เฟซบุ๊ก ‘เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ชี้แจงถึงจุดยืนทางการเมือง โดยเนื้อหาระบุว่า ขอยืนยันว่าการที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งนายวิทยา แก้วภราดัย สู้กับก้าวไกลในการโหวตรองประธานสภา เป็นการสู้เพื่อแสดงจุดยืน ไม่นำมาสู่การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างแน่นอน
การโหวตประธานสภาและนายกรัฐมนตรีมีกลไกที่แตกต่างกันครับ การโหวตประธานสภาฯ จะใช้ “เสียงส่วนมาก” ในที่ประชุม ใครที่ถูกเสนอชื่อแล้วได้คะแนนมากสุดจะได้เป็น หรือหากไม่มีคู่แข่งก็ได้เป็นเลยโดยที่ไม่ต้องโหวตแข่ง
ต่างจากการโหวตนายกฯ ที่ต้องได้ “คะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่ากึ่งหนึ่ง” (หรือ 376) ของรัฐสภา หากเสนอชื่อมาคนเดียว ก็ไม่ได้เป็น จะได้เป็นก็ต่อเมื่อข้ามรั้ว 376 เสียงไปได้เท่านั้น
ดังนั้น ในการโหวตรองประธานสภาฯ หากเราไม่ส่งคุณวิทยา ไปแข่ง ก็เท่ากับเราสนับสนุนให้แคนดิเดตของพรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาโดยอัตโนมัติ เราจึงส่งแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัด ถึงแม้ทราบดีอยู่แล้วว่าแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยก็ตาม
ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีกระแสข่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะส่งนายพีระพันธุ์ แข่งกับคุณพิธาฯ นั้นไม่เป็นความจริงครับ
ผมเองอยากเห็นคุณพีระพันธุ์ เป็นนายกฯ และเชื่อว่าท่านจะเป็นนายกฯ ที่ดีเพราะท่านเป็นนักการเมืองนํ้าดี สุจริต เที่ยงธรรม แต่ต้องยอมรับว่าพรรคเรามีเพียง 36 เสียง ไม่พอที่จะไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
และคุณพีระพันธุ์กับผม ก็ไม่เคยมีความคิด และไม่สนับสนุนการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ อย่างเด็ดขาด ถึงจะตั้งไปก็อยู่ไม่ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม การแสดงจุดยืนว่า เราไม่รับนายกฯหรือรัฐบาลที่จะแก้หรือยกเลิก ม.112 สามารถทำได้ด้วยวิธีไม่โหวต โหวตไม่รับ หรืองดออกเสียง ไม่ต้องส่งแข่งก็สู้ได้ (ต่างจากรองประธานสภาฯ) การไม่ส่ง ไม่โหวต หรืองดออกเสียง ด้วยกลไกการโหวตที่ไม่เหมือนกัน จึงมีผลไม่เหมือนกัน
มีคนพยายามกุข่าวลือ สร้างข่าวเพื่อให้การต่อสู้ของเราสูญเสียความชอบธรรม เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขบวนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมขอปฏิเสธชัดๆ ไปเลย ว่า “เราไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย” หากจะต้องเป็นฝ่ายค้านก็เป็นครับ คุณพีระพันธุ์ ผม และเพื่อน ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ติดใจ
การจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่สำคัญไปกว่าการรักษาจุดยืนของเราครับ เราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างความมั่นคงให้ชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ผดุงความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม แต่จะไม่แก้ 112 ไม่เปลี่ยนวันชาติ ไม่แบ่งแยกดินแดน เราจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้วยการเสริมเติมต่อจากสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในประเทศของเรา
การโหวตประธานสภาและนายกรัฐมนตรีมีกลไกที่แตกต่างกันครับ การโหวตประธานสภาฯ จะใช้ “เสียงส่วนมาก” ในที่ประชุม ใครที่ถูกเสนอชื่อแล้วได้คะแนนมากสุดจะได้เป็น หรือหากไม่มีคู่แข่งก็ได้เป็นเลยโดยที่ไม่ต้องโหวตแข่ง
ต่างจากการโหวตนายกฯ ที่ต้องได้ “คะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่ากึ่งหนึ่ง” (หรือ 376) ของรัฐสภา หากเสนอชื่อมาคนเดียว ก็ไม่ได้เป็น จะได้เป็นก็ต่อเมื่อข้ามรั้ว 376 เสียงไปได้เท่านั้น
ดังนั้น ในการโหวตรองประธานสภาฯ หากเราไม่ส่งคุณวิทยา ไปแข่ง ก็เท่ากับเราสนับสนุนให้แคนดิเดตของพรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาโดยอัตโนมัติ เราจึงส่งแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัด ถึงแม้ทราบดีอยู่แล้วว่าแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยก็ตาม
ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีกระแสข่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะส่งนายพีระพันธุ์ แข่งกับคุณพิธาฯ นั้นไม่เป็นความจริงครับ
ผมเองอยากเห็นคุณพีระพันธุ์ เป็นนายกฯ และเชื่อว่าท่านจะเป็นนายกฯ ที่ดีเพราะท่านเป็นนักการเมืองนํ้าดี สุจริต เที่ยงธรรม แต่ต้องยอมรับว่าพรรคเรามีเพียง 36 เสียง ไม่พอที่จะไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
และคุณพีระพันธุ์กับผม ก็ไม่เคยมีความคิด และไม่สนับสนุนการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ อย่างเด็ดขาด ถึงจะตั้งไปก็อยู่ไม่ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม การแสดงจุดยืนว่า เราไม่รับนายกฯหรือรัฐบาลที่จะแก้หรือยกเลิก ม.112 สามารถทำได้ด้วยวิธีไม่โหวต โหวตไม่รับ หรืองดออกเสียง ไม่ต้องส่งแข่งก็สู้ได้ (ต่างจากรองประธานสภาฯ) การไม่ส่ง ไม่โหวต หรืองดออกเสียง ด้วยกลไกการโหวตที่ไม่เหมือนกัน จึงมีผลไม่เหมือนกัน
มีคนพยายามกุข่าวลือ สร้างข่าวเพื่อให้การต่อสู้ของเราสูญเสียความชอบธรรม เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขบวนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมขอปฏิเสธชัดๆ ไปเลย ว่า “เราไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย” หากจะต้องเป็นฝ่ายค้านก็เป็นครับ คุณพีระพันธุ์ ผม และเพื่อน ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ติดใจ
การจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่สำคัญไปกว่าการรักษาจุดยืนของเราครับ เราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างความมั่นคงให้ชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ผดุงความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม แต่จะไม่แก้ 112 ไม่เปลี่ยนวันชาติ ไม่แบ่งแยกดินแดน เราจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้วยการเสริมเติมต่อจากสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในประเทศของเรา





