ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ โดยชี้แจงว่า จากที่นายกฯ คนใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เรื่องของปัญหารัฐมนตรีใหม่เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสอบถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ไปว่ารอตรวจสอบก่อน และเรารู้แล้วว่าเป็นยังไง แต่ขอหลักฐานยืนยันบางอย่าง คือหลักฐานกฤษฎีกา
“ทางกฤษฎีกา คงตอบกลับมาวันนี้แหละ แต่ตอนนี้ยังไม่ตอบกลับมา” วิษณุ ระบุ
เมื่อถามว่า ณ วันนี้แปลว่ายังไม่ทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ยัง นาทีนี้ยัง”
นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังยอมรับด้วยว่า วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่เข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาล พร้อมกล่าวว่า "เราต้องให้เขามาดูสถานที่ก่อน อกเขา อกเรา" ก่อนกล่าวต่อกับสื่อมวลชนว่า “เอาไว้เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”
เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า เหมือนคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่พูดว่า ไม่ได้อยากอยู่นาน แต่สถานการณ์มันพาไป วิษณุ ก็เล่าว่า ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชวนมาร่วมรัฐบาล ก็ได้สอบถามไปว่าอยู่นานเท่าไหร่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่าไม่นาน แต่เหตุการณ์มันจำเป็นทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอยู่ต่อ หากนายกฯ บอกว่าต้องอยู่นาน คงไม่เอาด้วย
“ผมอยู่ทำงานกับนายกฯ มา 8 คน 12 รัฐบาล ซึ่งมีนายกฯ บางคนเป็นนายกฯ 2 สมัย ส่วนตำแหน่งรองนายกฯ ผมเป็นมาทั้งหมด 13 ปี นานที่สุดในประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นนายกฯ ผมเข้ามาทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล 32 ปี ก็แก่พอกับพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล” วิษณุ ระบุ
ทั้งนี้ วิษณุ ยังได้อวยพรสื่อมวลชนว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และช่วยเป็นมิตรกับรัฐบาลใหม่ เพราะถ้าเรามุ่งไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำงาน เขาก็หมดกำลังใจ เราก็ต้องให้กำลังใจไปสักพัก แล้วค่อยวิจารณ์ และขอให้โชคดี ขอให้แข็งแรง พร้อมเปรียบเปรยว่า คนที่ทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เหมือนยืนอยู่บนภูเขาทอง ที่ได้เห็นระบบราชการ ได้เห็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการตัดสินใจของรัฐบาล
“บางครั้งรู้ด้วยซ้ำ แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าทำไมถึงตัดสินใจอย่างนั้น และบางอย่างก็คันปากอยากพูด ก็พูดไม่ได้ สื่อก็ว่าได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นที่ผ่านมา ก็ขอให้เก็บความรู้เหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำ เป็นประโยชน์เพื่อถ่ายทอดให้กันต่อไป” วิษณุ ระบุ
“ทางกฤษฎีกา คงตอบกลับมาวันนี้แหละ แต่ตอนนี้ยังไม่ตอบกลับมา” วิษณุ ระบุ
เมื่อถามว่า ณ วันนี้แปลว่ายังไม่ทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ยัง นาทีนี้ยัง”
นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังยอมรับด้วยว่า วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่เข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาล พร้อมกล่าวว่า "เราต้องให้เขามาดูสถานที่ก่อน อกเขา อกเรา" ก่อนกล่าวต่อกับสื่อมวลชนว่า “เอาไว้เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”
เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า เหมือนคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่พูดว่า ไม่ได้อยากอยู่นาน แต่สถานการณ์มันพาไป วิษณุ ก็เล่าว่า ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชวนมาร่วมรัฐบาล ก็ได้สอบถามไปว่าอยู่นานเท่าไหร่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่าไม่นาน แต่เหตุการณ์มันจำเป็นทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอยู่ต่อ หากนายกฯ บอกว่าต้องอยู่นาน คงไม่เอาด้วย
“ผมอยู่ทำงานกับนายกฯ มา 8 คน 12 รัฐบาล ซึ่งมีนายกฯ บางคนเป็นนายกฯ 2 สมัย ส่วนตำแหน่งรองนายกฯ ผมเป็นมาทั้งหมด 13 ปี นานที่สุดในประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นนายกฯ ผมเข้ามาทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล 32 ปี ก็แก่พอกับพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล” วิษณุ ระบุ
ทั้งนี้ วิษณุ ยังได้อวยพรสื่อมวลชนว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และช่วยเป็นมิตรกับรัฐบาลใหม่ เพราะถ้าเรามุ่งไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำงาน เขาก็หมดกำลังใจ เราก็ต้องให้กำลังใจไปสักพัก แล้วค่อยวิจารณ์ และขอให้โชคดี ขอให้แข็งแรง พร้อมเปรียบเปรยว่า คนที่ทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เหมือนยืนอยู่บนภูเขาทอง ที่ได้เห็นระบบราชการ ได้เห็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการตัดสินใจของรัฐบาล
“บางครั้งรู้ด้วยซ้ำ แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าทำไมถึงตัดสินใจอย่างนั้น และบางอย่างก็คันปากอยากพูด ก็พูดไม่ได้ สื่อก็ว่าได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นที่ผ่านมา ก็ขอให้เก็บความรู้เหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำ เป็นประโยชน์เพื่อถ่ายทอดให้กันต่อไป” วิษณุ ระบุ




