จี้รัฐบาลเคลียร์สารพัดปัญหา ก่อนลงมติ ‘ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 67’

5 ม.ค. 2567 - 16:07

  • ‘ศิริกัญญา’ เซ็ง ‘เศรษฐา’ โยน ‘รมช.คลัง’ ตอบปมเศรษฐกิจ

  • จี้รัฐบาลเคลียร์สารพัดปัญหาให้กระจ่าง ก่อนลงมติ ‘ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 67’

Urges_government_to_clear_up_all_problems_before_voting_on_2024_budget_bill_SPACEBAR_Hero_5e212dc129.jpg

ถึงคิวแจงบทสรุปการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท โดย ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ชี้ให้เห็นว่า ไม่ได้สะท้อนถึงการที่รัฐบาลจะมีการแก้ไขวิกฤตต่างๆ อาทิ วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม มลพิษที่รั่วไหล ฝุ่น PM 2.5 การศึกษา เด็กเกิดน้อย หรือสังคมผู้สูงวัย ขณะเดียวกัน ยังพบงบประมาณที่มีการสอดไส้งบประมาณที่ไม่ตรงปกและไม่ตรงแผน เพราะแทนที่จะมีแผนสร้างความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ กลับแทรกแผนการสร้างถนน สร้างตึกเข้ามาแทน และมีแต่งบประมาณที่เอาไปใช้หนี้ ฉะนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องตอบข้อสงสัยเหล่านี้ในวันสุดท้าย ทั้งเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ ที่ได้หยิบยกประเด็นการประมาณการเศรษฐกิจ GDP ที่ 5.4% เอาไว้ เพราะทำให้กลบคำถามสำคัญที่รัฐมนตรีจะต้องตอบ แต่สำหรับกรณีที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า เอกสารจากสำนักงบประมาณ ผิดเพียงแค่จุดเดียว ที่เป็นการแสดงตัวเลข Nominal GDP ที่ไม่ได้หักผลของเงินเฟ้อ ส่วนหน้าอื่นเป็น Real GDP นั้น เรื่องนี้หากท่านยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดแต่โดยดี ก็ไม่ต้องถกเถียงกันเป็นเวลาถึง 2 วัน เพราะการคำนวณแบบนี้ไม่มีใครเขาทำ

ส่วนการประมาณการรายได้ที่สูงเกินจริง ฝ่ายค้านได้สอบถามถึงภาษี 4 ตัว ที่รายได้หายไป เนื่องจากมีปัญหาว่า รัฐบาลจะนำเงินจากส่วนใดมาทดแทน อาทิ ภาษีขายหุ้น การลดหย่อนกองทุนต่างๆ และรายได้นำส่ง กฟผ. แต่ได้คำตอบกลับมาเพียงเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน ทำให้รายได้หายไป โดยชี้แจงว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการมาแล้ว 2 เดือน ทำให้ลดภาษีไปได้ประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริง เราคาดการณ์ว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2567 จึงสะท้อนได้ว่า รัฐบาลจะไม่ต่อมาตรภาษีสรรพสามิตน้ำมันใช่หรือไม่

ส่วนเรื่องแผนการลดกำลังพลนั้น เข้าใจว่า สุทิน คลังแสง เพิ่งเข้ามาเป็น รมว.กลาโหม ได้เพียงแค่ 3 เดือน แต่แผนการลดกำลังพลของกองทัพนั้น เป็นแผนปี 2560-2570 ซึ่งผ่านมาแล้ว 7 ปี ก็คาดหวังว่า จะเห็นการลดลงของงบประมาณบุคลากรกองทัพได้แล้ว ไม่ใช่ยังคงเพิ่มขึ้น และยังเห็นจำนวนทหารที่เพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ มีเรื่องที่น่าตื่นเต้น คือ การเกษียณอายุก่อนราชการสำหรับข้าราชการกลาโหม ซึ่งจะรอติดตามในงบประมาณปี 2568 เพราะต้องมีการตั้งงบเพื่อชดเชยค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ และงบบุคลากรก็อาจจะเพิ่มขึ้นในปี 2568 ส่วนเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่มีอะไรที่จะรบกวนจิตใจประชาชนในช่วงนี้ได้เท่ากับฝุ่น PM 2.5 ซึ่งนายกรัฐมนตรียอมรับเองว่า ไม่ได้มีแผนอะไรอยู่ในงบฯ ของปี 2567 แล้วจะไปใช้งบกลางในการดำเนินนโยบายนี้ ทั้งที่เรื่องฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้น แต่เราจะอยู่ในการบริหารราชการแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปถึงเมื่อไหร่ คิดว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะดีขึ้น แต่ก็ยังเหมือนเดิม

