วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึง กรณีที่พรรคก้าวไกลทุกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคว่า ให้กำลังใจพรรคก้าวไกล ที่ต้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายตามกติกา ทำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเราก็ต้องยอมรับเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาการเมือง เราผ่านเรื่องนี้มาเยอะแล้ว ตอนนี้ก็ให้กำลังใจให้เข้มแข็งทางการเมืองก็มีเข้ามีออก รุ่นก่อนๆ ไทยรักไทยตนก็เพิ่งได้กลับมา แต่ถึงไม่เห็นด้วยเราก็ต้องยอมรับ ส่วนการทำงานคงไม่มีอะไรมาก เพราะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่หลุดออกไปประมาณ 2-3 คน และในสภาสัดส่วนก็ไม่ได้มีแตกต่างกันมาก ยังพอทำงานเป็นปกติได้ไม่มีอะไรน่ากังวล หรือน่าเป็นห่วง
ส่วนตำแหน่งต่างๆ ที่จะได้รับผลกระทบทั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และกรรมาธิการนั้นก็ต้องดูสัดส่วนของแต่ละพรรค แนวทางการปฏิบัติของสภาก็มีอยู่แล้วว่า ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ครบถ้วน ให้พอเหมาะพอดีตามที่ตกลงกันไว้
“ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 เหตุเกิดขึ้นเมื่อวานวันนี้ก็ยังไม่กล้าตอบหรอกว่าพรรคไหน จะได้มาเป็นรองประธานสภาคนที่ 1 แต่ชัดที่สุดคือวันพุธหน้าได้เลือกแน่นอน มีรองประธานสภาคนที่ 1 ขึ้นมาทำหน้าที่แน่นอน เพราะจะมีการเลือกอาทิตย์หน้า จึงอยากให้อดใจรอ การเจรจาก็เป็นการพูดคุยของผู้นำของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ซึ่งโดยมารยาทต้องปรึกษาหารือกันทุกพรรค” วิสุทธิ์ กล่าว
วิสุทธิ์ ยังกล่าวต่อว่า วันนี้คงไม่ใช่โควตาอย่างเดียว ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างทางการเมือง รวมถึงสัดส่วนของสส. ที่อยู่ในสภา และยืนยันว่า ต้องเป็นคนของฝ่ายรัฐบาล 100% เพราะครั้งก่อนที่เลือกไปแบบนั้น ด้วยสถานการณ์ที่เหมือนก้าวไกลจะมาร่วมรัฐบาล แต่เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็เป็นสัดส่วนของรัฐบาล ที่จะต้องเจรจากันในหลายพรรค
ทั้งนี้ จะเป็นสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เพราะในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ก็เป็นคนของพรรคเพื่อไทยนั้น วิสุทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ขอให้ได้พูดคุยกันก่อน เป็นไปได้ทั้งหมด และเชื่อว่า ไม่มีปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาล จะเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่
นายวิสุทธิ์ ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ว่าต้องเป็นกลาง ทางการเมืองและแม่นข้อบังคับ ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมสภา ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งสส.หลายคนจากหลายพรรค ที่มีคุณสมบัติพร้อม หลายคนก็อยู่สภาฯ มานาน คนที่ขึ้นมาทำหน้าที่ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาเท่านั้น
ส่วนที่มีรายชื่อของ ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ เข้ามาชิงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นั้น วิสุทธิ์ กล่าวว่า ท่านก็เหมาะสม เพราะประชุมสภาฯ มาหลายสมัย คุณพ่อของภราดรก็เคยนั่งตำแหน่งนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าฟันธงว่า เป็นใคร
ส่วนข้อครหาที่ตำแหน่งประธานและรองประธานทั้ง 2 คนมาจากฝั่งรัฐบาลทั้งหมดจะไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้นั้น วิสุทธิ์ กล่าวว่า ตำแหน่งประธานฯ และรองประธานฯ มีหน้าที่ควบคุมการประชุมสภา ให้เป็นไปตามข้อบังคับและความเรียบร้อยเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ไปวินิจฉัยเรื่องอื่น นอกจากเรื่องข้อบังคับ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่เรื่องตรวจสอบถ่วงดุลอะไร เพราะฉะนั้นการตรวจสอบก็เป็นหน้าที่ของสส.ทุกคน
ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ตำแหน่ง ประธานและรองประธานทั้ง2คนจะเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เนื่องจาก ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็เคยเกิดขึ้นแล้ว วิสุทธิ์ กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์สัดส่วนไม่เหมือนตอนนี้เพราะตอนนั้นพรรคเพื่อไทย มีสส.เยอะ
พร้อมกันนี้ วิสุทธิ์ ยังกล่าวถึงการเสนอผู้สมัครลงเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดพิษณุโลก ใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่าง ว่า เรื่องนี้ให้กรรมการบริหารพรรคไปพิจารณา เพราะครั้งที่แล้วเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 3 ที่ 2 เป็นพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งปกติโดยมารยาท ในพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราก็จะให้พรรคที่มีคะแนนสูงสุดก่อน ซึ่งก็ต้องให้พรรคพลังประชารัฐก่อน แต่ก็ต้องอยู่ที่ผู้บริหารพรรคทั้งสองพรรคต้องเจรจากัน




