อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 33 คน จะประชุมร่วมกัน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต เรียบร้อยแล้ว เพื่อมาหารือว่าจำเป็นต้องปรับในส่วนใดหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีบางพรรคการเมืองออกมาระบุว่า หากพรรคการเมืองไหนไม่เคลื่อนไหวคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งใน กทม. อาจสะท้อนว่าได้เปรียบจากการแบ่งเขตนั้น อนุชา มองว่า เป็นการคาดคะเนไปกันเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. ได้สอบถามความเห็นจากหลายส่วนอยู่แล้ว เข้าใจว่าทุกพรรคได้ส่งรายละเอียดไป ดังนั้น ไม่ว่ากฎกติกาออกมาอย่างไร พรรคการเมืองก็ต้องปรับเปลี่ยนในการ วางตัวผู้สมัคร ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ แต่ที่สำคัญ ประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร
ด้าน ธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่า แม้การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. นั้นมีปัญหา เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็ต้องยอมรับ และทุกพรรคต้องมีความพร้อม
“เขตเลือกตั้งออกมาแบบไหน แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องทำตามกติกา ซึ่งรวมไปถึงอีกหลายเขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ยืนยันพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับในกติกาพร้อม ปฏิบัติตาม” ธนกร ระบุ
ส่วนกรณีที่มีบางพรรคการเมืองระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีความเคลื่อนไหวคัดค้านการแบ่งเขต อาจเป็นเพราะได้ประโยชน์จากการแบ่งเขตเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ธนกร มองว่า เป็นตรรกะที่แย่มาก เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและกติกาเดียวกัน ไม่มีใครที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ขอให้ไปยื่นที่ กกต. แต่ไม่ควรก้าวล่วง หรือพาดพิงพรรคการเมืองอื่น พร้อมวอนการทำการเมืองต้องสร้างสรรค์ อยากให้เป็นการเมืองสมัยใหม่ ไม่พาดพิงพรรคอื่น
ส่วนกรณีที่มีบางพรรคการเมืองออกมาระบุว่า หากพรรคการเมืองไหนไม่เคลื่อนไหวคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งใน กทม. อาจสะท้อนว่าได้เปรียบจากการแบ่งเขตนั้น อนุชา มองว่า เป็นการคาดคะเนไปกันเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. ได้สอบถามความเห็นจากหลายส่วนอยู่แล้ว เข้าใจว่าทุกพรรคได้ส่งรายละเอียดไป ดังนั้น ไม่ว่ากฎกติกาออกมาอย่างไร พรรคการเมืองก็ต้องปรับเปลี่ยนในการ วางตัวผู้สมัคร ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ แต่ที่สำคัญ ประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร
ด้าน ธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่า แม้การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. นั้นมีปัญหา เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็ต้องยอมรับ และทุกพรรคต้องมีความพร้อม
“เขตเลือกตั้งออกมาแบบไหน แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องทำตามกติกา ซึ่งรวมไปถึงอีกหลายเขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ยืนยันพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับในกติกาพร้อม ปฏิบัติตาม” ธนกร ระบุ
ส่วนกรณีที่มีบางพรรคการเมืองระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีความเคลื่อนไหวคัดค้านการแบ่งเขต อาจเป็นเพราะได้ประโยชน์จากการแบ่งเขตเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ธนกร มองว่า เป็นตรรกะที่แย่มาก เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและกติกาเดียวกัน ไม่มีใครที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ขอให้ไปยื่นที่ กกต. แต่ไม่ควรก้าวล่วง หรือพาดพิงพรรคการเมืองอื่น พร้อมวอนการทำการเมืองต้องสร้างสรรค์ อยากให้เป็นการเมืองสมัยใหม่ ไม่พาดพิงพรรคอื่น



