สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยเอกสารข่าวถึงการประชุมปรึกษาคดี เรื่องพิจารณาที่ 9/2568 กรณี ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 6 เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา พิจารณาญัตติด่วนกรณีที่ ‘เปรมศักดิ์ เพียยุระ’ สมาชิกวุฒิสภา และ ‘วิสุทธิ์ ไชยณรุณ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) นั้น โดยผลการลงมติในญัตติดังกล่าวว่า ที่ประชุมสภา มีมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามญัตติ
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ประธานรัฐสภา (ผู้ร้อง) ส่งเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย
คดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 76 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแก่ผู้ร้อง และให้ถือว่า วันที่ศาลรัฐธรรมนูญลงมติ ซึ่งเป็นวันที่ปรากฎในคำวินิจฉัยเป็นวันอ่าน โดยมีประเด็นที่พิจารณาตามลำดับ ดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รัฐสภามีอำนาจริเริ่ม หรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง วินิจฉัยว่า ภายได้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน
ทั้งนี้ การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 5 คน คือ 'นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ - อุดม สิทธิวิธีธรรม - วิรุฬท์ แสงเทียน - จิรนิติ หะวานนท์ และ นภดล เทพพิทักษ์'
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 2 คน คือ 'บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์' และ 'สุเมธ รอยกุลเจริญ' เห็นว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รัฐสภาไม่มีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เว้นแต่จัดให้มีการออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ประเด็นที่สอง การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติกี่ครั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากข้างหน้า 6 ต่อ 1 วินิจฉัยว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง อันได้แก่
- ครั้งที่ 1 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
- ครั้งที่ 2 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่ามีวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญอย่างไร
- ครั้งที่ 3 ภายหลังรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
ทั้งนี้การออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งกับครั้งที่สองอาจรวมกันเป็นครั้งเดียวได้
ซึ่งตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน ประกอบไปด้วย 'นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ - วิรุฬห์ แสงเทียน - จิรนิติ หะวานนท์ - นภดล เทพพิทักษ์ - บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และสุเมธ รอยเจริญ'
ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 1 คน คือ 'อุดม สิทธิวิรัชธรรม' ที่เห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการจัดให้ออกเสียงประชามติ 2 ครั้ง ได้แก่ครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 3