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีการตั้งงบประมาณไว้ 2 ก้อน ในปี 2567 เรื่องท่อน้ำมันที่มีการเว้นที่ไว้สำหรับการวางท่อน้ำมัน แต่ในการศึกษาความเป็นไปได้ ไม่มีท่อน้ำมันอยู่ในนั้น ดังนั้น การที่จะไปหานักลงทุนมาขนถ่ายน้ำมันก็อาจเป็นเรื่องที่ผิดฝา หรือไม่เช่นนั้นอาจต้องรื้อรายงานที่เราจ่ายเงินไปแล้ว 68 ล้านบาท ที่ใกล้เสร็จแล้วไปปรับแผน ซึ่งหากทำเช่นนั้น ก็จะไม่ตรงกับผลของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงเรื่องช่องแคบมะละกา ที่นายกฯ อ้างว่ามีความแออัดก็ไม่ได้แออัดขนาดนั้น จึงเป็นเหตุผลที่เราไม่ควรที่จะสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ หากมีความแออัดจริง สิงคโปร์ก็คงจะไม่สร้างท่าเรือใหม่

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดนี้เราอาจจะไม่ต้องกังวลมาก เพราะสุดท้ายหากเราคาดว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่เอกชนจะมาลงทุนเองเกือบ 100% หากนักลงทุนไม่มาเพราะเราวาดแผนที่สวยหรูเกินจริง เราก็คงไม่ต้องกังวล เพราะสุดท้ายโครงการนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ส่วนต้องมาพูดเรื่องนี้ เพราะหากไม่มีนักลงทุนมา คนที่จะนอนไม่หลับคือประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กำลังจะถูกเวนคืนที่ดิน เพราะเขาจะไม่เหลือความมั่นคงอะไรในชีวิตแล้ว โดยที่ต้องลุ้นไปวันต่อวันว่าบ้านของเขาจะถูกเวนคืนที่ดินหรือไม่ แต่ยืนยันว่า เราเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ การปรับปรุงท่าเรือเดิม หรือสร้างใหม่ให้เป็นท่าเรือยุทธศาสตร์สำคัญ แต่สิ่งที่เรายังกังขาคือความคุ้มค่า สวยหรูจริงหรือไม่ จึงต้องฝากให้นายกฯ ไปศึกษาอย่างรอบคอบ

นี่เป็นคำถามที่เรายังรอคำตอบจากรัฐบาล และยังให้เวลากับรัฐบาลในช่วงสุดท้ายของการอภิปราย ก่อนที่จะมีการลงมติ โดยในช่วงบ่าย พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการแถลงว่าเราจะมีมติเช่นไร ซึ่งท่านยังคงมีเวลาที่จะเปลี่ยนใจเราได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ครบถ้วน ให้กระจ่างว่าจะแก้ปัญหาให้ประเทศนี้พ้นวิกฤตผ่านงบประมาณปี 67 ได้อย่างไรบ้าง

สำหรับการชี้แจงของนายกฯ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ศิริกัญญา แสดงความคาดหวังว่านายกฯ จะตอบมากกว่านี้ แต่กลับให้ รมช.คลัง ตอบเรื่องงบประมาณและเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งก็น่าผิดหวัง จึงคาดหวังว่าช่วงท้ายในการพิจารณา นายกฯ จะมีบทบาทในการอภิปรายงบประมาณ

การชี้แจงเรื่องงบประมาณและปัญหาเศรษฐกิจน่าผิดหวังมากที่สุด หรืออาจเป็นอคติของดิฉัน แต่ต้องสอบถามท่านอื่นด้วยว่า มีอะไรที่มีปัญหา ต้องติดตามว่ายังมีรัฐมนตรีท่านใดที่ยังไม่ตอบ โดยเฉพาะเรื่อง PM 2.5 ที่ต้องดูว่า รมว.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จะมาตอบเองหรือไม่ แต่มีใครเห็นท่านอยู่ในห้องประชุมบ้างหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์