ถกปม ‘นิรโทษกรรม’ สรุปเป็นเรื่องของ ‘สภา’

22 ต.ค. 2567 - 11:23

  • ‘วราวุธ’ เผย วงดินเนอร์ถกปมนิรโทษกรรม สรุปให้เป็นเรื่อง ‘สภา’ เชื่อ แก้รธน.-ประชามติ ถ้าเจรจากัน รอมชอมกันได้ ไม่กังวลโดน กกต.สอบยุบพรรค ระบุ พร้อมชี้แจง ยัน ไม่มีใครครอบงำ ‘ชาติไทยพัฒนา’ ได้

  • กำชับ ทีม พม.อุทัยธานี ตามติดช่วยเหลือเยียวยา ‘เหยื่อรถบัสทัศนศึกษา’ ต่อเนื่อง ระบุ พม. พร้อมช่วยกรณีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ ปลุก เหยื่ออย่าอาย ให้ส่งเสียงเรียกร้องสิทธิ

varavuj_22oct24_SPACEBAR_Hero_d36f4a2436.jpg

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับประทานอาหารเย็นกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ว่า มีการพูดถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน อย่างที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมีการพบปะพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วม หรืออาจจะเป็นลักษณะการคุยกันแบบสองต่อสอง และอาจจะมีการพูดคุยถึงบทบาทภารกิจของแต่ละกระทรวง บางทีแต่ละกระทรวงเสนอมา กว่าจะถึงนายกฯอาจจะต้องใช้เวลา จึงต้องมีการพูดคุยกันก่อน จะได้มีความสนิทสนมกัน พร้อมเผยว่า ยังได้แซว แพทองธาร เลยว่า ไม่ใช่การเข้าห้องพบอาจารย์ใหญ่ใช่หรือไม่ ซึ่ง แพทองธาร บอกว่า ไม่ใช่ โดยนายกฯ ก็อารมณ์ดี พร้อมระบุว่า จะได้ทำงานกันได้ต่อเนื่อง ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้หารือพูดคุยกัน ทั้งงานบริหารรัฐบาลและงานการเมืองด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวงหารือได้มีการพูดถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ก็พูดคุยกันว่าเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเอง เราชัดเจนตั้งแต่เบื้องต้น รวมถึงแนวทางการทำนิรโทษกรรม จะต้องไม่รวมเรื่องมาตรา 112 ไม่เกี่ยวกับคดีทุจริต หรือคดีอาญา นี่คือ จุดยืนของพรรคพรรคชาติไทยพัฒนาตั้งแต่ต้น และทุกพรรคจะมีแนวทางคล้ายคลึงกัน แต่ทั้งนี้ เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องมีการตั้งทีมงานและดำเนินการตามกรอบของสภาฯ

สำหรับ ทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายประชามติ ในส่วนของพรรคพรรคชาติไทยพัฒนา มีแนวทางอย่างไรนั้น วราวุธ กล่าวว่า เราชัดเจนตั้งแต่ต้น และทราบว่าขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแล้ว โดยมีตัวแทนจาก สส.และสว. โดยทางพรรคพรรคชาติไทยพัฒนาได้ส่ง นิกร จำนง ผอ.พรรค ไปเป็นกรรมาธิการร่วม ซึ่งแนวทางของแต่ละพรรคก็จะเหมือนกันบางส่วน หรืออาจจะมีแนวทางคล้ายกันแต่อาจจะไม่ตรงกันสักทีเดียวนัก เชื่อว่า เมื่อได้นั่งพูดคุยกันมากขึ้นอาจจะมีการรอมชอม หรือสามารถเจรจาตกลงกันได้ เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา

ส่วนจุดยืนของพรรคพรรคชาติไทยพัฒนา ควรแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่นั้น วราวุธ กล่าวว่า เราเคยพูดตั้งแต่แรกช่วงหาเสียงว่าเราเชื่อในแนวทางของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือนสมัยที่ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ทำ แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องดูเสียงส่วนใหญ่ด้วยว่าโหวตไปทางใด อันไหนทำได้ เราต้องคำนึงถึงเงื่อนเวลาด้วยเหมือนกัน

ทั้งนี้ ในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งสอบพรรคเพื่อไทยและ 6 พรรคร่วมเดิม ถูก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำและชี้นำนั้น วราวุธ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะผู้ที่ไปร้องเรียนมีสิทธิ์ที่จะไปร้องตามสิทธิ์ เมื่อ กกต.วินิจฉัยอย่างไร ก็คงจะมีการเชิญไปชี้แจง ในส่วนของพรรคพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกติ ถามอะไรมาก็ตอบไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดว่าน่ากังวลอะไร

วราวุธ ยังยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีใครสามารถครอบงำได้ ขนาดตัวเองจะคุยกันในพรรค ยังครอบงำไม่ได้เลย ขนาดเป็นหัวหน้าพรรค ฉะนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาเราอยู่กันเหมือนครอบครัว มีผู้หลักผู้ใหญ่และมีคนรุ่นใหม่เข้ามาพูดคุยกัน ก็เหมือนญาติพี่น้องกัน ฉะนั้น จะมีใครมาครอบงำคงเป็นไปไม่ได้

