง และนักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ระดับหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคการเมืองใช้เงินในการหาเสียงกันอย่างมโหฬาร บางพรรคใช้หลักพันล้านถึงหมื่นล้าน ถ้ามีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ อาจจะมีพรรคการเมืองที่ยังถอนทุนคืนไม่ทัน อาจทุ่มเงินในการเลือกตั้งน้อยลง
  5. เป็นการสลายขั้วทางการเมืองเก่าไป เป็นการล้างไพ่ใหม่ หลังเลือกตั้งเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองจับขั้วกันใหม่
  6. หลังการเลือกตั้งจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วมโหวต รัฐบาลใหม่จึงมาจากการโหวตเลือกของส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

การตัดสินใจทางการเมืองใด ๆในตอนนี้ อำนาจสูงสุดอยู่ที่นายเศรษฐา เพียงคนเดียว มีอำนาจเบ็ดเสร็จ จึงทำให้นายเศรษฐา ถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นทุกคน ถ้าหากถูกบีบคั้นทางการเมืองมาก ๆ และการเมืองเดินไปสู่ทางตัน ขอให้ใช้วีธีการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเป็นการดีที่สุด

View post on Facebook

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์