ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา วานที่ผ่านมา (25 ก.พ. 2566) โดยในช่วงของ ธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรค ได้ปราศรัยถึงเหตุผลที่อยากให้ทุกคนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพราะเป็นคนดีและตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง ส่วนที่มีบางพรรคที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 8 ปีไม่มีผลงาน ตนเชื่อว่าทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไรมาบ้าง อาทิ โครงการทางรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และถนนสร้างหลายหมื่นกิโลเมตร
“ผมอยากถามว่าพรรคฝ่ายค้านเอาสมองส่วนไหนคิด พรรคฝ่ายค้านไม่ค่อยใช้สมองส่วนหน้าคิด สมองส่วนหน้าเป็นเรื่องของการคิดดีทำดี แต่สมองส่วนหลังจะคิดได้ทางตรงกันข้าม สมองส่วนหลังเป็นกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน ดังนั้นจึงคิดไม่ได้ สิ่งที่ผมเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะว่าวันนี้สถานการณ์โควิดพลเอกประยุทธ์ก็สามารถแก้ปัญหาได้จนทั่วโลกชื่นชม การท่องเที่ยวก็ฟื้นฟูกลับมา สามารถเปิดประเทศได้เร็วกว่าคนอื่น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากในปี 65 เข้ามาถึง 11 ล้านคน ซึ่งจะมีเงินเข้าประเทศหลายล้านบาท ผลงานเหล่านี้ก็คือผลงานของพลเอกประยุทธ์ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลุงตู่ทำมาตั้งแต่ปี 59 วันนี้มี 13 ล้านคน แต่ปีนี้สมัครมาถึง 23 ล้านคนแต่จะได้ประมาณ 14 ล้านคน และเชื่อว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลุงตู่จะทำให้ดีกว่าเดิม ไม่อยากจะเฉลยตรงนี้ว่า ได้มากกว่า 700 แน่นอน” ธนกร กล่าว
ด้าน อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรก ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยากเห็นคนโคราช ร่ำรวย โดยเริ่มด้วยการสร้างรากฐานความเข้มเข็งของประเทศด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจะปูทางให้คนไทยทั้งประเทศมีความมั่งคั่ง ร่ำรวยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการมายังตนเอง ในฐานะที่กำกับดูแลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ให้เร่งหาแนวทางให้คนไทยทั่วประเทศไม่อดอยาก และหลุดพ้นความยากจนอย่างถาวร โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มีจำนวนมากของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร
"ท่านนายกฯ มีความเป็นห่วงคนกลุ่มนี้มาก ลุงตู่มีบัตรลูงตู่แล้ว ลุงตู่อยากช่วยเหลือให้พี่น้องคนไทยอย่างน้อยไม่อด ไม่อยาก อย่างน้อยที่สุดยังมีอาหารประทังชีพ ลูกหลานยังมีกินมีใช้ คนเฒ่าคนแก่ยังอยู่ได้ แต่เมื่อมีการวางรากฐานไว้แล้ว ทั้งการคมนาคมขนส่ง การค้า การลงทุนของประเทศ แต่คนบ้านเราส่วนใหญ่ยังมีอาชีพเกษตรกรอยู่ ยังเป็นคนจน ทำยังไงถึงจะรวย ผมได้รับคำสั่งมา จึงดำเนินการหาแนวทางให้พี่น้องร่ำรวย โดยจะสร้างเงินล้านภายใน 6 ปี ให้พี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรทำการเพาะปลูก ทำไร่ ทำสวน แต่ยังยากจนมาตลอด เราจะเปลี่ยนแนวทางมาทำการปศุสัตว์ จึงเกิดเป็นโครงการวัวล้านครอบครัว ภายใน 6 ปี จากการเลี้ยงวัว จะสร้างเงินล้านให้พี่น้องเกษตรกรอย่างแน่นอน" อนุชา กล่าว
แนวคิดของโครงการวัวล้านครอบครัว เป็นการจัดหาแม่พันธุ์วัวให้เกษตรกรครัวเรือนละ 2 ตัว ในระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตลูกวัวเพิ่มอีก 2 ตัวเป็น 4 ตัว และปีต่อๆไป จะเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ภายใน 6 ปี จะสร้างรายได้แก่ครัวเรือนได้หลักล้าน ซึ่งจะนำร่อง 1 ล้านครอบครัวทั่วไทย และจะมีการขยายสู่ 2 ล้านครอบครัวในอนาคต
อนุชา กล่าวเพิมเติมว่า แนวคิดนี้มีการนำร่องมาแล้วหลายพื้นที่ พบว่าประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะการเลี้ยงวัวไม่ยุ่งยาก เน้นเลี้ยงวัวตัวเมียเพื่อขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ใน 6 ปี มั่นใจว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินให้เกษตรกรได้หลักล้าน ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งนโยบายที่จะสร้างความร่ำรวยให้แก่พี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ท่านนายกฯ ยังมีอีกหลายโครงการเพื่อให้ประชาชนทุกระดับมีความอยู่ดีกินดี ประเทศมีความมั่งคั่ง และทำให้ประชาชนมีความสุข
