‘เทพไท’ แนะ ‘เพื่อไทย’ ขอโทษ ‘ลุงชาญ’ ต้องลาออก

4 ก.ค. 2567 - 10:51

  • ‘เทพไท’ แนะ ‘เพื่อไทย’ โชว์สปิริตขอโทษประชาชนฟื้นศรัทธา ส่วน ‘ลุงชาญ’ ต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง ‘อบจ.ปทุมธานี’ ใหม่ ย้ำวิธีนี้เป็นความสง่างามทางการเมืองมากที่สุด

  • ขณะที่ ‘วิชา มหาคุณ’ อดีต ป.ป.ช. ย้ำต้องหยุดฏิบัติหน้าที่ทันที

thepthai_pheu_thai_chan_phuangphet_4_july_24_SPACEBAR_Hero_1c9c5bdb59.jpg

ความวุ่นวายหลังการเลือกตั้ง อบจ.ปทุมธานี ที่เกิดขึ้นหลัง ชาญ พวงเพ็ชร์ ชนะการเลือกตั้ง และเตรียมเข้าสู่ ว่าที่นายกอบจ.ปทุมฯ แต่ด้วยคดีทุจริตค้างเก่าที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดและยื่นฟ้องต่อศาล โดยศาลได้ประทับฟ้องแล้ว ทำให้ ชาญ พวงเพ็ชร์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ตามมาตรา 81 ของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มีผลผูกพันกับคดีที่เป็นสาเหตุแห่งการฟ้องร้อง 

แม้จะมีการยกคดีเทียบเคียงเรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ เช่น กรณี ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตําบลราชาเทวะ มาเป็นแนวทางการต่อสู้ แต่นักกฎหมายหลายคน เช่น อ.วิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. ได้ออกมาแสดงความเห็น ผ่านรายการข่าวต่างๆ เช่น รายการเปิดโต๊ะข่าว ทางช่องพีพีทีวี และรายการเจาะลึกทั่วไทย ทางช่อง 9 อสมท. ย้ำว่า คดีที่หลายคนยกมาเทียบเคียง เป็นการต่างกรรมต่างวาระ และไม่สามารถนำคดีอื่นมาเป็นบรรทัดฐานได้ เพราะ ชาญ พวงเพ็ชร์ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย มาตรา 81 

หมายความว่า เมื่อ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว แม้ ชาญ พวงเพ็ชร์ จะได้เป็น นายกอบจ.ปทุมฯ แต่ก็ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที หากฝืนเป็นต่อ ผู้ว่าฯ และ รมว.มหาดไทย สามารถสั่งปลดได้ทันที และมองว่า ชาญ พวงเพ็ชร์ ก่อนลงสมัครเลือกตั้งควรรู้อยู่แก่ใจว่ามีคดีติดตัวที่จะกลายเป็นปัญหาได้

ล่าสุดอีกหนึ่งคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ คือ เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 

“ ในตอนนี้มีการแสดงความเห็นกรณีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกอบจ. ปทุมธานี ของนายชาญ พวงเพ็ชร์ กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นความเห็นที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือในส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการให้การหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับคำสั่งของศาล กับอีกส่วนหนึ่งที่เห็นพ้องกับความเห็นของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ยึดถือเจตนารมย์ของกฎหมาย ปปช. เมื่อถูก ปปช.ชี้มูลและศาลประทับรับฟ้องแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ

ผมเห็นว่าการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันว่าจะยึดหลักกฎหมายตามคำแนะนำของกฤษฎีกา ถือว่าเป็นความฉลาดของนายอนุทินที่เซฟตัวเองไว้ก่อน เพราะถ้าหากกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่แล้ว ฝ่ายนายชาญ พวงเพ็ชร์ ไม่พอใจก็สามารถฟ้องศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ได้ แต่ถ้าไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ อาจจะถูกฟ้องความผิดมาตรา 157 ได้

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็คงจะดันทุรังต่อไปให้ถึงที่สุด โดยต้องการให้ปัญหาดังกล่าวยุติที่คำสั่งของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกว่าจะมีคำสั่งออกมาได้ อาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง 

เมื่อถึงตอนนั้น กกต.รับรองผลการเลือกตั้งให้ นายชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นนายกอบจ. ปทุมธานีแล้ว และได้แต่งตั้งทีมบริหารคือ รองนายกฯอบจ. ที่ปรึกษานายกอบจ. และเลขานุการนายกอบจ. ครบทุกตำแหน่ง

ถ้าถึงที่สุดแล้วโชคร้าย ศาลมีคำสั่งยุติการปฎิบัติหน้าที่ก็สามารถใช้รองนายกอบจ.เป็นผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่แทนนายกอบจ. ยังดีกว่าให้ปลัดองค์การอบจ. ปทุมธานีเป็นผู้รักษาการ ซึ่งเป็นฝ่ายข้าราชการประจำ ไม่สามารถสนองนโยบายได้เหมือนกับรองนายกอบจ. ที่เป็นทีมงานเดียวกัน

ผมเห็นว่าเรื่องนี้ เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง และเป็นการแสดงสปิริตทางการเมือง กอบกู้ศรัทธาของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทย ให้กลับคืนมาได้มีหนทางเดียว คือพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาขอโทษต่อประชาชน และให้นายชาญ พวงเพ็ชร์ ลาออกจากตำแหน่งนายกอบจ.  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวปทุมธานีตัดสินใจเลือกนายกอบจ.คนใหม่

เพราะถ้าหากยังฝืนดันทุรัง และยืดเยื้อออกไปเช่นนี้ คดีทุจริตยังคงค้างอยู่ 2 คดี ยังไม่รู้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ หากศาลมีคำพิพากษาให้เป็นความผิด ก็จะพ้นจากตำแหน่งนายกอบจไป ยิ่งทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการมีนายกอบจ.ที่เลือกเข้ามา

การตัดสินใจคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่นายกอบจ.ใหม่อีกครั้งจะเป็นความสง่างามทางการเมืองมากที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์