ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งว่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้มอบหมายให้ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ดังนั้น ในการประชุมของทุกภาค ตนจะเข้าร่วมประชุม ซึ่งพบว่ามีผู้สมัครล้นทุกจังหวัด และคงเหมือนกับทุกพรรค จึงต้องพิจารณาว่า ทำอย่างไร ถึงจะรักษาน้ำใจคนที่ไม่ได้รับเลือกให้ลงสมัคร
“ผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมมาก ซึ่งในวันที่ 25 มีนาคมนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ทำให้ดูว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน เช่นเดียวกับผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ก็มีล้นแต่จะเลือกให้เหลือ 100 คน โดยขณะนี้ ยังไม่ได้จัดลำดับ ส่วนนโยบายพรรค สรุปครั้งสุดท้ายในวันพฤหัสบดีนี้ และจะประกาศให้ประชาชนได้รู้ว่า นโยบายทั้งหมดเป็นแบบไหน ทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ใครบ้างจะมาเป็นทีมเศรษฐกิจ เพราะแต่ละคนล้วนเป็นคนเก่ง และมีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น” ไตรรงค์ กล่าว
ไตรรงค์ เปิดเผยด้วยว่า ได้เสนอคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าในส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ มีความจำเป็นจะต้องลงพื้นที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค หาเสียง จึงได้เสนอที่ประชุมว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาช่วยผู้สมัคร หาเสียงในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
“วิธีที่ดีที่สุดคือ ตัดปัญหาให้นายกฯ ลาราชการบ้าง การหาเสียงจะได้ทำอย่างเต็มตัว โดยไม่จำเป็นต้องลาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็ลาได้ งานที่เป็นราชการ สามารถมอบหมายรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ทำหน้าที่แทนได้ เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว ต้องหาเสียงสู้กับพรรคการเมืองอื่นด้วย เพราะนายกฯ ไปปรากฏตัวที่ไหน ได้คะแนนเสียงที่นั่น ดังนั้น ต้องปรากฏตัวบ่อยๆ ไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของภาคใต้ หลังจากนี้ ไปจะพยายามพาลุงตู่ ไปปราศรัยไปพบประชาชนให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้” ไตรรงค์ กล่าว
ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงความคาดหวังในการเลือกตั้งว่า ตัวผู้สมัครหลายจังหวัดเป็นเกรด A ซึ่งชนะแน่นอน ส่วนเกรด B ต้องมาลุ้นกับพรรคการเมืองอื่น ส่วนเกรด C ก็ต้องลงสมัครเพื่อเอาคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ก็คงเป็นแบบนี้ทุกพรรค มีทั้งเกรด A, B, C
“ตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากโม้เหมือนบางพรรค ที่บอกว่าจะแลนด์สไลด์ได้ ส.ส. 200 บ้าง 300 บ้าง ก็ว่ากันไป ตนเป็นผู้ใหญ่ไม่อยากพูดมั่ว ไม่มีใครรู้พรรคใดจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ต้องว่ากันหลังเลือกตั้ง ในส่วนพื้นที่ภาคใต้ ก็คงต้องแบ่งกันไป ตนไม่อยากพูดว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะแลนด์สไลด์ในภาคใต้ เกรงใจพรรคเก่า เขาก็ต้องมีดีของเขา ได้รับเลือกมาบ้าง เราก็มีดี ได้รับเลือกเข้ามา พรรคอื่นก็มีบ้างแบ่งๆ กันไป แล้วมาทำงานร่วมกันในสภาทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่อย่าเป็นศัตรูกันในการหาเสียง” ไตรรงค์ กล่าว
“ผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมมาก ซึ่งในวันที่ 25 มีนาคมนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ทำให้ดูว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน เช่นเดียวกับผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ก็มีล้นแต่จะเลือกให้เหลือ 100 คน โดยขณะนี้ ยังไม่ได้จัดลำดับ ส่วนนโยบายพรรค สรุปครั้งสุดท้ายในวันพฤหัสบดีนี้ และจะประกาศให้ประชาชนได้รู้ว่า นโยบายทั้งหมดเป็นแบบไหน ทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ใครบ้างจะมาเป็นทีมเศรษฐกิจ เพราะแต่ละคนล้วนเป็นคนเก่ง และมีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น” ไตรรงค์ กล่าว
ไตรรงค์ เปิดเผยด้วยว่า ได้เสนอคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าในส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ มีความจำเป็นจะต้องลงพื้นที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค หาเสียง จึงได้เสนอที่ประชุมว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาช่วยผู้สมัคร หาเสียงในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
“วิธีที่ดีที่สุดคือ ตัดปัญหาให้นายกฯ ลาราชการบ้าง การหาเสียงจะได้ทำอย่างเต็มตัว โดยไม่จำเป็นต้องลาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็ลาได้ งานที่เป็นราชการ สามารถมอบหมายรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ทำหน้าที่แทนได้ เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว ต้องหาเสียงสู้กับพรรคการเมืองอื่นด้วย เพราะนายกฯ ไปปรากฏตัวที่ไหน ได้คะแนนเสียงที่นั่น ดังนั้น ต้องปรากฏตัวบ่อยๆ ไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของภาคใต้ หลังจากนี้ ไปจะพยายามพาลุงตู่ ไปปราศรัยไปพบประชาชนให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้” ไตรรงค์ กล่าว
ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงความคาดหวังในการเลือกตั้งว่า ตัวผู้สมัครหลายจังหวัดเป็นเกรด A ซึ่งชนะแน่นอน ส่วนเกรด B ต้องมาลุ้นกับพรรคการเมืองอื่น ส่วนเกรด C ก็ต้องลงสมัครเพื่อเอาคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ก็คงเป็นแบบนี้ทุกพรรค มีทั้งเกรด A, B, C
“ตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากโม้เหมือนบางพรรค ที่บอกว่าจะแลนด์สไลด์ได้ ส.ส. 200 บ้าง 300 บ้าง ก็ว่ากันไป ตนเป็นผู้ใหญ่ไม่อยากพูดมั่ว ไม่มีใครรู้พรรคใดจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ต้องว่ากันหลังเลือกตั้ง ในส่วนพื้นที่ภาคใต้ ก็คงต้องแบ่งกันไป ตนไม่อยากพูดว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะแลนด์สไลด์ในภาคใต้ เกรงใจพรรคเก่า เขาก็ต้องมีดีของเขา ได้รับเลือกมาบ้าง เราก็มีดี ได้รับเลือกเข้ามา พรรคอื่นก็มีบ้างแบ่งๆ กันไป แล้วมาทำงานร่วมกันในสภาทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่อย่าเป็นศัตรูกันในการหาเสียง” ไตรรงค์ กล่าว