“ผมอยากถามว่าพรรคฝ่ายค้านเอาสมองส่วนไหนคิด พรรคฝ่ายค้านไม่ค่อยใช้สมองส่วนหน้าคิด สมองส่วนหน้าเป็นเรื่องของการคิดดีทำดี แต่สมองส่วนหลังจะคิดได้ทางตรงกันข้าม สมองส่วนหลังเป็นกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน ดังนั้นจึงคิดไม่ได้ สิ่งที่ผมเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะว่าวันนี้สถานการณ์โควิดพลเอกประยุทธ์ก็สามารถแก้ปัญหาได้จนทั่วโลกชื่นชม การท่องเที่ยวก็ฟื้นฟูกลับมา สามารถเปิดประเทศได้เร็วกว่าคนอื่น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากในปี 65 เข้ามาถึง 11 ล้านคน ซึ่งจะมีเงินเข้าประเทศหลายล้านบาท ผลงานเหล่านี้ก็คือผลงานของพลเอกประยุทธ์ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลุงตู่ทำมาตั้งแต่ปี 59 วันนี้มี 13 ล้านคน แต่ปีนี้สมัครมาถึง 23 ล้านคนแต่จะได้ประมาณ 14 ล้านคน และเชื่อว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลุงตู่จะทำให้ดีกว่าเดิม ไม่อยากจะเฉลยตรงนี้ว่า ได้มากกว่า 700 แน่นอน” ธนกร กล่าว
ด้าน อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรก ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยากเห็นคนโคราช ร่ำรวย โดยเริ่มด้วยการสร้างรากฐานความเข้มเข็งของประเทศด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจะปูทางให้คนไทยทั้งประเทศมีความมั่งคั่ง ร่ำรวยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการมายังตนเอง ในฐานะที่กำกับดูแลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ให้เร่งหาแนวทางให้คนไทยทั่วประเทศไม่อดอยาก และหลุดพ้นความยากจนอย่างถาวร โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มีจำนวนมากของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร
"ท่านนายกฯ มีความเป็นห่วงคนกลุ่มนี้มาก ลุงตู่มีบัตรลูงตู่แล้ว ลุงตู่อยากช่วยเหลือให้พี่น้องคนไทยอย่างน้อยไม่อด ไม่อยาก อย่างน้อยที่สุดยังมีอาหารประทังชีพ ลูกหลานยังมีกินมีใช้ คนเฒ่าคนแก่ยังอยู่ได้ แต่เมื่อมีการวางรากฐานไว้แล้ว ทั้งการคมนาคมขนส่ง การค้า การลงทุนของประเทศ แต่คนบ้านเราส่วนใหญ่ยังมีอาชีพเกษตรกรอยู่ ยังเป็นคนจน ทำยังไงถึงจะรวย ผมได้รับคำสั่งมา จึงดำเนินการหาแนวทางให้พี่น้องร่ำรวย โดยจะสร้างเงินล้านภายใน 6 ปี ให้พี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรทำการเพาะปลูก ทำไร่ ทำสวน แต่ยังยากจนมาตลอด เราจะเปลี่ยนแนวทางมาทำการปศุสัตว์ จึงเกิดเป็นโครงการวัวล้านครอบครัว ภายใน 6 ปี จากการเลี้ยงวัว จะสร้างเงินล้านให้พี่น้องเกษตรกรอย่างแน่นอน" อนุชา กล่าว
แนวคิดของโครงการวัวล้านครอบครัว เป็นการจัดหาแม่พันธุ์วัวให้เกษตรกรครัวเรือนละ 2 ตัว ในระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตลูกวัวเพิ่มอีก 2 ตัวเป็น 4 ตัว และปีต่อๆไป จะเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ภายใน 6 ปี จะสร้างรายได้แก่ครัวเรือนได้หลักล้าน ซึ่งจะนำร่อง 1 ล้านครอบครัวทั่วไทย และจะมีการขยายสู่ 2 ล้านครอบครัวในอนาคต
อนุชา กล่าวเพิมเติมว่า แนวคิดนี้มีการนำร่องมาแล้วหลายพื้นที่ พบว่าประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะการเลี้ยงวัวไม่ยุ่งยาก เน้นเลี้ยงวัวตัวเมียเพื่อขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ใน 6 ปี มั่นใจว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินให้เกษตรกรได้หลักล้าน ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งนโยบายที่จะสร้างความร่ำรวยให้แก่พี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ท่านนายกฯ ยังมีอีกหลายโครงการเพื่อให้ประชาชนทุกระดับมีความอยู่ดีกินดี ประเทศมีความมั่งคั่ง และทำให้ประชาชนมีความสุข





