ตรีนุช เทียนทอง ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ และยังทำงานยึดมั่นให้ประชาชน ในนามพรรคพลังประชารัฐ ต่อไป”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถอดใจหรือไม่ ภายหลัง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ลาออกจากรองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ? ตรีนุช กล่าวว่า “พวกเราเป็นนักการเมืองและผ่านการเมืองมาหลายสมัย จุดหมายของการเข้ามาการเมืองคือการรับใช้ประชาชน แต่ระหว่างทางอาจจะมีทางลุ่ม ๆ ดอน ๆ และคลื่นพายุบ้าง แต่จุดยืนของเราคือต้องทำงานต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งไม่ว่าจะในพื้นที่ จ.สระแก้ว หรือในฝ่ายบริหาร ตอนนี้ตนเองยังทำหน้าที่ รมว.แรงงาน เป้าหมายยังอยากทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป”
เมื่อถามย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐยังไปต่อได้หรือไม่? ตรีนุช กล่าวว่า “พรรคการเมืองก็มีหลายพรรค ทุกคนในพรรคพลังประชารัฐ มีความคิดเห็นตรงกันและมีเป้าหมายในการทำงานคือประชาชนในมิติเดียวกัน จึงคิดว่าเราพร้อมที่จะอยู่ด้วยกัน” ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังยืนยันว่า “ยังอยู่กับพรรคไม่ปล่อยมือ จะคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกเรา”
พล.อ.ประวิตร อยากจะให้โอกาสกับทุกคนที่ยังอยู่กับพรรคได้มีโอกาสคิดและช่วยเหลือทำงานให้กับประเทศชาติ แม้จะอยู่เบื้องหลัง แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามีหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ที่จะสานต่อให้กับพรรค และยังเป็นกำลังทางความคิดและเป็นผู้ใหญ่ที่จะให้คำปรึกษากับพวกเราอยู่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวถอดใจและพรรคจะล่ม? ตรีนุช กล่าวว่า “มีข่าวปล่อยออกมาเยอะแยะไปหมด ซึ่งมันเร็วมาก ไม่ได้อยากจะออกมาให้ข่าวอะไรมาก ขอทำหน้าที่จัดการและทำระบบในพรรคให้เรียบร้อยก่อน และจะออกมาสื่อสารกับทุกคนอีกอย่างแน่นอน”
ส่วนที่มีกระแสข่าวถึงขั้นพรรคแตกนั้น ตรีนุช ชี้แจงว่า “ยังอยู่กับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคก็ยังอยู่ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกับเรา คิดตรงกับเราก็อยู่ด้วยกันต่อไป ไม่ได้กังวล เพราะดิฉันยังนั่งอยู่ ส่วนกรรมการบริหารพรรคยังเพียงพอ ยังไม่ต้องเลือกใหม่ แม้ วัน อยู่บำรุง และ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล จะลาออกจากกรรมการบริหารพรรคก็ตาม”
เมื่อถามถึงความชัดเจนของตัวเลขผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ? ตรีนุช กล่าวว่า “ยังมีความสวิงอยู่จากที่รับรองไป 200 กว่าคน แต่ใครจะอยู่กับเราและได้ไปต่อ เรื่องจำนวนคงไม่ใช่ประเด็น แต่วันนี้เป้าหมายของพรรคชัดเจน เราต้องมูฟออนและมีเป้าหมายคือทำงานช่วยประชาชนต่อไป”
พร้อมเผยด้วยว่า หลังจากที่ไปสมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ จ.สระแก้ว เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 28 ธ.ค. จะเดินทางไปยื่นรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อ




