วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล ในฐานะประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระบวนการขับพล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ออกจากพรรคเพื่อไทย หากไม่กลับมาเข้าสู่กระบวนการ ในคดีตากใบก่อนที่คดีจะหมดอายุความว่า เมื่อวานนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า พล.อ.พิศาลได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว จึงไม่มีใครต้องไปว่าอะไรอีก แต่รายละเอียดว่าลาออกที่ไหนอย่างไรต้องไปถามภูมิธรรม แต่ยืนยันว่าเมื่อลาออกแล้ว ก็ถือว่าขาดจากความเป็นสส. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากไปโทษใคร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่เป็นข้าราชการในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ วันนี้ พล.อ.พิศาลลาออกแล้ว การที่พรรคเพื่อไทยจะไปรับผิดชอบอะไรก็ถือว่าจบ จากนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย
ส่วนจะถือเป็นการปัดความรับผิดชอบหรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าแล้วจะให้รับผิดชอบเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้ ทุกฝ่ายถามทุกสัปดาห์ว่า เมื่อไหร่จะลาออก หรือจะให้ขับออก แต่วันนี้ พล.อ.พิศาล แสดงสปิริตความเป็นลูกผู้ชาย ด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและขาดจากความเป็นสส.ก็ถือว่า จบแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจและศาลที่จะต้องดำเนินการ พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก จึงไม่ใช่การปัดความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า ในหนังสือมีการชี้แจงเหตุผลในการลาออกหรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.พิศาลไม่ได้ประสาน แต่เชื่อว่า เพื่อไม่ให้เชื่อมโยงมาถึงพรรคเพื่อไทย
ส่วนที่นักวิชาการให้ความเห็นว่าหากนายกรัฐมนตรีปัดความรับผิดชอบในกรณีนี้ จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เจอกับนายกรัฐมนตรีเลย และไม่ใช่เรื่องปัดความรับผิดชอบเพราะไม่ใช่หน้าที่นายกฯ ที่จะต้องไปตามจับใคร เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม อย่าไปอ่านไกลถึงขนาดนั้น ไม่เช่นนั้น หากใครทำความผิดก็เป็นความรับผิดชอบของนายกทั้งหมด มันไม่ใช่ต้องพูดตามข้อเท็จจริง
“วันนี้จึงไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะท่านลาออกไปแล้ว จะไปทำอะไรเขาได้ เราไม่มีสิทธิ์ไปตามเขาแล้ว มันสิ้นสุดกระบวนการแล้ว” วิสุทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ไม่ทราบว่า มีคนในพรรคเพื่อไทยยังติดต่อกับพล.อ.พิศาลได้อยู่หรือไม่ แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้ติดต่อกับพล.อ.พิศาล รู้เพียงว่าได้ลาออกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีสลายการชุมนุมตากใบ ที่จะหมดอายุความในวันที่ 25ต.ค.นี้ ยื่นหนังสือลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า พล.อ.พิศาล มีการประสานกับนายทะเบียนพรรค โดยแจ้งว่ามีความประสงค์จะลาออก และมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสิทธิ์ในการคุ้มครองต่างๆ ก็น่าจะหมดลง โดยยืนยันคำเดิม ในนามเลขาธิการพรรคเพื่อไทยก็อยากที่จะให้พล.อ.พิศาล กลับมาต่อสู้คดี ถึงแม้จะลาออกแล้วก็ตาม ยืนยัน อยากให้กลับมาเข้าสู่กระบวนการ ส่วนตัวยังไม่ได้ดูรายละเอียดว่า เหตุผลของการลาออกคืออะไร เรื่องนี้ให้สอบถามจากภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ยังไม่ได้รับเอกสารลาออกจากการเป็นสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยของ พล.อ.พิศาล หลังได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว โดยตามขั้นตอนนั้น พรรคเพื่อไทยอาจจะแจ้งมายังสภาหรือเจ้าตัวจะยื่นตรงมาสภาฯ
นอกจากนี้ ประธานวิปรัฐบาล ยังกล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า จะยังไม่พิจารณาวาระรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาศึกษาการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งยังไม่ได้รับการประสานจากประธานสภาผู้แทนราษฎร การจะเอาระเบียบวาระการประชุมไหนเข้าสู่การประชุมสภาฯ ต้องฟังพรรคการเมืองในวิปที่จะต้องหารือกันก่อนว่าจะเอาวาระไหนเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ
ส่วนวันพฤหัสที่ 24 ตุลาคมนี้ จะงดประชุมสภาหรือไม่ เนื่องจากเป็นวันประชุมต่อจากวันหยุด วิสุทธิ์ ยืนยันว่า วันที่ 24 ตุลาคมนี้ไม่งดประชุมสภาฯ จะสงสัยอะไรบอกไปแล้วว่า จะประชุมวันพฤหัสและวันศุกร์ หรือวันที่ 24-25 ตุลาคม
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติด่วนเรื่อง ‘ดิไอคอน’ นั้น วิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีการหารือกันก่อน ต้องปรึกษาภายในก่อน ส่วนเรื่องแชร์ลูกโซ่จะเป็นอย่างไร ค่อยมาว่ากัน
สำหรับเรื่องที่ปรากฏคลิปเสียงเรื่อง ‘ดิไอคอน’ ที่อาจเชื่อมโยงกับคณะกรรมาธิการของสภาฯ นั้น สภาฯ ก็ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง และควรส่งให้ตำรวจดำเนินการ
“ที่คุณฟังเป็นเสียงของใคร นักข่าวก็ยิ้ม ผมก็ได้ยินจากนักข่าวพูด ผมจำเสียงพวกนี้ไม่ได้หรอก แต่เมื่อมีแล้วก็เสื่อมเสียมาถึงสภา ต่อไปนี้ที่เราเห็นกันโดยตลอด เห็บสภาทั้งหลาย ที่เข้ามาเกาะกินในสภา มันต้องจัดการออกไปให้หมด สภาแห่งนี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ออกกฏหมายและตรวจสอบรัฐบาล ไอ้พวกที่มาหากินในสภา ไม่รู้เป็นใครก็ต้องจัดการให้หมด อย่าให้คนพวกนี้เข้ามาอยู่ในสภาอีก”
— วิสุทธิ์ กล่าว




