ที่รัฐสภา วันนี้ (5 ก.ค.) ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ว่าที่ประธานสภาฯ ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี ส.ส. ของพรรคประชาชาติทั้งหมด เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย
‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ คาดว่า การรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีขึ้นใน 1-2 วันนี้ จากนั้นจะมีการเปิดประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. โหวตนายกรัฐมนตรี
โดยวันที่ 12 ก.ค.นี้ จะเปิดประชุมเพื่อให้สมาชิกที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตน ได้ปฏิญาณตน และปรึกษาหารือกันเพื่อมีมติ ว่าในแต่ละปีจะประชุมสภาผู้แทนราษฎรกี่วัน และประชุมวันใดบ้าง ส่วนวันโหวตนายกฯ เป็นวันที่ 13 ก.ค.นี้ เวลา 9.30 น. โดยรัฐสภาจะออกระเบียบวาระให้สมาชิกรับทราบ
‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ยังบอกว่าหากโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งแรกไม่ผ่าน อาจจะให้โหวตใหม่ แต่ต้องดูสถานการณ์หน้างาน และปรึกษาผู้เกี่ยวข้องทั้ง ส.ว. และพรรคการเมือง ว่าจะประชุมอีกกี่ครั้ง ประธานสภาฯ ไม่ได้มีหน้าที่กำหนด แต่มีหน้าที่เพียงผลักดันให้มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ให้ได้ เพราะรัฐสภามีหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไปบริหารประเทศ เราจะขาดนายกรัฐมนตรีไม่ได้
ส่วนกรณีที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปแล้วไม่ได้ สามารถเสนอชื่อใหม่อีกครั้งได้หรือไม่นั้น ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ อธิบายว่าสามารถเสนอได้อีก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด แต่เบื้องต้นต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติตามที่ กกต. กำหนด แต่ถ้าบุคคลที่มีในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของ กกต. เสนอขึ้นมาแล้วไม่มีใครผ่าน ที่ประชุมอาจจะเสนอชื่อคนนอกได้ แต่ส่วนนี้รัฐสภาต้องมีเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ถึงจะเสนอคนนอกเข้ามาโหวตได้ ยอมรับว่าไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีนายกรัฐมนตรี ที่บริหารประเทศต่อไปได้
เมื่อถามว่าการที่ 8 พรรคร่วมมีเงื่อนไขต้องผลักดันให้ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ จะเป็นปัจจัยปล่อยให้เสนอชื่อ ‘พิธา’ หลายครั้งหรือไม่ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ชี้แจงว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นข้อตกลงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่รัฐสภาต้องทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมี ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้ามีแค่ ส.ส. อย่างเดียวจะไม่เป็นปัญหา มี 312 เสียง ถือว่าเกินครึ่งไปเยอะแล้ว แต่เนื่องจากการโหวตต้องใช้เสียง 376 เสียง ดังนั้น ต้องโหวตกันในที่ประชุมรัฐสภา การนัดประชุมแต่ละครั้ง จะต้องดูความเหมาะสม ถ้าทำอะไรด้วยความเหมาะสม และเป็นประโยชน์กับประชาชน สิ่งนั้นจะบรรลุเป้าหมาย
ส่วนการเลื่อนลำดับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หลัง ส.ส. 2 คน จากพรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติลาออกนั้น ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ อธิบายว่า จะต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อน และจะเข้าสู่กระบวนการเลื่อนลำดับต่อไป
‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ คาดว่า การรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีขึ้นใน 1-2 วันนี้ จากนั้นจะมีการเปิดประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. โหวตนายกรัฐมนตรี
โดยวันที่ 12 ก.ค.นี้ จะเปิดประชุมเพื่อให้สมาชิกที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตน ได้ปฏิญาณตน และปรึกษาหารือกันเพื่อมีมติ ว่าในแต่ละปีจะประชุมสภาผู้แทนราษฎรกี่วัน และประชุมวันใดบ้าง ส่วนวันโหวตนายกฯ เป็นวันที่ 13 ก.ค.นี้ เวลา 9.30 น. โดยรัฐสภาจะออกระเบียบวาระให้สมาชิกรับทราบ
‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ยังบอกว่าหากโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งแรกไม่ผ่าน อาจจะให้โหวตใหม่ แต่ต้องดูสถานการณ์หน้างาน และปรึกษาผู้เกี่ยวข้องทั้ง ส.ว. และพรรคการเมือง ว่าจะประชุมอีกกี่ครั้ง ประธานสภาฯ ไม่ได้มีหน้าที่กำหนด แต่มีหน้าที่เพียงผลักดันให้มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ให้ได้ เพราะรัฐสภามีหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไปบริหารประเทศ เราจะขาดนายกรัฐมนตรีไม่ได้
ส่วนกรณีที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปแล้วไม่ได้ สามารถเสนอชื่อใหม่อีกครั้งได้หรือไม่นั้น ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ อธิบายว่าสามารถเสนอได้อีก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด แต่เบื้องต้นต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติตามที่ กกต. กำหนด แต่ถ้าบุคคลที่มีในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของ กกต. เสนอขึ้นมาแล้วไม่มีใครผ่าน ที่ประชุมอาจจะเสนอชื่อคนนอกได้ แต่ส่วนนี้รัฐสภาต้องมีเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ถึงจะเสนอคนนอกเข้ามาโหวตได้ ยอมรับว่าไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีนายกรัฐมนตรี ที่บริหารประเทศต่อไปได้
เมื่อถามว่าการที่ 8 พรรคร่วมมีเงื่อนไขต้องผลักดันให้ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ จะเป็นปัจจัยปล่อยให้เสนอชื่อ ‘พิธา’ หลายครั้งหรือไม่ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ชี้แจงว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นข้อตกลงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่รัฐสภาต้องทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมี ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้ามีแค่ ส.ส. อย่างเดียวจะไม่เป็นปัญหา มี 312 เสียง ถือว่าเกินครึ่งไปเยอะแล้ว แต่เนื่องจากการโหวตต้องใช้เสียง 376 เสียง ดังนั้น ต้องโหวตกันในที่ประชุมรัฐสภา การนัดประชุมแต่ละครั้ง จะต้องดูความเหมาะสม ถ้าทำอะไรด้วยความเหมาะสม และเป็นประโยชน์กับประชาชน สิ่งนั้นจะบรรลุเป้าหมาย
ส่วนการเลื่อนลำดับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หลัง ส.ส. 2 คน จากพรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติลาออกนั้น ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ อธิบายว่า จะต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อน และจะเข้าสู่กระบวนการเลื่อนลำดับต่อไป




