'วีระยุทธ' หวั่น จาก ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’ เป็น ‘ไอ้โม่งปุ๋ย’

10 เม.ย. 2569 - 10:28

  • 'วีระยุทธ' ผิดหวัง 'เอกนิติ' แจงวิกฤตน้ำมัน เหตุพูดเหมือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ขณะ 'ศุภจี' น่าห่วงเรื่องข้อมูล ขออย่าฟังแต่ข้าราชการ ลงดูหน้างานด้วย 

  • มอง ควรออกเป็น'พ.ร.บ.โอนงบฯ' ผ่านสภาฯ เพื่อความโปร่งใส-ใช้เวลาไม่นาน ชี้ หาก 'รัฐบาล' อยากใช้ 'พ.ร.ก.เงินกู้ฯ' ควรชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะใช้ทําอะไรบ้าง

'วีระยุทธ' หวั่น จาก ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’ เป็น ‘ไอ้โม่งปุ๋ย’

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค กล่าวสรุปถึงการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล ในส่วนของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า การชี้แจงของเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย และศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องสินค้าการเกษตร และพาณิชย์  

พรรคประชาชน ยืนยันว่า หากรัฐบาลจะทํา ควรจะทําให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ ซึ่งเคยทํามาแล้ว และสามารถทําผ่านสภาได้ เพราะเมื่อปี 63 ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในสภาเท่านั้น ไม่ได้ทําให้มีการล่าช้าแต่อย่างใด เพื่อความโปร่งใส และสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่า จะมีการโอนงบไปใช้อะไร จึงขอให้ยืนยันอีกครั้งว่า ให้ทําผ่านสภาฯ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน 

ส่วนถ้ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ก็ต้องชัดเจนว่า ต้องใช้หรือไม่ เพราะส่วนนี้ เต็มที่คือ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ทําให้ข้าราชการจํานวนมากลังเลจะใช้เงิน และโอนกลับไปที่รัฐบาล จึงขอความชัดเจนจากเอกนิติว่า จะทําอย่างไร และไหน ๆ ถ้าจะใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ แล้ว พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจจะไม่มีความจําเป็น 

สำหรับมาตรการรองรับวิกฤตน้ํามัน วีระยุทธ ระบุว่า น่าผิดหวัง เพราะสิ่งที่เอกนิติพูดในสภาฯ เหมือนสิ่งที่ท่านพูดมาส 2 สัปดาห์ที่แล้วอยู่เลย ไม่เห็นความเคลื่อนไหวถึงมาตรการเยียวยา ไม่มีการกระทําจริงจัง อาจรอถึงวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.อีกครั้งหรือไม่ แต่ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นความเดือดร้อนรายวัน ถ้าทําได้ อยากให้เริ่มทําเลย ล่าช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว  

ขณะที่เรื่องข้อเสนอช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางก่อนของรัฐบาลนั้น เราเห็นด้วย ในเรื่องที่ทําทั้งภาพรวม และประชาชนแบบเฉพาะเจาะจง แต่เราไม่เห็นว่า ตกลงแล้วรัฐบาลจะดําเนินการกับกลุ่มไหน ที่เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง เพราะเชื่อว่าตอนนี้ทุกกลุ่มทุกคนเปราะบางทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลต้องชัดเจนว่า ต้องช่วยเหลือกลุ่มไหน อย่างไร และใคร จึงขอเรียกร้องความชัดเจน ทั้งนี้ เรื่องการเยียวยา ขอให้มีมาตรการ และตัวเงินออกมาเสียที เพราะความเดือดร้อนประชาชนเป็นรายวัน  

ส่วนจะมีการยื่นร้องหรือไม่ เนื่องจากยังมีข้อสุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นความผิด หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ วีระยุทธ ย้ำว่า เราจึงยืนยันว่า ถ้าจะโอนงบให้ทําเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านสภาฯรอบที่แล้วก็ผ่านได้ เพื่อแสดงความโปร่งใสชัดเจนกับประชาชน ส่วนเรื่องการกู้เงินเป็นอํานาจรัฐ สามารถทําได้ เหมือนตอนโควิด แต่ควรต้องสอบถามให้ชัดเจนว่า จะใช้ไปเพื่ออะไร และต้องขอให้มีการชี้แจง ว่าจะเอาไปใช้กับอะไร 

