‘วีระ’ จี้ ป.ป.ช. สอบ รถหรู ‘เรืองไกร’ ไม่คืบ

14 มิ.ย. 2566 - 13:11

  • ‘วีระ’ ทวงถาม ป.ป.ช. ร้อง ‘เรืองไกร’ ปมรถหรู เกือบ 2 ปีสอบไม่คืบหน้า

  • ยืนยันไม่เชื่อภรรยาซื้อให้ พร้อม จี้เปิดข้อมูลคดีนาฬิกาหรู ‘บิ๊กป้อม’ ศาลปกครองสั่ง ฝ่าฝืนไม่ได้

  • ฉุนจนท. แอบเอาเอกสารหลังยื่น ไปให้ผู้ใหญ่ ตอกย้ำ ความไม่ไว้ใจต่อ ป.ป.ช.

Veera_Somkwamkit_Request_NACC_Investigate_Ruangkrai_SPACEBAR_Thumbnail_2cd13d74b6.jpeg
วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือ ทวงถามความคืบหน้า ป.ป.ช. ถึงกรณีที่เคยยื่นร้องเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ปมรับแคชเชียร์เช็ค จำนวน 25 ล้านบาท เมื่อ 3 มีนาคม 2564 และกรณีโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีผู้ใหญ่ใจดีซื้อรถเบนซ์ รุ่น S 560 ให้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564  
 
โดยระบุว่า เกือบสองปี ที่ตนเองยื่นกล่าวหาคดีนี้ ไม่เคยได้รับการติดต่อมาจากป.ป.ช. เรียกไปให้ปากคำและให้ข้อมูล และ เรืองไกร ในฐานะผู้ถูกร้อง ก็ไม่เคยถูกเรียกเช่นเดียวกัน  
 
วีระ ตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารที่ยื่นไปยังอยู่ครบทั้งหมดหรือไม่ เพราะเคยมีคนมาให้ข้อมูลกับตนเองว่าเคยยื่นเรื่องกับ ป.ป.ช. แต่มีเอกสารสำคัญบางส่วนไม่นำเข้าต่อ ต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงกังวลว่า เอกสารของตนเองหายหรือไม่ เพราะหลักฐานที่ยื่นไปบางส่วนนายเรืองไกร ลบออกจากเฟสบุ๊กส่วนตัว หลักฐานนั้น คือข้อความที่โพสต์ว่า ‘ได้ของขวัญจากผู้ใหญ่ใจดีเป็นรถหรู’ วันนี้ จึงมายื่นเรื่องร้องเรียน ขอให้ ป.ป.ช. เรียกตนเองเข้าไปให้ข้อมูลและตนเองจะเข้าไปตรวจสอบว่า เอกสารดังกล่าวยังอยู่ครบหรือไม่หากอยู่ไม่ครบตนเองทำสำเนาไว้ และหากหายไป ป.ป.ช. ต้องรับผิดชอบ  
 
ส่วนกรณีที่เรืองไกรออกมาชี้แจงว่า ผู้ใหญ่ใจดีที่ซื้อรถหรูให้คือภรรยานั้น วีระ กล่าวว่า ไม่เชื่อ เพราะว่ามีการโพสต์ที่กำกวมและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ วกไปวนมา หากภรรยาซื้อให้จริง ทำไมไม่บอกตรงๆ  
 
วีระ ยังกล่าวถึงกรณีที่เรืองไกรยื่นตรวจสอบหุ้น itv ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ว่า เรืองไกร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก็มักจะตรวจสอบพรรคการเมืองที่เป็นขั้วตรงข้ามกัน และไม่เคยตรวจสอบในประเด็นอื่นจึงมองว่าเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน และวันนี้ตนมองว่า มันชัดเจนแล้วว่า มีขบวนการสกัดกั้นการตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และสกัดกั้นพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนติดตาม ถ้าจบเรื่องนี้แล้วจะมีเรื่องอื่นเข้ามาสกัดกั้นอีกหรือไม่ พร้อมขอให้จับตาวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่าสรุปแล้วส.ว.จะยกมือให้พิธาหรือไม่  
 
ทั้งนี้ นอกจากมายื่นเรื่องทวงถามความคืบหน้ากรณีเรืองไกรแล้ว ยังมายื่นขอให้ ป.ป.ช. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดมอบเอกสารรายการที่ 1 และ 3 กรณีคดีนาฬิกาของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ตนเองด้วย แม้ ป.ป.ช. มีมติไม่ให้เอกสาร แต่วีระมองว่าเป็นมติที่ไม่ชอบ เพราะ มติ ป.ป.ช.มีศักดิ์ต่ำกว่าคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด การที่ไม่ปฏิบัติตามถือว่ากระทำความผิด  
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสัมภาษณ์ ได้มีเจ้าหน้าที่มาขอเอกสารจากวีระ แต่วีระ สังเกตเห็นว่า เอกสารที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่เป็นสำเนาของหนังสือที่ตนมาร้องเรียน วีระจึงไม่พอใจและต่อว่าพฤติกรรมที่ถือเอกสารโดยเปิดเผย ทั้งที่เป็นหนังสือที่ลงเลขรับแล้ว ควรจะยื่นเข้าไปตามระบบไม่ใช่มาถือโชว์เปิดเผยแบบนี้ พร้อมถามว่า จะนำหนังสือไปให้ใคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า จะนำไปให้ผู้ใหญ่ โดยวีระถามต่อว่าผู้ใหญ่ชื่ออะไร เพราะตามขั้นตอนแล้วคุณต้องเอาไปให้ผอ.ที่รับเรื่อง สิ่งนี้ทำให้ตนไม่สบายใจ ต้องให้เลขา ป.ป.ช. กำชับว่าต่อไปนี้ ก่อนที่จอดไล่ให้ไปยื่นเดี๋ยวนี้ พร้อมระบุว่า ป.ป.ช.ทำงานกันแบบนี้จะให้ตนไว้ใจได้อย่างไร ก่อนยืนยัน ว่าตนไม่ยอมเรื่องนี้ ซึ่งเลขาฯป.ป.ช.ต้องมีคำตอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์