โกงโลกไม่ลืม! แกะรอยรังใหญ่ กสถ. มหากาพย์ “ทุจริตสอบท้องถิ่น 2568”

8 ก.ค. 2569 - 17:13

  • การ “ทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 2568” กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์วงการข้าราชการไทย ที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท

  • หลังการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงข้าราชการระดับสูงในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และบิ๊กข้าราชการในคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กระทรวงมหาดไทยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

  • ขณะที่ 'นายกฯ อนุทิน' สั่งตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น รายงานผลทุก 10 วัน ขีดเส้นภายใน 30 วัน ต้องชัดเจน

โกงโลกไม่ลืม! แกะรอยรังใหญ่ กสถ. มหากาพย์ “ทุจริตสอบท้องถิ่น 2568”

มหากาพย์ “ทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 2568” กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์วงการข้าราชการไทย ที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท หลังจากการตรวจสอบพบรายชื่อข้าราชการบรรจุใหม่ถึง 5,000 ราย จากทั้งหมด 15,520 ราย ที่มีคะแนนประกาศผล ไม่ตรงกับกระดาษคำตอบจริง (เช่น สอบได้จริง 45 คะแนน แต่ประกาศผลเพิ่มขึ้นเป็น 77 คะแนน) ซึ่งสะท้อนถึงการร่วมมือกันแก้ไขคะแนนในระบบฐานข้อมูลอย่างเป็นขบวนการ

แกะรอยรังใหญ่ “กสถ. – สถ.” และตัวละครสำคัญ

หลังเครือข่ายต้านทุจริตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.(CIB) ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. บุกทลายรังและเส้นทางการเงิน ยอดเงินสะพัดมหาศาล พุ่งเป้าไปที่ “คนใน” ระดับบิ๊กที่มีอำนาจควบคุมระบบ

กระทรวงมหาดไทยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ข้าราชการระดับสูงใน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 ราย (5 บิ๊กข้าราชการ สถ.) และมีคำสั่งให้ช่วยราชการ โดยพ้นจากตำแหน่งเดิมทันที เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนโปร่งใส

ดำเนินการตรวจสอบมีการเปิดโปงข้าราชการระดับ ผอ. กองยุทธศาสตร์ฯ (จ.ส.ต. พิชิต หรือ ดร.เอ) ที่ใช้รถหรูขับ และกรณีหัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลรายหนึ่ง ที่ถูกยึดเงินสดซุกซ่อนหลังตู้เสื้อผ้ากว่า 70 ล้านบาท พร้อมทองคำแท่ง ซึ่งสวนทางกับเงินเดือนข้าราชการอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลการทุจริตเชื่อมโยงไปถึงข้าราชการระดับสูงบางรายใน กสถ.ด้วย

ความเชื่อมโยงในคดีนี้ลามไปถึงคนสนิทของนักการเมืองระดับสูง จนมีเลขานุการรัฐมนตรีบางกระทรวงต้องประกาศลาออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

มาตรการขั้นเด็ดขาด กลุ่มทุจริต 5,000 คน ตัดสิทธิ์สอบราชการตลอดชีวิต

กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภาพรวมของรัฐบาลได้วางมาตรการรับมือไว้ดังนี้

โดยรายชื่อทั้งหมดของกลุ่มทุจริต 5,000 คนถูกส่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบรายบุคคล หากชี้มูลความผิดสำเร็จ จะถูก เพิกถอนการบรรจุ (ไล่ออก) ทันที และรัฐบาลเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมาย เรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการย้อนหลัง ทั้งหมด

ทั้งนี้ ตามระเบียบ กสถ. และมาตรการใหม่ของบอร์ด ก.พ. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครั้งนี้ จะหมดสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการทุกสังกัดไปตลอดชีวิต

ทาง กสถ. ยืนยันว่า จะไม่มีการจัดสอบใหม่ให้เสียเวลา แต่จะใช้วิธี เลื่อนลำดับบัญชีสำรองของคนที่สอบด้วยความสุจริตขึ้นมาเสียบแทนตำแหน่งของกลุ่มที่ทุจริต

นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นภายใน 30 วัน ต้องชัดเจน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นอย่างละเอียด รอบคอบ และปราศจากข้อกังขา โดยต้องยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และต้องให้ผลการตรวจสอบสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน

พร้อมลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น มีอำนาจเต็มในการตรวจสอบข้อมูลทุกมิติ และจัดทำรายงานเสนอผลต่อรัฐบาลภายในกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธานกรรมการ ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมจัดทำรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และให้รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

คณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น จ่อส่งรายงานชุดแรก 15 ก.ค. ชุดสอง 27 ก.ค.

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 (8 ก.ค.2569) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที ว่า กรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ มีเวลา 30 วัน โดยรายงานชุดแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค. และจะนำเสนอนายกฯ วันที่ 15 ก.ค. ส่วนรายงานชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค.

“สำหรับกระบวนการ เราจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพราะส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ดำเนินการไปแล้ว จึงจะให้เป็นหัวหน้าทีม โดยมีองค์ประกอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี”

‘ปกรณ์’ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ชุดนี้จะเหมือนกับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน ซึ่งโดยสรุปจะเป็นทำนองนั้น เราจะดูว่า กระบวนการทั้งหมดมีช่องโหว่ตรงไหน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมไปถึงการเสนอกฎหมายอะไรต่างๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ อย่างไร

“ส่วนกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตรวจสอบคะแนนกับกระดาษคำตอบ พบไม่ตรงกันกว่า 5,000 ราย คนเหล่านี้จะต้องออกจากราชการเลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ทำหนังสือขอข้อมูลในนามของคณะกรรมการฯ เข้ามา เพื่อประกอบการพิจารณา”

“เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อดูว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คุณควรจะต้องทำอย่างไร”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์