ขณะที่การชี้แจงของศุภจี สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือเรื่องข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่มีการยืนยันว่า ราคาขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อวานนี้ เราเช็คจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวเลขอยู่ที่ 3 บาทเท่านั้น จึงต้องขอเรียนศุภจีว่า ฟังข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน ดูข้อมูลที่แท้จริงว่า ราคาเท่าไหร่ จึงจะบริหารจัดการได้ 

โดยเราก็จะตามต่อว่า จะมีกระบวนการอย่างไร ในการช่วยเหลือประชาชน เรื่องมะพร้าวว่า ตกลงจะใช้ล้งกลาง ล้มชุมชน หรืออย่างไร สําคัญที่สุด คืออยากให้ศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจจะไม่ตรง  

สิ่งสะท้อนชัดเจนที่สุดคือเรื่องปุ๋ย เรายืนยันว่า ได้รับข้อเรียกร้องจํานวนมาก ว่าปุ๋ยขาดตลาด ขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อ ว่าจากไอ้โม่งน้ํามันจะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะไม่มีการเปิดเผยว่า ท่านตรึงราคาปุ๋ยเท่าไหร่อย่างไร แต่หน้างานมีการเรียกร้องมาแล้วว่า ปุ๋ยขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่เขาจําเป็นต้องใช้ 

วีระยุทธ กล่าว

สําหรับกรณีที่ศุภจีชี้แจงเรื่องฝุ่น P.M 2.5 โดยระบุคงไม่ได้ให้ไป จ.เชียงใหม่ 365 วันนั้น สะท้อนความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ วีระยุทธ มองว่า เรื่องนี้อาจจะมองมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราเรียกร้องถึงผู้ที่อยู่อาศัยจริง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคเหนือ 

ส่วนเรื่องที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการขึ้นชี้แจงในสภาฯ มองว่าควรจะชี้แจงหรือไม่ วีระยุทธ เห็นว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ยิ่งภาวะวิกฤติแบบนี้ เราคาดหวังให้รัฐบาลเดินนำหน้า บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไร เดินนําหน้าประชาชนหนึ่งก้าว นำหน้าภาคธุรกิจสักสองสามก้าว เพราะที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ท่านก็ออกมาบอกแล้วว่า วิกฤตครั้งนี้รุนแรง ขอให้ช่วยปรับตัว แต่ก็ช้าไป และจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับเดือนหน้าอย่างไรอย่างมาตรการสงกรานต์ ก็เพิ่งมีออกมาไม่กี่วัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะช่วยให้การเดินทางไม่สะดุดอย่างไร 

ส่วนแนวโน้วมาตรการล็อกดาวน์หลังสงกรานต์ เช่น การเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา และมาตรการอื่น ที่อาจกระทบต่อชีวิตประจําวันของประชาชนนั้น วีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องน้ํามันเป็นตัวอย่าง ว่าตกลงเป็นปัญหากักตุนหรืออย่างไร วันก่อนที่นายกฯ บอกว่า มีการใช้น้ํามันเหลือแค่ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการเอาน้ํามันที่กักตุนออกมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อน ไม่เช่นนั้นจะทําให้การวางแผนนโยบายถัดจากนี้มีปัญหาเราคิดว่าข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบแค่ 57 ล้านลิตรแน่นอน 

ส่วนเรื่องรถขนน้ำมันหมื่นกว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ที่ชัดเจนนั้น ก็ต้องมีข้อมูลตรวจสอบจริงจังก่อน เพราะ GPS ต้องติดทั้งเรือ และรถ เพื่อตรวจสอบเรียลไทม์ได้แล้ว ซึ่งก็ช้าไป จะทําให้การวางแผนข้อมูลน้ํามันหลังสงกรานต์ได้ดีขึ้น 

เมื่อถามถึงการติดตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาชนมีแนวทางว่า อาจจะติดตามเป็นรายบุคคล หรือรายกระทรวง เสมือน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา วีระยุทธ กล่าวว่า เราติดตามเชิงประเด็นต่อแน่นอน ในแต่ละประเด็นเราเห็นว่า  ขณะนี้เป็นภาวะวิกฤติ การทํางานเมื่อรัฐบาลมีวอร์รูมแล้ว เราก็ติดตามแต่ละประเด็นเช่นเดียวกัน 

อย่างไรก็ดี สําหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันนี้ จะมีไฮไลต์ทั้งเรื่องประเด็นเศรษฐกิจต่อ และยังมีด้านอื่น ๆ อีก เช่นสังคม ความมั่นคง 

#พรรคประชาชน #ประชุมสภา #แถลงนโยบาย #THAILAND #SPACEBAR  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์