ที่ศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย ซอยสวนผัก 19 เขตตลิ่งชัน กทม. (23 มกราคม 2566) พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นำโดย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค วิเชียร เชาวลิต รองหัวหน้าพรรค พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.กว่า 20 คน สักการะศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีน และพบปะพี่น้องประชาชน
โดยสนธิรัตน์ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า “ถ้าการเมืองไม่ดีก็จะทำให้ประเทศไม่ดีจะเป็นการทำร้ายประชาชน ถ้าปล่อยให้ใครก็ได้มาเป็น ส.ส.เป็นรัฐบาล เขาจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน พรรคสร้างอนาคตไทยเกิดขึ้นมา เพราะต้องการสร้างการเมืองดีๆ”
สนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคเรามีแต่คนหนุ่มสาวที่มีความตั้งใจไม่ใช่นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ไม่ใช่คนมีประวัติสีเทา สีดำ พรรคสร้างอนาคตไทยจะทำทุกทางที่จะทำการเมืองที่ดีให้ประชาชน ทีมงานของพรรคผู้บริหารพรรค สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็นที่ยอมรับว่าเป็นคนที่มีฝีมือดี
ทั้งนี้ หัวหน้าพรรค สอท. ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการควบรวมพรรค กับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ว่า ยังมีการพูดคุยกันอยู่ ซึ่งยังไม่มีอะไรที่เป็นข้อยุตินอกเหนือจากที่เคยบอกไปแล้ว แต่ยืนยันว่าเราเปิดกว้างที่จะทำงาน และหารือกับกลุ่มการเมือง รวมถึงเครือข่ายประชาชนด้วยอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน วันนี้เราตั้งใจมาทำการเมืองที่ดีและตอบสนองความต้องการของประชาชนและประเทศชาติในยามสำคัญนี้ ซึ่งเมื่อไหร่มีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบ
อย่างไรก็ตาม การจะรวมพรรคเพื่อต้องการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่ได้หวังว่าจะได้จำนวน ส.ส.เท่าไหร่ ย้ำว่าตอนนี้ยังอยู่ในการหารือ มีการแลกเปลี่ยนความคิดกันบ้างแล้ว โดยตนและสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สอท. ได้มีการพูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมงาน สอท.เรายังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่ได้รอจังหวะอะไร ทีมงานเราพร้อมเสมอ ขณะที่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท. ยังลงพื้นที่อยู่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกับสมคิด ถึงแผนการว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดในช่วงโค้งสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้หรือไม่ หัวหน้าพรรค สอท. กล่าวว่า ต้องดูที่อุดมการณ์และต้องดูผลของการเลือกตั้งที่ออกมาด้วย วันนี้เราเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว ต้องดูพัฒนาการของทางการเมืองไปอีก
เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกฯ ของ สอท.จะเสียเปรียบอื่นหรือไม่ อุตตม กล่าวว่า “ไม่เสียเปรียบพรรคอื่นแน่นอน เรายังเดินหน้าต่อไป ไม่เคยชะงักกับกระแสพรรคอื่นที่ออกมาตอนนี้ ยืนยันว่านายสมคิดมีความพร้อม มีความเหมาะสม ในยามนี้เราเชื่อว่านายสมคิดมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำของประเทศได้”
ด้านสนธิรัตน์ กล่าวว่า การทำงานการเมืองที่สำคัญคือ การคงอุดมการณ์ทางการเมือง เราได้ประกาศตัวเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับ ทสท. เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งมีพัฒนาการทั้งสองฝ่าย การเป็นพันธมิตรมีหลายรูปแบบ สอท.จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานให้กับชาติบ้านเมือง ขอให้ติดตามพรรคเรา เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ข้อยุติในการทำงานการเมืองที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง
“เราเปิดกว้างในการทำงานการเมือง หากผู้สมัครของพรรคมีโอกาสเข้าไปทำงานการเมืองจะเร่งดำเนินการ ยืนยันว่าความคืบหน้าในการควบรวมพรรคขณะนี้ไปได้ไกลมาก และจะเข้าสู่ข้อยุติได้อีกไม่นานนัก แต่วันนี้ยังไม่ถึงวันที่เราจะบอกหรือสรุปว่าข้อยุติเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่น่าจะเกินอีก 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ สอท.จะประกาศจุดยืนทางการเมือง และจะประกาศการทำงานทางการเมืองหลังจากที่ได้มีการพูดคุยจนยุติทั้งหมด” เลขาฯ พรรค สอท. กล่าว
