อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงการประชุมประจำสัปดาห์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า การประชุมประจำสัปดาห์ของพรรครวมไทยสร้างชาติในวันนี้มี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธานในการประชุม โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาในหลายเรื่อง
ในลำดับแรกคือการเลื่อนระเบียบวาระการลงมติเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ขึ้นมาพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2568 เนื่องจากความเร่งด่วนและมีเหตุสมควรจากการทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระที่ 2 ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีการประชุมยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน การลงมติเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เพื่อให้การทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปอย่างราบรื่น
พรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติสนับสนุนผู้เสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1
สำหรับเรื่องการพิจารณากฎหมายนั้น ในประเด็นแรก วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบ จึงต้องมีการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นชอบตามการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้มีความละเอียดรอบคอบในกฎหมายฉบับนี้ จึงมีมติเห็นชอบตามการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา
นอกจากนี้ ยังจะมีการพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในกฎหมาย 3 ฉบับที่จะเป็นกฎหมายที่มีส่วนสำคัญในการลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ...., ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
กฎหมายทั้ง 3 ฉบับจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับฝ่ายบริหารในการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีความเห็นว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับจะช่วยสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น และยังลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน
พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติเห็นชอบกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ทั้งในวาระที่ 2 และในวาระที่ 3 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชน




