เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีในเรื่องของญัตติถ้าเลือกไม่ได้จะต้องตีตกไป โดยไม่สามารถนำญัตติเดิมขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 41 และข้อที่ 151 ระบุไว้ว่า ถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นจะต้องทำอย่างไร ก็ไปว่ากันเองในส่วนของสภาฯ ซึ่งพรรคการเมืองก็จะต้องได้ข้อสรุป
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย มีหลายคนมองหรือไม่ว่าทำไมถึงมาพิจารณาในช่วงนี้
วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการ ซึ่งไม่มีขั้นตอนแล้วแต่แล้วศาลฯ ศาลอาจจะสั่งรับ เพราะเคยมีคดีที่ศาลสั่งรับ โดยที่ประชุมของศาลเอง หรือศาลอาจจะสั่งรับหรือไม่รับ โดยมีคณะทำงานไปดูก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนจะว่าอย่างไรแล้วแต่ความเร่งด่วนของเรื่องด้วย
เมื่อถามย้ำว่าแต่ประเด็นดังกล่าวจะทำให้เป็นกระแสเกิดการชุมนุมเพิ่มขึ้น วิษณุ กล่าวว่า ตน ไม่มีความเห็น ตนตอบไม่ถูก และไม่ควรที่จะตอบอะไร
เมื่อถามต่อว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นชนวนทำให้มีการลงถนนกัน วิษณุ กล่าวว่า ก็เหมือนที่ใครๆ พูดจะลงถนนหรือไม่ลงถนนก็ตาม หรือชุมนุมก็ตามก็เป็นการแสดงออก ซึ่งสิทธิเสรีภาพ ยิ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ออกมาระบุจะจัดพื้นที่ใกล้พื้นที่รัฐสภาให้กับผู้ชุมนุม ฉะนั้นก็อยากให้ไปชุมนุมกันที่นั่น เพราะรั้วรอบขอบชิดดี ซึ่งก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติธรรมดา แต่ก็อย่าล่วงล้ำก้ำเกินกฏหมาย
เมื่อถามอีกว่าในวันที่ 13 ก.ค. จะสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ทางที่ 1.จบลงที่เริ่มโหวตนายกฯ ในเวลา 17.00 น. เพราะจะต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องขานชื่อทีละคนจนครบ 750 คน 2.เลื่อนการโหวตออกไป
เมื่อถามด้วยว่าหากเลื่อนการโหวตนายกฯ ออกไปจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลและภาคเศรษฐกิจหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ถ้าช้ามากมันก็ไม่ดี แต่ถ้าช้านิดช้าหน่อย ก็พอเป็นไปได้
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย มีหลายคนมองหรือไม่ว่าทำไมถึงมาพิจารณาในช่วงนี้
วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการ ซึ่งไม่มีขั้นตอนแล้วแต่แล้วศาลฯ ศาลอาจจะสั่งรับ เพราะเคยมีคดีที่ศาลสั่งรับ โดยที่ประชุมของศาลเอง หรือศาลอาจจะสั่งรับหรือไม่รับ โดยมีคณะทำงานไปดูก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนจะว่าอย่างไรแล้วแต่ความเร่งด่วนของเรื่องด้วย
เมื่อถามย้ำว่าแต่ประเด็นดังกล่าวจะทำให้เป็นกระแสเกิดการชุมนุมเพิ่มขึ้น วิษณุ กล่าวว่า ตน ไม่มีความเห็น ตนตอบไม่ถูก และไม่ควรที่จะตอบอะไร
เมื่อถามต่อว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นชนวนทำให้มีการลงถนนกัน วิษณุ กล่าวว่า ก็เหมือนที่ใครๆ พูดจะลงถนนหรือไม่ลงถนนก็ตาม หรือชุมนุมก็ตามก็เป็นการแสดงออก ซึ่งสิทธิเสรีภาพ ยิ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ออกมาระบุจะจัดพื้นที่ใกล้พื้นที่รัฐสภาให้กับผู้ชุมนุม ฉะนั้นก็อยากให้ไปชุมนุมกันที่นั่น เพราะรั้วรอบขอบชิดดี ซึ่งก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติธรรมดา แต่ก็อย่าล่วงล้ำก้ำเกินกฏหมาย
เมื่อถามอีกว่าในวันที่ 13 ก.ค. จะสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ทางที่ 1.จบลงที่เริ่มโหวตนายกฯ ในเวลา 17.00 น. เพราะจะต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องขานชื่อทีละคนจนครบ 750 คน 2.เลื่อนการโหวตออกไป
เมื่อถามด้วยว่าหากเลื่อนการโหวตนายกฯ ออกไปจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลและภาคเศรษฐกิจหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ถ้าช้ามากมันก็ไม่ดี แต่ถ้าช้านิดช้าหน่อย ก็พอเป็นไปได้