โดยสนธิรัตน์ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า “ถ้าการเมืองไม่ดีก็จะทำให้ประเทศไม่ดีจะเป็นการทำร้ายประชาชน ถ้าปล่อยให้ใครก็ได้มาเป็น ส.ส.เป็นรัฐบาล เขาจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน พรรคสร้างอนาคตไทยเกิดขึ้นมา เพราะต้องการสร้างการเมืองดีๆ”
สนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคเรามีแต่คนหนุ่มสาวที่มีความตั้งใจไม่ใช่นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ไม่ใช่คนมีประวัติสีเทา สีดำ พรรคสร้างอนาคตไทยจะทำทุกทางที่จะทำการเมืองที่ดีให้ประชาชน ทีมงานของพรรคผู้บริหารพรรค สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็นที่ยอมรับว่าเป็นคนที่มีฝีมือดี
ทั้งนี้ หัวหน้าพรรค สอท. ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการควบรวมพรรค กับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ว่า ยังมีการพูดคุยกันอยู่ ซึ่งยังไม่มีอะไรที่เป็นข้อยุตินอกเหนือจากที่เคยบอกไปแล้ว แต่ยืนยันว่าเราเปิดกว้างที่จะทำงาน และหารือกับกลุ่มการเมือง รวมถึงเครือข่ายประชาชนด้วยอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน วันนี้เราตั้งใจมาทำการเมืองที่ดีและตอบสนองความต้องการของประชาชนและประเทศชาติในยามสำคัญนี้ ซึ่งเมื่อไหร่มีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบ
อย่างไรก็ตาม การจะรวมพรรคเพื่อต้องการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่ได้หวังว่าจะได้จำนวน ส.ส.เท่าไหร่ ย้ำว่าตอนนี้ยังอยู่ในการหารือ มีการแลกเปลี่ยนความคิดกันบ้างแล้ว โดยตนและสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สอท. ได้มีการพูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมงาน สอท.เรายังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่ได้รอจังหวะอะไร ทีมงานเราพร้อมเสมอ ขณะที่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท. ยังลงพื้นที่อยู่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกับสมคิด ถึงแผนการว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดในช่วงโค้งสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้หรือไม่ หัวหน้าพรรค สอท. กล่าวว่า ต้องดูที่อุดมการณ์และต้องดูผลของการเลือกตั้งที่ออกมาด้วย วันนี้เราเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว ต้องดูพัฒนาการของทางการเมืองไปอีก
เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกฯ ของ สอท.จะเสียเปรียบอื่นหรือไม่ อุตตม กล่าวว่า “ไม่เสียเปรียบพรรคอื่นแน่นอน เรายังเดินหน้าต่อไป ไม่เคยชะงักกับกระแสพรรคอื่นที่ออกมาตอนนี้ ยืนยันว่านายสมคิดมีความพร้อม มีความเหมาะสม ในยามนี้เราเชื่อว่านายสมคิดมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำของประเทศได้”
ด้านสนธิรัตน์ กล่าวว่า การทำงานการเมืองที่สำคัญคือ การคงอุดมการณ์ทางการเมือง เราได้ประกาศตัวเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับ ทสท. เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งมีพัฒนาการทั้งสองฝ่าย การเป็นพันธมิตรมีหลายรูปแบบ สอท.จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานให้กับชาติบ้านเมือง ขอให้ติดตามพรรคเรา เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ข้อยุติในการทำงานการเมืองที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง
“เราเปิดกว้างในการทำงานการเมือง หากผู้สมัครของพรรคมีโอกาสเข้าไปทำงานการเมืองจะเร่งดำเนินการ ยืนยันว่าความคืบหน้าในการควบรวมพรรคขณะนี้ไปได้ไกลมาก และจะเข้าสู่ข้อยุติได้อีกไม่นานนัก แต่วันนี้ยังไม่ถึงวันที่เราจะบอกหรือสรุปว่าข้อยุติเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่น่าจะเกินอีก 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ สอท.จะประกาศจุดยืนทางการเมือง และจะประกาศการทำงานทางการเมืองหลังจากที่ได้มีการพูดคุยจนยุติทั้งหมด” เลขาฯ พรรค สอท. กล่าว



