ทำความเข้าใจกติกา! ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ติวเข้มผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต

25 มี.ค. 2566 - 15:14

  • ‘พีระพันธุ์’ เปิดสัมนาติวเข้มผู้สมัคร ส.ส. 400 เขตทั่วประเทศ

  • ยัน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ พรรคของคนธรรดา ไม่มีผู้ยิ่งใหญ่ ลั่นตั้งพรรคฝ่าฟันคำปรามาส

  • เน้นย้ำทำความเข้าใจกติกา กกต. ขอระวังถูกกลั่นแกล้ง พร้อมจับตาฝ่ายตรงข้ามทำผิดด้วย

United_Thai_Nation_Party_organize_seminars_for_MP_candidates_SPACEBAR_Hero_a88dae78c5.jpeg
พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดงานสัมมนาผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ณ เดอะ พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และแกนนำพรรค เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง 

โดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดสัมนาบางช่วงบางตอน โดยยืนยันถึงการตั้งใจทำพรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นมาให้เป็นพรรคของคนธรรมดา ไม่ใช่เป็นพรรคของคนยิ่งใหญ่ เป็นพรรคที่ช่วยกันทำงานแบบเพื่อนพี่น้อง ไม่ได้แบ่งว่าใครเป็นหัวหน้า หรือรองหัวหน้า และตั้งใจให้เป็นพรรคการเมืองแบบใหม่ เป็นพรรคของประชาชนที่สามารถลดความหลื่อมล้ำในสังคม รวมทั้งมีความรัก ความสามัคคี  

“ถ้าไม่เริ่มต้นจากพรรคของพวกเรา ก็จะไปทำให้ประเทศเป็นแบบนี้ไม่ได้ ในพรรคครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคที่ไม่มีผู้ยิ่งใหญ่ เป็นพรรคที่ทุกคนเท่ากันช่วยกันทำงาน จึงขอให้ทุกคนช่วยกันทำงาน และนำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อนำมาช่วยเหลือประเทศไทย ให้มีความสุขในการอยู่กับแผ่นดินนี้ ช่วยกันสร้างอนาคตให้กับลูกหลานต่อไป” พีระพันธุ์ กล่าว 

พีระพันธุ์ ยังเล่าถึงจุดเริ่มต้นของพรรค และขอบคุณไปถึง เสกสกล อัตถาวงศ์ คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคฯ ที่มีส่วนในการก่อตั้ง พร้อมเท้าความถึงที่มาของชื่อพรรค จากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญโควิด-19 ที่ระบุว่า “คนไทยต้องช่วยกันทำงานให้ชาติบ้านเมือง คนไทยต้องร่วมมือกัน รวมไทยสร้างชาติ”

“ผมรู้จักกับคุณแรมโบ้ มานาน ตั้งแต่เป็น ส.ส. สมัยแรก ซึ่งท่านบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจจะไปทำพรรคการเมือง แต่ผมชอบคำว่ารวมไทยสร้างชาติ และเชื่อว่าจะมีคนเอาไปจดทะเบียนพรรค จึงชิงจดไว้ก่อนเวลาผ่านไป จนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจที่จะเดินหน้าทางการเมืองที่ฝันไว้ว่า จะมีพรรคที่ไม่ได้คิดแต่เรื่องการเมือง แต่คิดเพื่อประชาชน และสามารถเป็นที่พึ่งได้ จึงได้หารือกับ นายเอกนัฏ (เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ) จึงลองทำดู ดีกว่าพูดแล้วไม่ทำ เอาแต่พูด จึงตัดสินใจเดินหน้าตั้งแต่มีกันอยู่แค่ 2 คน จนมีมากขึ้น เมื่อเป็นรูปธรรม จึงกลับไปหานายเสกสกล และขอเอาพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปทำได้หรือไม่ ท่านก็บอกว่า ถ้าพี่จะทำเอาไปเลยยกให้ ต้องขอบคุณ และนี่คือจุดเริ่มต้นของพรรค” พีระพันธุ์ กล่าว 

พีระพันธุ์ เผยด้วยว่า ช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา ฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคและคำปรามาส มีแต่คนมองว่าเป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีอะไร ตนจึงบอกกับเลขาฯ พรรค และทุกคนว่า อย่าไปสนใจ เพราะเราทำตามแนวทางและอุดมการณ์ ค่อยเป็นค่อยไป ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนอื่น ตั้งใจทำให้ดี ทั้งนี้ เคยถูกตั้งคำถามว่า จะไปส่งผู้สมัครได้อย่างไร เพราะมีสาขาและตัวแทนพรรคเพียง 4-5 แห่งจากทั่วประเทศ แต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กกต. ประกาศว่า รวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคเดียว พรรคแรก ที่สามารถส่งผู้สมัครได้ทั่วประเทศ 400 คน  

“ผมไม่พูดหรอกครับ เพราะผมเป็นคนที่ขี้เกียจไปนั่งเถียงกับใคร ลงมือทำ เมื่อผลออกมาก็รู้เอง ผมทำงานร่วมกับทุกคน ทั้งที่เปิดเผยตัว และไม่เปิดเผยตัว แต่ถึงวันนี้ ปวดหัวว่าจะเอาใครลงเพราะคนจำนวนมากเหลือเกิน และทุกคนในห้องนี้ จะเป็นผู้แทนของพรรคลงสู่สนามเลือกตั้ง และบอกกับประชาชนว่า บัดนี้เรากำลังมีพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อชาติ แผ่นดิน และประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคนไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่มาเพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน มาเพื่อสู้กับทุกปัญหา ขอเพียงการให้โอกาสไปทำหน้าที่ในสภาฯ แต่กว่าจะไปถึงวันนั้นได้ จะต้องฝ่าด่านมาก ต้องผ่านการต่อสู้ และเจอกับปัญหาอุปสรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาในการแข่งขัน เพราะทุกคนอยากชนะ แต่จะชนะได้ ต้องรู้ถึงกฎเกณฑ์และกติกาของการต่อสู้” พีระพันธุ์ กล่าว 

พีระพันธุ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ตนผ่านการต่อสู้มา 8 สมัย อยู่ในการเมืองมา 31 ปี ผ่านการเลือกตั้งที่ไม่เคยมี กกต. ไม่มีกฎหมายแบบนี้ ไม่มีกฎเกณฑ์กติกาที่มากเหมือนในปัจจุบัน และมั่นใจว่าหลายคนในที่นี้ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว เคยผ่านกฎเกณฑ์กติกาของ กกต. แต่ขอให้เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกาหลายเรื่อง ซึ่งตนก็ยังงง และไม่เข้าใจกฎหมายลูกที่เพิ่งผ่านศาลรัฐธรรมนูญไป มีกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงออกไปอีก  

“ถ้าไม่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ แม้จะได้รับคะแนนสูงสุด หรือชัยชนะในการเลือกตั้ง และเข้าไปทำงานให้กับประชาชน แต่เราอาจถูกปรับให้แพ้ เพราะอาจมีการทำผิดกฎเกณฑ์กติกาได้ จึงขอให้ทำความเข้าใจตามกิจกรรมที่พรรคได้จัดขึ้นมา รวมทั้งให้ดูฝ่ายตรงข้ามว่า ทำผิดกติกาหรือไม่ และขอให้ระวังการถูกกลั่นแกล้ง” พีระพันธุ์ กล่าว
United_Thai_Nation_Party_organize_seminars_for_MP_candidates_SPACEBAR_Photo01_7e9a546bc7.jpeg
United_Thai_Nation_Party_organize_seminars_for_MP_candidates_SPACEBAR_Photo02_3819f837b9.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์