อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดผยว่า วันที่ 11 ก.ค.นี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการประชุมในช่วงบ่าย ก่อนที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องประชุมกันทุกวันอังคาร เพื่อทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ ส.ส. ว่าจะมีวาระอะไรบ้าง หรือแนวทางการลงมติว่าจะไปในทิศทางใด ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนจะเสนอรายชื่อชิงนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ต้อวรอให้มีการพูดคุยในวันที่ 11 ก.ค.ก่อน ขอดูภาพรวมตอนนี้ก่อน ซึ่งในวันดังกล่าวน่าจะมีข้อสรุปเพื่อให้เป็นในทิศทางที่เข้าใจตรงกันทั้งหมด
เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชิงนายกฯจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่นั้น อนุชา ตอบว่า ต้องรอการประชุม เพราะจะมีการพูดคุยแง่มุมต่างๆ หลังจากประชุมเสร็จทางโฆษกพรรค จะแถลงให้ทราบ พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นที่ว่า ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีสิทธิเสนอได้ใช่หรือไม่ พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องดูอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังมองว่าการตั้งวิปรัฐบาลเดิมไว้เพื่อประสานงานกัน ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะต้องมีผู้ทำหน้าที่วิป เพื่อจะได้ประสานงานกับฝ่ายบริหารและรัฐบาลโดยตรง ส่วนฝ่ายค้านมีไว้ประสานงานเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
“เป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น และนำเสนอแนวคิด แต่ยังไม่ได้มีการประสานกันในรายละเอียด ต้องดูหลังการประชุมพรรคในวันที่ 11 ก.ค. ก่อนว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นแนวคิดที่แม้จะต่างพรรคกัน แต่มีแนวคิดเดียวกัน ซึ่งจะพูดคุยกันว่าแนวทางการลงมติ หรืออะไรต่างๆ จะเป็นในแนวทางใด ซึ่งอาจจะมีเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อประสานงานกัน เป็นเรื่องปกติของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล” อนุชา ระบุ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้เห็นด้วยในเรื่องนี้หรือไม่ อนุชา ตอบว่า “ยังไม่ได้คุยกับทางพรรคภูมิใจไทยในรายละเอียด เลยยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับสภาฯ” พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องความกังวลต่อท่าทีของพรรคภูมิใจไทย กรณีขั้วรัฐบาลเดิมเสียงแตก
เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชิงนายกฯจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่นั้น อนุชา ตอบว่า ต้องรอการประชุม เพราะจะมีการพูดคุยแง่มุมต่างๆ หลังจากประชุมเสร็จทางโฆษกพรรค จะแถลงให้ทราบ พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นที่ว่า ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีสิทธิเสนอได้ใช่หรือไม่ พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องดูอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังมองว่าการตั้งวิปรัฐบาลเดิมไว้เพื่อประสานงานกัน ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะต้องมีผู้ทำหน้าที่วิป เพื่อจะได้ประสานงานกับฝ่ายบริหารและรัฐบาลโดยตรง ส่วนฝ่ายค้านมีไว้ประสานงานเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
“เป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น และนำเสนอแนวคิด แต่ยังไม่ได้มีการประสานกันในรายละเอียด ต้องดูหลังการประชุมพรรคในวันที่ 11 ก.ค. ก่อนว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นแนวคิดที่แม้จะต่างพรรคกัน แต่มีแนวคิดเดียวกัน ซึ่งจะพูดคุยกันว่าแนวทางการลงมติ หรืออะไรต่างๆ จะเป็นในแนวทางใด ซึ่งอาจจะมีเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อประสานงานกัน เป็นเรื่องปกติของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล” อนุชา ระบุ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้เห็นด้วยในเรื่องนี้หรือไม่ อนุชา ตอบว่า “ยังไม่ได้คุยกับทางพรรคภูมิใจไทยในรายละเอียด เลยยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับสภาฯ” พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องความกังวลต่อท่าทีของพรรคภูมิใจไทย กรณีขั้วรัฐบาลเดิมเสียงแตก



