พรรคไทยภักดี ร่วมกับภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบัน จัดงานเสวนา ‘เพิ่ม มากกว่าแก้ ม.112 ไม่คิดล้มล้างจะกลัวอะไร?’ ที่ จ.นครราชสีมา โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุว่า การที่ออกมาพูดว่า ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แท้จริงแล้วเป็นปกป้องเอกราชของประเทศไทย เพราะขณะนี้ มีสงครามยุคใหม่ คือสงครามยุคโซเชียลมีเดีย ใช้อาวุธที่เรียกว่าประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพมาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ มีเป้าหมายเพื่อล้มล้างสถาบันและยึดประเทศไทย ซึ่งตนไม่ยอม วันนี้ ภารกิจของพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ได้เพียงแต่ปกป้องสถาบันหลักของชาติเท่านั้น แต่ต้องปกป้องแผ่นดินไทยด้วย
ทั้งนี้ ชาติมหาอำนาจกำลังพยายามเข้ามาครอบงำประเทศไทย และรับรู้ว่าจุดแข็งของไทย คือสถาบันพระมหากษัตริย์ และจุดที่อ่อนคือความเลวร้ายของนักการเมือง จึงใช้นักการเมืองที่โกง ไปหล่อหลอมความคิดของเยาวชนให้ออกมาเรียกร้องจนเกิดความแตกแยก ปัญหาความอยู่ดีกินดี ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
“ทุกๆ ปัญหาในแผ่นดินนี้ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เกิดจากนักการเมืองโกง และที่เลวร้ายที่สุดคือนักการเมืองโกงที่หนีและไม่สำนึก ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านจัดการนักการเมืองขี้โกงได้แผ่นดินของเราจะสงบสุขทันที และการปกป้องเอกราชของแผ่นดินก็จะง่ายขึ้น” หัวหน้าพรรคไทยภักดีกล่าว
หัวหน้าพรรคไทยภักดี เผยด้วยว่า ‘โคราช’ จะเป็นประกายแห่งแรกของแผ่นดินไทย ในการเดินสายต่างจังหวัดเพื่อระดมรายชื่อเสนอร่างกฎหมายประชาชน ในการแก้ไขเพิ่มเติมการคุ้มครองมาตรา 112 รวมไปถึงการแก้ไขประมวลจริยธรรมของ ส.ส. คือห้าม ส.ส. ใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ที่มีความผิดตามมาตรา 112 โดยเด็ดขาด
ด้าน อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จากสถาบันทิศทางไทย เปิดเผยถึงที่มาการรณรงค์ “เพิ่ม มากกว่าแก้ ม.112...” เกิดจากเอกอัครราชทูตฝั่งยุโรปประเทศหนึ่ง มาบอกว่าต้องการให้ประเทศไทยยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการผิดมารยาททางการทูต พร้อมตั้งคำถามว่า ความพยายามในการแก้ไขมาตรา 112 การด่าทอดูหมิ่น และการอาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ จะทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างไร? หากคิดว่าทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้นมาได้ นั่นคือความคิดในแบบที่ล้มล้าง-ทำลายล้าง และไม่สร้างสรรค์ ดังนั้น จึงได้มีการเสนอให้แก้ไข 3 ประเด็น คือ 1. เพิ่มความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. คุ้มครองอดีตพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และ 3. คุ้มครองพระบรมวงศานุวงค์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
ทั้งนี้ ชาติมหาอำนาจกำลังพยายามเข้ามาครอบงำประเทศไทย และรับรู้ว่าจุดแข็งของไทย คือสถาบันพระมหากษัตริย์ และจุดที่อ่อนคือความเลวร้ายของนักการเมือง จึงใช้นักการเมืองที่โกง ไปหล่อหลอมความคิดของเยาวชนให้ออกมาเรียกร้องจนเกิดความแตกแยก ปัญหาความอยู่ดีกินดี ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
“ทุกๆ ปัญหาในแผ่นดินนี้ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เกิดจากนักการเมืองโกง และที่เลวร้ายที่สุดคือนักการเมืองโกงที่หนีและไม่สำนึก ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านจัดการนักการเมืองขี้โกงได้แผ่นดินของเราจะสงบสุขทันที และการปกป้องเอกราชของแผ่นดินก็จะง่ายขึ้น” หัวหน้าพรรคไทยภักดีกล่าว
หัวหน้าพรรคไทยภักดี เผยด้วยว่า ‘โคราช’ จะเป็นประกายแห่งแรกของแผ่นดินไทย ในการเดินสายต่างจังหวัดเพื่อระดมรายชื่อเสนอร่างกฎหมายประชาชน ในการแก้ไขเพิ่มเติมการคุ้มครองมาตรา 112 รวมไปถึงการแก้ไขประมวลจริยธรรมของ ส.ส. คือห้าม ส.ส. ใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ที่มีความผิดตามมาตรา 112 โดยเด็ดขาด
ด้าน อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จากสถาบันทิศทางไทย เปิดเผยถึงที่มาการรณรงค์ “เพิ่ม มากกว่าแก้ ม.112...” เกิดจากเอกอัครราชทูตฝั่งยุโรปประเทศหนึ่ง มาบอกว่าต้องการให้ประเทศไทยยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการผิดมารยาททางการทูต พร้อมตั้งคำถามว่า ความพยายามในการแก้ไขมาตรา 112 การด่าทอดูหมิ่น และการอาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ จะทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างไร? หากคิดว่าทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้นมาได้ นั่นคือความคิดในแบบที่ล้มล้าง-ทำลายล้าง และไม่สร้างสรรค์ ดังนั้น จึงได้มีการเสนอให้แก้ไข 3 ประเด็น คือ 1. เพิ่มความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. คุ้มครองอดีตพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และ 3. คุ้มครองพระบรมวงศานุวงค์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป




