‘รวมไทยสร้างชาติ’ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

2 ส.ค. 2566 - 17:37

  • ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

  • ยันไม่ติดใจคุณสมบัติ ‘เศรษฐา’ แต่ขอแจงให้ชัดปม ‘มาตรา 112’

  • ‘เอกนัฏ’ พูดเป็นนัย ‘หากจมอยู่กับอดีตก็ไม่มีอนาคต’

  • ด้าน ‘ธนกร’ คาด 4 ส.ค.นี้ โหวตนายกฯ ไร้ปัญหา

UTNP_stated_that_ready_to_work_either_the_opposition_or_the_government_SPACEBAR_Thumbnail_cc48addc87.jpeg
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวภายหลังพรรคเพื่อไทย แถลงฉีกเอ็มโอยูและประกาศไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยย้ำจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า หากมีพรรคก้าวไกลและการแก้ไขมาตรา 112 ก็ไม่สามารถโหวตให้ได้ แต่หากหลุดจากเงื่อนไขตรงนี้ ก็ต้องรอดูสเต็ปต่อไปว่าจะสามารถไปกันได้หรือไม่ พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นถึงกระแสข่าวแถลงจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ และยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ส่วนมุมมองต่อคุณสมบัติ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยนั้น เอกนัฏ ระบุว่า การโหวตนายกฯ ทั้ง 2 ครั้ง ติดประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ดังนั้น ครั้งที่ 3 ต้องมีการชี้แจงให้ชัดเจนก่อนที่จะโหวตนายกฯ  
  
“หากประกาศชัดแล้วว่าไม่เดินหน้าแก้ไข รวมถึงไม่เป็นวาระในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะเริ่มสามารถพูดคุยกันได้ แต่ส่วนจะร่วมหรือไม่ร่วมนั้นจะมีการพูดคุยกันก่อน เพราะอาจจะมีหลายเรื่องก็ได้” เอกนัฏ ระบุ  
  
ส่วนที่มีการอ้างติดปัญหา '2 ลุง' คือพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ เอกนัฏ ก็ยืนยันว่าไม่ต้องแก้ปัญหา เพราะในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้ติดใจที่จะเป็นฝ่ายค้าน หรือแม้แต่เป็นรัฐบาล เพราะสามารถทำหน้าที่ได้ เพียงแต่จะอยู่ตรงไหนต้องรักษาจุดยืน  
  
“ส่วนการพูดถึงไม่เอาลุงนั้น สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ลาออกไปเลย แล้วจะเอากันไปถึงไหน อยากให้พูดถึงอนาคตดีกว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากจมอยู่กับอดีตก็ไม่มีอนาคต” เอกนัฏ ระบุ 
  
ส่วนจะทำความเข้าใจกับมวลชนอย่างไร หากต้องไปทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย เอกนัฏ ก็ย้ำถึงการรักษาจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนทิศทางการโหวตนายกฯ จะมีการหารือกันภายในพรรคต่อไป โดยยืนยันไม่มีเรื่องฟรีโหวต สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมแก้ไขธรรมนูญภายหลังตั้งรัฐบาลนั้น เอกนัฏ ระบุต้องดูว่าอีกฝ่ายจะแก้อะไร หากเป็นผลดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนจะแก้เพื่อให้การโหวตนายกฯ ครั้งต่อไปง่ายขึ้นนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้ว่าอะไร แต่ขอให้ชัดเจนคือเรื่องมาตรา 112 ว่าจะแก้ไขหรือไม่ ถ้ามีการแก้ไข ก็ประกาศออกมาให้ชัด ตัวแคนดิเดตนายกฯ จะได้มีความชัดเจนกับคนที่ต้องไปโหวตเลือกนายกฯ 
  
ด้าน ธนกร วังบุญคงชนะ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ปฏิเสธให้ความเห็นถึงโอกาสร่วมรัฐบาลของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังพรรคเพื่อไทยแถลงฉีกเอ็มโอยู สลายขั้ว 8 พรรคร่วมฯ พร้อมเน้นย้ำจุดยืน ไม่สนับสนุนนโยบายแก้ไขมาตรา 112 และถึงแม้จะเป็นพรรคเล็กมีเพียง 36 เสียง แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาล ทุกคนก็มีพลังในการทำงาน ขณะที่มองการโหวตนายกฯ ครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหา และตนเองพร้อมปฏิบัติตามมติพรรค ส่วนเมื่อถามว่าพรรคไม่มีปัญหาเรื่องของ 'ลุง' ที่เป็นเงื่อนไขของพรรคก้าวไกล แล้วใช่หรือไม่ ธนกร ก็ชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรค ได้ลาออกไปแล้ว และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นเหตุผลของบางพรรคการเมืองเท่านั้น  
  
“บางทีการดูข่าวการพูดของนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเก่า มากเกินไป แต่ละคนก็เก่งๆกันทั้งนั้น มีเพื่อนผมส่งงานวิจัยของต่างประเทศมาให้ พบว่าถ้าเราไปดูอะไรที่มันโง่ๆ มาก มันจะทำให้เราโง่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ก็ต้องระมัดระวังในการดูด้วย ที่ผมพูดไม่ได้มีความหมายอะไร” ธนกร กล่าว  
  
ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย แต่ขอให้ยืนยันชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นมาตรา 112 ส่วนก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวเคยพูดว่าจะแก้ไขมาตรา 112 ธนกร ก็ย้ำว่า ในการทำงานการเมืองนั้นต้องมีความชัดเจนก่อน  
  
“ไม่ใช่ว่าวันนี้จะให้พรรคการเมืองอื่นยกมือขึ้นให้ไปก่อน คงไม่ได้ คงต้องมีการเจรจานอกรอบกันก่อน และผู้ใหญ่ทุกพรรคก็ต้องพูดคุยกัน และต้องมีการแสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนให้ประชาชนทราบก่อนแล้วจึงเดินหน้าต่อไป ส่วนเรื่องที่ผ่านมาตนคิดว่า ทุกคนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครรังเกียจรังงอนใคร ทุกคนคนคิดเอาประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักและเดินไปข้างหน้า” ธนกร กล่าว 
  
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย แถลงว่าภารกิจแรกที่จะเข้ามาทำคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลง่ายขึ้น ถือเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นรัฐบาลหรือไม่นั้น ธนกร มองว่า เรื่องนี้ต้องเป็นฉันทามติของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหลายอย่างสามารถทำได้ แต่คงไม่ใช่การแก้มาตรา 112 และยอมรับว่า รัฐธรรมนูญบางมาตราต้องมีการปรับ ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย บอกว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ จะจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา พอแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ ไม่นานก็จะมีการยุบสภาฯ เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ พร้อมชี้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่า 1-2 ปีเสร็จ บางที 3 ปี หรืออาจจะครบวาระของรัฐบาลก็ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์