(30 มีนาคม 2566) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่า อาจไปให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ในการสมัครรับเลือกตั้ง วันที่ 3 - 4 เมษายนนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่า จะไปทั้ง 2 วันเลยหรือไม่
“ก็ดูก่อนสิ ถามต่ออีกแล้ว ตรงไหนมันควรจะไปก็ไป แต่ถ้าไปก็ต้องลาราชการ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อถามว่า จะนำเวทีปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 7 เมษายนนี้ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “มันควรจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า “ควรจะเป็นอย่างนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า “เหรอ”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันด้วยว่า การจัดบัญชีรายชื่อ ส.ส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียบร้อยแล้ว แต่ก็อาจมีการแก้ไข
“เมื่อแก้ไขก็ต้องทำใหม่หมด นั่นคือหลักการของทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อส่งไปก็ต้องดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ มีคนลาออกมีคนย้ายอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบอยู่ แต่อย่างไรมันก็ทันเวลาอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนในการจัดบัญชีรายชื่อนั้น จะพิจารณาจากการทำงาน ใครควรจะอยู่ระดับไหน ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสม โดยให้ความเป็นธรรมทุกคน และต้องยอมรับในมติส่วนใหญ่ นอกจากนี้ มองว่าไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การหาเสียง แม้ผลสำรวจจะยังเป็นรองพรรคการเมืองอื่น
“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย กลยุทธ์ของตนคือการพูดความจริงและข้อเท็จจริง ตนพูดจากประสบการณ์ที่มีมาตลอดระยะเวลาหลายปี 4 ปีแรก ตนไม่พูดก็ได้ ตนพูดถึง 4 ปีหลัง ได้ทำงานร่วมกับนักการเมือง พรรคการเมืองมาโดยตลอด ซึ่งตนรู้ว่าอะไรเป็นอย่างไรก็แล้วกัน ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะฟังอย่างไร มีเหตุมีผลหรือเปล่า วันนี้ประเทศไทย ต้องการความสงบเรียบร้อยใช่หรือเปล่า มุ่งสู่การพัฒนา โลกที่มันสับสนวุ่นวายเวลานี้ ไม่ใช่แค่บ้านเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพราะเศรษฐกิจต่างๆ กำลังเดินหน้า การลงทุน ความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเรามีศักยภาพเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะเป็นห่วงเรื่องท่องเที่ยว ซึ่งปริมาณนักท่องเที่ยวขึ้นบัญชีไว้จำนวนหลายล้านคนที่จะตามกันมา ถ้ามี PM2.5 มากๆ มันก็อันตราย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์ ยังปฏิเสธให้ความชัดเจนว่า หากไม่มีวาระงานจะไปลงพื้นที่หรือไม่ ส่วนในวันพาผู้สมัคร ส.ส.ไปสมัคร จะขึ้นรถแห่ด้วยหรือไม่นั้น ต้องตัดสินใจทีละขั้น
“ไปให้กำลังใจเขาก่อนและจะดูว่าเขาจะไปไหนอย่างไร และมันควรไม่ควรอย่างไรก็ต้องดูกัน ถ้ามาถามล็อกแบบนี้มันตอบไม่ได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความจำเป็น รวมถึงการกำหนดเวลาอะไรต่างๆ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
สุดท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้นายกฯ ไม่ต้องแอบลงพื้นที่ เพื่อที่ผู้สื่อข่าวจะได้เห็นบรรยากาศความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์ ก็กล่าวว่า “ผมไม่ได้แอบ แต่ผมไม่ได้แจ้งใครในการลงพื้นที่ แต่บางครั้งผมก็คำนึงถึงความปลอดภัยของผมเหมือนกัน เพราะดูแลผมไม่ได้มากนัก เพราะผมเป็นนักการเมือง”
“ก็ดูก่อนสิ ถามต่ออีกแล้ว ตรงไหนมันควรจะไปก็ไป แต่ถ้าไปก็ต้องลาราชการ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อถามว่า จะนำเวทีปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 7 เมษายนนี้ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “มันควรจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า “ควรจะเป็นอย่างนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า “เหรอ”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันด้วยว่า การจัดบัญชีรายชื่อ ส.ส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียบร้อยแล้ว แต่ก็อาจมีการแก้ไข
“เมื่อแก้ไขก็ต้องทำใหม่หมด นั่นคือหลักการของทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อส่งไปก็ต้องดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ มีคนลาออกมีคนย้ายอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบอยู่ แต่อย่างไรมันก็ทันเวลาอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนในการจัดบัญชีรายชื่อนั้น จะพิจารณาจากการทำงาน ใครควรจะอยู่ระดับไหน ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสม โดยให้ความเป็นธรรมทุกคน และต้องยอมรับในมติส่วนใหญ่ นอกจากนี้ มองว่าไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การหาเสียง แม้ผลสำรวจจะยังเป็นรองพรรคการเมืองอื่น
“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย กลยุทธ์ของตนคือการพูดความจริงและข้อเท็จจริง ตนพูดจากประสบการณ์ที่มีมาตลอดระยะเวลาหลายปี 4 ปีแรก ตนไม่พูดก็ได้ ตนพูดถึง 4 ปีหลัง ได้ทำงานร่วมกับนักการเมือง พรรคการเมืองมาโดยตลอด ซึ่งตนรู้ว่าอะไรเป็นอย่างไรก็แล้วกัน ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะฟังอย่างไร มีเหตุมีผลหรือเปล่า วันนี้ประเทศไทย ต้องการความสงบเรียบร้อยใช่หรือเปล่า มุ่งสู่การพัฒนา โลกที่มันสับสนวุ่นวายเวลานี้ ไม่ใช่แค่บ้านเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพราะเศรษฐกิจต่างๆ กำลังเดินหน้า การลงทุน ความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเรามีศักยภาพเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะเป็นห่วงเรื่องท่องเที่ยว ซึ่งปริมาณนักท่องเที่ยวขึ้นบัญชีไว้จำนวนหลายล้านคนที่จะตามกันมา ถ้ามี PM2.5 มากๆ มันก็อันตราย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์ ยังปฏิเสธให้ความชัดเจนว่า หากไม่มีวาระงานจะไปลงพื้นที่หรือไม่ ส่วนในวันพาผู้สมัคร ส.ส.ไปสมัคร จะขึ้นรถแห่ด้วยหรือไม่นั้น ต้องตัดสินใจทีละขั้น
“ไปให้กำลังใจเขาก่อนและจะดูว่าเขาจะไปไหนอย่างไร และมันควรไม่ควรอย่างไรก็ต้องดูกัน ถ้ามาถามล็อกแบบนี้มันตอบไม่ได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความจำเป็น รวมถึงการกำหนดเวลาอะไรต่างๆ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
สุดท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้นายกฯ ไม่ต้องแอบลงพื้นที่ เพื่อที่ผู้สื่อข่าวจะได้เห็นบรรยากาศความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์ ก็กล่าวว่า “ผมไม่ได้แอบ แต่ผมไม่ได้แจ้งใครในการลงพื้นที่ แต่บางครั้งผมก็คำนึงถึงความปลอดภัยของผมเหมือนกัน เพราะดูแลผมไม่ได้มากนัก เพราะผมเป็นนักการเมือง”



