ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการกล่าวหาเรื่อง “ระบบอากง” และเชื่อมโยงไปถึง “การซื้อขายตำแหน่งภายในกรุงเทพมหานคร” โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณารายละเอียดของข้อมูลที่มีการกล่าวอ้างทั้งหมด ซึ่งจากที่ติดตามการให้ข้อมูลล่าสุด เห็นว่าผู้กล่าวหามีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการเมืองควรเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และควรเริ่มต้นจากข้อเท็จจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้กล่าวหาได้ระบุชัดเจนว่า “อากง” ไม่ได้หมายถึงต่อศักดิ์ แต่หมายถึง “ระบบอากง” ที่ทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่ง
ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงด้วยตัวเองดีกว่า ก่อนจะยืนยันว่าประเด็นที่มีการกล่าวอ้างหลายเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า ระหว่างการประชุมมีการยึดโทรศัพท์มือถือนั้น ต่อศักดิ์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า ห้องประชุมของผมไม่เพียงแต่ไม่ยึดโทรศัพท์ แต่ยังให้ผู้ร่วมประชุมใช้โทรศัพท์และโน้ตบุ๊กในการทำงานด้วย
ห้องผม นอกจากไม่ยึดโทรศัพท์แล้ว ยังให้ใช้โทรศัพท์ และให้ใช้ NotebookLM ผมใช้ NotebookLM มาปีกว่าแล้ว พอประชุมเสร็จก็ได้ Minute ที่ประชุมเลย ทุกคนต้องเปิด NotebookLM และทำใบประชุมให้เป็น
— ต่อศักดิ์ โชติมงคล
ส่วนเมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องการพูดคุยกันที่ “เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร” ต่อศักดิ์ยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวติดตลกว่า บ้านของผมอยู่ย่านสุทธิสาร จึงไม่ใช่เซฟเฮาส์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ไม่มี ไม่มีเลย ใครกล้าไป เมียผมดุจะตาย เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร ก็บ้านผม สุทธิสารจะเป็นเซฟเฮาส์ได้ยังไง
— ต่อศักดิ์ โชติมงคล
ผู้สื่อข่าวยังถามว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง หลังถูกโจมตีในประเด็นดังกล่าว ต่อศักดิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องเชื่อมั่นในความจริง เพราะหากการเมืองไม่เริ่มต้นด้วยความจริง ทุกอย่างก็จะเดินต่อไปได้ยาก
ส่วนเมื่อถามว่า เหตุใดจึงถูกโยงกับคำว่า “อากง” และพยายามทำให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าตัว
ต่อศักดิ์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะมีอายุมาก และมีบทบาทในการดูแลสมาชิกคนรุ่นใหม่ในทีม จึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับคำดังกล่าว ส่วนจะฟ้องกลับผู้กล่าวหาหรือไม่นั้น ก็ต้องให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้พิจารณาข้อมูลและรายละเอียดก่อน
ทั้งนี้ ต่อศักดิ์ย้ำว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง 100% และพร้อมให้ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าการเมืองควรเดินหน้าด้วยความสร้างสรรค์และเริ่มต้นจากความจริง ไม่ใช่การกล่าวอ้างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม




