ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเฟซบุ๊กเพจ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party’ ได้เผยแพร่ข้อความของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการ กำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่การประกาศวางมือทางการเมืองและลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ไปแล้วนั้น ทาง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หารือกับผมเกี่ยวกับเส้นทางการเมืองของท่านว่า ท่านไม่มีความประสงค์จะแสวงหาอำนาจทางการเมืองเพื่อประโยชน์อะไรส่วนตัวเลย ท่านเพียงอยากขอโอกาสสานงานต่อในสิ่งที่ท่านมุ่งหวังตั้งใจ แต่เมื่อไม่มีโอกาสนั้น และตัวท่านเองเห็นว่าท่านถูกโยงเป็นประเด็นให้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์
ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของท่าน ที่เกรงใจคนอื่นอยู่เสมอ ท่านเกรงว่าจะทำให้พรรคมีปัญหา อีกทั้งมีการพยายามสร้างเรื่องว่าท่านพยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำให้เสียภาพทั้งตัวท่านและพรรค ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาทั้งหมดท่านจึงเห็นว่าการวางมือทางการเมืองของท่านเป็นหนทางที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ท่านยังจะยืนเคียงข้างพวกเราและพรรคเราตลอดไป เพื่อนสมาชิกพรรคและประชาชนที่รักทุกท่านครับ วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับปลูกฝังบ่มเพาะจากการสนับสนุนของท่านทำให้เรามี ส.ส. เข้าไปทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินถึง 36 คน
“ผมมั่นใจว่า พวกเราทั้ง 36 คน จะเป็นเมล็ดพันธุ์ของคนที่เข้ามาทำงานเพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ และประชาชน และเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับการสนับสนุนให้มั่นคงและมีจำนวนมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ทุกอย่างเดินหน้าได้ด้วยกำลังใจและความเชื่อมั่นเสมอ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ” พีระพันธุ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรดาสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรค ได้พร้อมใจกันโพสต์ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เสียสละทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาตลอดระยะเวลา 9 ปี
โดย เอกนัฏ ระบุว่า ถือเป็นความภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้น แต่ความประทับใจจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของตนตลอดไป ทั้งนี้ ตนขอเป็นตัวแทนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กราบขอบคุณ ที่ท่านฯได้อุทิศตัวทุ่มเททำงานให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานการเมืองกับพรรคฯ จนพรรคฯ เรามีวันนี้ มีต้นทุนทางการเมืองที่จะดำเนินงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมทั้งปัจจุบันและอนาคต และไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด พรรคฯและตนยังคงไว้ซึ่งความศรัทธาในตัวท่านตลอดไป
พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเดินหน้าสานต่อภารกิจงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ที่มั่นคง ปกป้องรักษาสถาบันหลักของประเทศชาติและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ตามเจตนารมณ์ของท่านฯ ต่อไปในวันนี้และวันข้างหน้า ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของท่าน ที่เกรงใจคนอื่นอยู่เสมอ ท่านเกรงว่าจะทำให้พรรคมีปัญหา อีกทั้งมีการพยายามสร้างเรื่องว่าท่านพยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำให้เสียภาพทั้งตัวท่านและพรรค ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาทั้งหมดท่านจึงเห็นว่าการวางมือทางการเมืองของท่านเป็นหนทางที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ท่านยังจะยืนเคียงข้างพวกเราและพรรคเราตลอดไป เพื่อนสมาชิกพรรคและประชาชนที่รักทุกท่านครับ วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับปลูกฝังบ่มเพาะจากการสนับสนุนของท่านทำให้เรามี ส.ส. เข้าไปทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินถึง 36 คน
“ผมมั่นใจว่า พวกเราทั้ง 36 คน จะเป็นเมล็ดพันธุ์ของคนที่เข้ามาทำงานเพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ และประชาชน และเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับการสนับสนุนให้มั่นคงและมีจำนวนมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ทุกอย่างเดินหน้าได้ด้วยกำลังใจและความเชื่อมั่นเสมอ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ” พีระพันธุ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรดาสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรค ได้พร้อมใจกันโพสต์ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เสียสละทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาตลอดระยะเวลา 9 ปี
โดย เอกนัฏ ระบุว่า ถือเป็นความภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้น แต่ความประทับใจจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของตนตลอดไป ทั้งนี้ ตนขอเป็นตัวแทนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กราบขอบคุณ ที่ท่านฯได้อุทิศตัวทุ่มเททำงานให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานการเมืองกับพรรคฯ จนพรรคฯ เรามีวันนี้ มีต้นทุนทางการเมืองที่จะดำเนินงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมทั้งปัจจุบันและอนาคต และไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด พรรคฯและตนยังคงไว้ซึ่งความศรัทธาในตัวท่านตลอดไป
พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเดินหน้าสานต่อภารกิจงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ที่มั่นคง ปกป้องรักษาสถาบันหลักของประเทศชาติและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ตามเจตนารมณ์ของท่านฯ ต่อไปในวันนี้และวันข้างหน้า ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง






