ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ และที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไม่กังวลหลังถูก ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีที่ขึ้นปราศรัยหาเสียง จ.นครราชสีมา โดยนำสถาบันมาเกี่ยวข้อง นั้นเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ พร้อมยืนยันเป็นการกล่าวถึงสิ่งดีๆ ของสถาบันพระมหากษัตริน์ในอดีต โดยเฉพาะรัชกาลที่ 9 เป็นการนำกระแสพระราชดำรัสของพระองค์มาพูดให้ประชาชนฟัง ไม่ได้มีจิตอกุศล หรือต้องการโหนสถาบันแต่อย่างใด
“ผมเอาคำพูดที่เป็นสิ่งดีดีของในหลวงที่ผ่านมาแล้ว ไม่ใช่องค์ปัจจุบันมาพูดเพื่อเตือนสติให้ประชาชน แล้วจะเอาผมไปใส่คุกผมก็ยินดีคุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ ผมตั้งใจที่จะทำดีให้กับประเทศชาติ แต่ถ้าไม่ให้ทำก็บอกมา แต่ใช่ว่าผมจะยอมนะ จะขอทำสงครามต่อ” ไตรรงค์ ระบุ
ไตรรงค์ ระบุไม่สนใจว่าสิ่งที่พูดไปแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา โดยเชิญไปฟ้องได้เลย แต่ตนสนใจว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯแล้ว เราต้องระวังกฎเกณฑ์ต่างๆ ดังนั้น ตนต้องการให้ กกต. ระบุให้ชัดเจนว่า หลังจากยุบสภาฯ และมีพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองขึ้นไปปราศรัยบนเวทีสามารถพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีขอบเขตแค่ไหน หรือห้ามพูดเลย ตั้งแต่คำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยรามคำแหงมหาราช จนถึงรัชกาลที่ 10 เพราะการเมืองในประเทศอังกฤษ ก็มีข้อห้ามไม่ให้นักการเมืองกล่าวอ้างถึงสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบัน แต่สามารถพูดถึงในอดีตได้ ซึ่งเมื่อเราเขียนรัฐธรรมนูญ โดยใช้อังกฤษเป็นแม่แบบ ก็ควรจะกระทำได้เช่นกัน
“ผมยืนยันว่าสิ่งที่กล่าวนั้นไม่ผิดกฎหมาย หรือพูดผิดพลาด ผมเคยพูดบนเวทีปราศรัยที่ชุมพร มาแล้ว และพูดมากกว่าที่โคราช และยังเป็นการพูดก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเพียง 2 วัน ด้วยซ้ำ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” ไตรรงค์ ระบุ
ไตรรงค์ ยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบกรณีที่พรรคการเมืองบางพรรค ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงจะยกเลิกมาตรา 112 ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะหมายถึงสถาบันกษัตริย์องค์ปัจจุบันอย่างชัดเจน มีการอนุญาตให้ขึ้นป้ายหาเสียงได้อย่างไร เพราะเท่ากับด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์
“ผมเอาคำพูดที่เป็นสิ่งดีดีของในหลวงที่ผ่านมาแล้ว ไม่ใช่องค์ปัจจุบันมาพูดเพื่อเตือนสติให้ประชาชน แล้วจะเอาผมไปใส่คุกผมก็ยินดีคุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ ผมตั้งใจที่จะทำดีให้กับประเทศชาติ แต่ถ้าไม่ให้ทำก็บอกมา แต่ใช่ว่าผมจะยอมนะ จะขอทำสงครามต่อ” ไตรรงค์ ระบุ
ไตรรงค์ ระบุไม่สนใจว่าสิ่งที่พูดไปแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา โดยเชิญไปฟ้องได้เลย แต่ตนสนใจว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯแล้ว เราต้องระวังกฎเกณฑ์ต่างๆ ดังนั้น ตนต้องการให้ กกต. ระบุให้ชัดเจนว่า หลังจากยุบสภาฯ และมีพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองขึ้นไปปราศรัยบนเวทีสามารถพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีขอบเขตแค่ไหน หรือห้ามพูดเลย ตั้งแต่คำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยรามคำแหงมหาราช จนถึงรัชกาลที่ 10 เพราะการเมืองในประเทศอังกฤษ ก็มีข้อห้ามไม่ให้นักการเมืองกล่าวอ้างถึงสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบัน แต่สามารถพูดถึงในอดีตได้ ซึ่งเมื่อเราเขียนรัฐธรรมนูญ โดยใช้อังกฤษเป็นแม่แบบ ก็ควรจะกระทำได้เช่นกัน
“ผมยืนยันว่าสิ่งที่กล่าวนั้นไม่ผิดกฎหมาย หรือพูดผิดพลาด ผมเคยพูดบนเวทีปราศรัยที่ชุมพร มาแล้ว และพูดมากกว่าที่โคราช และยังเป็นการพูดก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเพียง 2 วัน ด้วยซ้ำ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” ไตรรงค์ ระบุ
ไตรรงค์ ยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบกรณีที่พรรคการเมืองบางพรรค ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงจะยกเลิกมาตรา 112 ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะหมายถึงสถาบันกษัตริย์องค์ปัจจุบันอย่างชัดเจน มีการอนุญาตให้ขึ้นป้ายหาเสียงได้อย่างไร เพราะเท่ากับด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์



