นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เผยถึงการ “สรรหาตุลาการใหม่” ซึ่งขั้นตอนต้องมาจากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ แต่มีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” หากมีตุลาการคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่จะถูกมองเรื่องความเอนเอียงหรือไม่นั้น
โดย นครินทร์ กล่าวว่า “เชื่อว่าที่มาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความเป็นอิสระก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในใจของผมคนที่มาจากสายการเป็นอาจารย์เช่นเดียวกันกับผม ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาความเป็นอิสระก็อยู่ตลอด แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความไม่ไว้วางใจหรือเคลือบแคลงใจต่อ สว. แต่คิดว่าเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว”
แล้วเราจะทำอย่างไรกับกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เริ่มมาแล้ว ต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ไม่ได้ฉุดคิดว่าจะเป็นปัญหาอย่างไร แต่พอเริ่มใช้แล้วก็จะรู้ว่ามีปัญหา เปรียบเสมือนการซื้อบ้านที่เข้าไปอยู่แล้วถึงจะรู้ถึงปัญหา
ขณะที่ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยกตัวอย่างกรณีของตัวเอง ว่า “วงภายในศาลคุยกันอยู่ตลอด ซึ่งความจริงแล้วผมไม่ได้มาจาก สว.ชุดนี้ เพราะผมมาในชุดเก่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”
แต่ทุกครั้งจะมีการพูดว่า คนที่มาจากกฎหมายเหล่านี้เหมือนเป็น ‘ผลไม้พิษ’ ซึ่งผมเจ็บช้ำน้ำใจมาตลอด แต่ทุกครั้งผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่าหลังจากที่ผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมาแล้ว จะผ่าน สว. ผมก็ไม่ติดใจ ให้ไปเช็กประวัติเลย เรามั่นใจพร้อมให้ตรวจสอบ
อุดม เผยต่อไปว่า “แต่มารู้ทีหลังว่า การที่ผมเข้าไปในกระบวนการสรรหาของวุฒิสภาทาง สว. จะถามมายังสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเลยว่า ผู้ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา มีข้อติติงทักท้วงอะไรหรือไม่ ให้ฟ้องหรือบอกมาเลย ที่ทราบเรื่องนี้เพราะมี สส.ที่เคยเรียนมาด้วยกันโทรมาถามว่า สว.ให้โทรมาถาม สส.ทั้งหมดว่าใครมีอะไรติชมก็ให้พูดไปเลย เขาจะได้ไปตรวจสอบประวัติ ผมถึงรู้ว่าตอนนั้น ผมผ่านกระบวนการเหล่านี้มาแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครมาร้องสักคน แต่มีการไปพูดภายนอกทุกครั้งถ้ามีผมก็โดนติไปแล้ว” พร้อมยืนยัน “ไม่เคยมีอคติอะไร นี่คือสิ่งที่ไม่อยากจะพูดเลยว่า บางครั้งบางอย่างอะไรที่เป็นประโยชน์ ไม่เอาไปพูด”




