ชมลูกสาว เล่าความหลัง! ‘เทพไท’ ฟาด ‘ทักษิณ’ ปราศรัยอุดรธานี

14 พ.ย. 2567 - 10:05

  • ‘เทพไท’ วิจารณ์ ‘ทักษิณ’ ขึ้นปราศรัยที่อุดรธานี

  • แค่ใช้เวทีหาเสียงแก้ตัว-โปรโมทลูกสาวเป็นหลัก

  • ชี้หวังผลสะเทือนการเมืองในภาพกว้าง มากกว่าคะแนนเลือกตั้ง ‘นายก อบจ.อุดรธานี’

  • แซะ ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาลมา 2 ปี แต่ยังไม่เห็นฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

Theptai_criticizes_Thaksin_speech_in_Udon_Thani_SPACEBAR_Hero_64b8545d14.jpg

เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ในทันทีสำหรับการขึ้นเวทีปราศรัยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วย ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ในนามพรรคเพื่อไทย

โดยหนึ่งในผู้ที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ได้อย่างเผ็ดร้อนนั่นก็คือ เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ซึ่งเผยว่า ติดตามการปราศรัยของนายทักษิณ ชินวัตร บนเวทีหาเสียงนายก อบจ.อุดรธานีแล้ว ทำให้นึกถึงคำที่พูดถึงนิสัยของคนแก่คือ “กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง” เพราะการปราศรัยของนายทักษิณ เป็นเหมือนผู้เฒ่าที่ “ชมลูกสาว เล่าความหลัง”

การปราศรัยฟอร์มตกมาก พยายามรื้อฟื้นผลงานสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทำเศรษฐกิจดีมาโอ้อวด หลงอยู่กับผลงานในอดีต พยายามสร้างภาพให้เห็นว่าเป็นคนปราบยาเสพติดได้ผล จึงกล้าพูดบนเวทีให้บอกพ่อค้ายาว่า ทักษิณมาแล้ว และพูดถึงนโยบายที่รัฐบาลจะทำล่วงหน้า เหมือนกับเป็นนายกรัฐมนตรีเอง

ที่น่าสังเกตนายทักษิณ ได้ใช้เวลากล่าวปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ.เพียง 5 นาทีเท่านั้น ที่เหลือพูดถึงเรื่องผลงานที่เคยทำในอดีต และอวยนางสาวแพทองธาร ในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นคนเก่งกว่าตัวเองอีก รอดูผลงานแก้ปัญหาของรัฐบาลในเร็วๆ นี้ ซึ่งนายทักษิณ ได้ใช้เวทีหาเสียงครั้งนี้เพื่อแก้ตัว และโปรโมทลูกสาวของตัวเองเป็นหลัก

เทพไท เสนพงศ์

นายทักษิณ กำลังหลงตัวเองคิดว่า พ่อค้ายาเสพติดเกรงกลัว ซึ่งไม่มีผลอะไรต่อการปราบปรามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลย ตั้งแต่ยุครัฐบาลเศรษฐาจนถึงรัฐบาลแพรทองธาร ปัญหายาเสพติดระบาดไปทั่วเมือง มีมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป รวมถึงการพูดถึงหนี้ครัวเรือนปัญหาความยากจนที่จะต้องแก้ไข รัฐบาลเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมาแล้ว 2 ปี ยังไม่เห็นฝีมือในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย พยายามสร้างภาพว่าพรรคเพื่อไทยเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

การขึ้นเวทีปราศรัยของนายทักษิณ ในครั้งนี้ หวังผลสะเทือนทางการเมืองในภาพกว้าง มากกว่าหวังผลคะแนนในการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี เพราะสนามเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี โดยพื้นฐานคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย มีพื้นฐานคะแนนเป็นต่อพรรคประชาชนอยู่มาก ดูจากผลคะแนนสส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีคะแนน 353,147 คะแนน กับพรรคประชาชน มีคะแนน 295,097 คะแนน จำนวน สส.ระบบเขตพรรคเพื่อไทย มี 7 คน รวมกับ สส.แปรพรรคอีก 2 คน ในขณะที่พรรคประชาชน มี สส.เพียงคนเดียวเท่านั้น

เทพไท เสนพงศ์

นายทักษิณจึงใช้เวทีนี้ ฉายภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านสื่อไปทั่วประเทศ เพราะรู้ดีอยู่ว่าการขึ้นเวทีปราศรัยครั้งนี้ เป็นที่จับจ้องของสื่อทุกแขนง และนำภาพความเคลื่อนไหวไปเสนอให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับรู้ ซึ่งได้ผลมากกว่าการเคลื่อนไหวในวาระอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง

แม้ว่าผลการสำรวจของอุดรโพล ระบุว่าผู้สมัครของพรรคประชาชนได้รับคะแนนนิยม 32.6% ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้รับความนิยม 15.2% ในขณะที่ผู้ยังไม่ตัดสินใจอีก 47.9% ซึ่งอาจจะทำให้คะแนนผกผันได้สิ่งที่พรรคประชาชน ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นรอง สามารถพลิกโอกาสให้มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นได้ โดยนำจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองมาเป็นจุดขาย เพราะจังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง และการเลือกตั้งที่ผ่านมา คนเสื้อแดงได้เทคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก แต่ถูกพรรคเพื่อไทยทรยศ หักหลังคนเสื้อแดง กระโดดข้ามขั้วจับมือกับกลุ่มอนุรักษ์นิยม คณะรัฐประหารเดิม เป็นการทอดทิ้งอุดมการณ์คนเสื้อแดง

ถ้าหากว่าประเด็นนี้จุดติดขึ้นมา คนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์จริงๆ ไม่ยึดติดกับตัวนายทักษิณ และผลประโยชน์ โอกาสที่พรรคประชาชนจะพลิกจากสถานการณ์เป็นรอง กลับมาเป็นฝ่ายชนะได้ไม่ยาก

เทพไท เสนพงศ์

View post on Facebook

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์