เมื่อถามว่า ยุคนี้มีการยื่นยุบพรรคการเมืองง่ายไปหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า พอมีกรณีตัวอย่างก็อาจจะเป็นชนวนให้คนบางกลุ่ม สามารถเอาเรื่องมาปะติดปะต่อกัน ทำเป็นเรื่องร้องเรียนยุบพรรคได้ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของแต่ละพรรคที่จะชี้แจงในส่วนของแต่ละพรรคกันไป

วราวุธ ในฐานะ รมว.พม. ยังเปิดเผยถึงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนจากจังหวัดอุทัยธานีว่า ได้รับรายงานจากศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) โดยทีม พม.หนึ่งเดียว ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7 (สสว.7) และหน่วยงาน พม. จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งจุดอำนวยการช่วยเหลืออยู่ที่โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยมีผู้ประสบอุบัติเหตุใหญ่ทางถนน จำนวนรวม 26 ราย ได้แก่ ผู้เสียชีวิต 23 ราย เป็นเด็ก 20 ราย และครู 3 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นเด็กทั้งหมด 3 ราย ซึ่งมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 25 ครัวเรือน

วราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ ทีม พม.หนึ่งเดียว ได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเรื่องต่างๆ อาทิ 1. ทีม พม.หนึ่งเดียว จังหวัดอุทัยธานี จัดประชุมทีม CASE MANAGER (CM) ครั้งที่ 2 เพื่อวางแผนการลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาและวางแผนการจัดทำข้อมูลรายครอบครัว  2. ทีม CM พม.หนึ่งเดียว จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอลานสัก โรงพยาบาบาลจิตเวชนครสวรรค์ อาสาสมัคร พม. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านให้กำลังใจและสำรวจข้อมูลครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อนำข้อมูลมูลมาวางแผนการช่วยเหลือเยียวยาในระยะต่อไป และ 3. ทีม พม.หนึ่งเดียว จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้กระทำความผิด

วราวุธ กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา กระทรวง พม.โดยหน่วยงานทีม พม. ได้ร่วมกันวางแผนลงพื้นที่ของทีม CM เพื่อเยี่ยมครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะมีการประชุมทีมทุกสัปดาห์ ดังนี้ 1.ช่วงเดือนตุลาคม 2567 ถึงธันวาคม 2567 กำหนดลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ๆ ละ 1 ครั้ง 2.ช่วงเดือนมกราคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 กำหนดลงพื้นที่เดือนละ 1 ครั้ง และ 3.ช่วงเดือนมกราคม 2568 ถึงมีนาคม 2568 กำหนดจัดกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และในวันที่ 22 ตุลาคม 2567 กำหนดจัดประชุมทีม CM  และ วันที่ 24 ตุลาคม 2567 กำหนดลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งช่วงเดือนมกราคม 2568 ทางคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้กระทำความผิด ซึ่งมีการติดตามความคืบหน้าทุก 3 เดือน 

วราวุธ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีครูชาวต่างชาติล่วงละเมิดเด็กนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งว่า การล่วงละเมิดทางเพศนั้นไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน หรือที่ใดก็แล้วแต่ ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ว่าจะเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง ล้วนแล้วแต่มีความน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ ต้องฝากไปถึงสื่อมวลชนเสนอมุมมองให้ผู้ปกครองในการทำความเข้าใจกับลูกหลานของท่าน เพราะบริบทสังคมนั้นเปลี่ยนไปทั้งวัฒนธรรมการแต่งตัว แฟชั่น ขณะเดียวกัน ในสังคมเรามีคนที่มีความคิดหลากหลายออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสอนให้ลูกหลานรู้จักป้องกันตัว เพราะถ้าหากสอนวิธีการป้องกันตัว ทั้งอุปกรณ์ป้องกันตัวรวมถึงสเปรย์พริกไทย เป็นสิ่งที่ควรให้ความรู้กับลูกหลาน 

วราวุธ กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศนั้น ผู้ถูกกระทำไม่ใช่ผู้ที่ต้องอาย ไม่ใช่เรื่องที่น่าขายหน้า ขอให้ร้องเรียนออกมา คนที่ควรจะอายคือคนที่กระทำความผิด เพราะฉะนั้น ขออย่าอาย ต้องทำเรื่องถึงเจ้าหน้าที่เพื่อให้เป็นที่รับรู้ของสังคม ถ้าหากการร้องเรียนไม่ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องท่านสามารถโทรมาที่ 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เพราะเป็นศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพตลอด 24 ชั่วโมงเราจะดำเนินการให้อย่างเต็มที่

วราวุธ กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศนั้น เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจของเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นมา ไม่แน่ว่าพวกเขาเติบโตขึ้นมาแล้วอาจเป็นผู้ที่กระทำผิดซ้ำหลังจากที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจตั้งแต่เด็กๆ บางครั้งเราอย่าไปเข้าใจผิดว่า เป็นความผิดของตัวเอง เช่น สตอกโฮล์มซินโดรมเป็นต้น อย่างไรก็ตาม การถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่ความผิดของผู้ที่ถูกล่วงละเมิด แต่เป็นเรื่องความผิดปกติของผู้ที่กระทำความผิด ขอฝากไปยังผู้ปกครองและบุตรหลานของทุกๆ ท่านน้องๆ ทุกคน ขอให้ปกป้องสิทธิของตนเอง อย่าให้ใครมารุกล้ำทางด้านร่างกายจิตใจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์