วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีกระบวนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ภายหลังพรรคเป็นธรรม รับรอง ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก และรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว ว่า ปดิพัทธ์ สามารถทำหน้าที่เป็น สส. และรองประธานสภาฯ ตามข้อบังคับรัฐสภาต่อไปได้

ส่วนเรื่องผู้นำฝ่ายค้านฯ นั้นได้ติดต่อไปยัง ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล แล้วว่า ขอให้รีบดำเนินการเกี่ยวกับหนังสือรับรองการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะกังวลว่า กกต.จะไม่ทำหนังสือดังกล่าวมาถึงสภาฯ ถ้ายังไม่ผ่าน กกต.ก็ถือว่าความเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยังไม่สมบูรณ์แต่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนได้ และการทูลเกล้าฯ จะต้องมีเอกสารครบถ้วน
ผมพยายามเร่งอยู่ อยากให้เรื่องนี้เสร็จโดยเร็ว เพราะหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านมีหลายประการ ในคณะกรรมการชุดต่างๆต้องอาศัยผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลรับทราบแล้ว คิดว่าคงเร็วๆ นี้
ส่วนเวลาที่เหมาะสมในการทูลเกล้าฯ ภายหลังจากที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้หนังสือรับรองจาก กกต.แล้วนั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า เมื่อได้รับหนังสือจาก กกต.แล้ว ต้องรีบนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ทันที และไม่ควรเกิน 7 วัน

เคาะ ‘อาพัทธ์’ นั่งเลขาฯสภาฯคนใหม่ ‘ประธานวันนอร์’ แจงยึดหลัก ‘อาวุโสสูงสุด-ความรู้ความสามารถเหมาะสม’ ยันไม่มี ‘ล็อกสเปก’
วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ได้พิจารณาเลขาสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยมีมติเห็นชอบให้ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ ในฐานะรักษาการรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป โดยตนเองจะเสนอชื่อ อาพัทธ์ เพื่อโปรดเกล้าฯ ต่อไป
ทั้งนี้ เหตุผลที่เห็นชอบ ร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นเลขาธิการสภาฯ นั้นเพราะมีความอาวุโสสูงสุด มีประสบการณ์ทางด้านการประชุมและด้านกฎหมายรอบด้านมาแล้ว และ ก.ร. ก็เห็นชอบตามที่รัฐสภาเสนอ ซึ่งกระบวนการเป็นไปตามกฎของ ก.ร. คือต้องมีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมทั้ง 3 คน เห็นชอบให้ ร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นผู้ที่มีคะแนนสูงสุด ตนเองจึงได้นำชื่อเสนอ ก.ร.ในวันนี้ และไม่ได้มีปัญหาอะไร

ส่วนรายชื่อผู้สมัครมีทั้งหมด 5 คน จาก 6 คน ซึ่งมีผู้อาวุโสน้อยที่สุด และติดภารกิจต่างประเทศ จึงได้สละสิทธิ์ ทำให้เหลือ 5 คน ซึ่งได้มีการพิจารณาจากคะแนนของคณะกรรมการคัดเลือกทั้งความอาวุโส อำนาจการบริหารงาน รวมทั้งให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีผู้สมัคร 3 คน ก็ได้มีคำสั่งยกเลิกไปแล้ว เพราะเห็นว่าผู้สมัครยังน้อยไป เนื่องจากมีรองเลขาฯ ถึง 6 คน แต่สมัครเพียง 3 คน ดังนั้น จึงคิดว่าควรเปิดโอกาสอีกครั้ง เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด
ผมได้ยืนยันกับที่ประชุม ก.ร.ว่าการแต่งตั้งคราวนี้ นอกจากจะมีกรรมการแล้ว ผมขอยืนยันว่าเราใช้กฎของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 อย่างเคร่งครัด คือไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลอื่น แต่ให้เป็นไปตามความสามารถทุกประการ ซึ่งไม่มีใครสงสัยอะไร
เมื่อถามว่า ในรอบแรกที่มีผู้สมัคร 3 คน และมีการร้องเรียนทำให้ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า มีการร้องเรียนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ เราต้องการให้มีผู้สมัครจำนวนมาก เพื่อที่จะให้มีการคัดเลือกด้วยความรอบคอบ และไม่มีการครหาว่าจะมีการล็อกให้คนนั้นคนนี้ จึงได้ชี้แจงชัดเจนว่า ให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติพร้อมก็ให้มาสมัคร ไม่มีการแทรกแซง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น
เพื่อให้ข้าราชการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรที่ผมรับผิดชอบ เขาได้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และเมื่อจะมีการเลื่อนระดับสูงก็ไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ราชการทั้งหลายมีกำลังใจว่าใครมีความรู้ ความสามารถ ก็จะได้รับการสรรหาได้ ไม่ใช่ว่ามีความหวั่นวิตกว่าจะมีการแทรกแซงว่ามีการล็อกคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่าในยุคที่ผมเป็นประธานสภาฯ ไม่มีเรื่องแบบนี้แน่




