เรียกได้ว่า แสบๆ คันๆ พอสมควรสำหรับฉายา ‘(วัน) นอ-มินี’ ที่สื่อมวลชนรัฐสภามอบให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสะท้อนการทํางาน แต่ในฐานะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ วันมูหะมัดนอร์ ก็มองว่า ถือเป็นเรื่องหยอกล้อกันธรรมดา ก็ต้องยอมรับ อีกทั้งยืนยันว่า สภาฯ นั้นทํางานเต็มที่เพื่อประชาชน พร้อมย้ำด้วยว่า ไม่ได้เป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทย แต่อย่างใด
ผมมาทําหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่คนของพรรคใด เป็นไปตามกลไกของสภาฯ เพราะประเทศจะขาดรัฐบาลไม่ได้ ยืนยันว่าไม่ใช่นอมินี
ส่วนประเด็นการสะท้อนว่ามีการตัดสินเข้าข้างพรรคเพื่อไทยหลายครั้งนั้น วันมูหะมัดนอร์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
ตอนแรกผมก็สนับสนุนให้พรรคก้าวไกล เป็นรัฐบาล เพราะได้เสียงข้างมาก แต่เมื่อถึงสุดทางไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีการปรับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามเสียงของสภาฯ
เมื่อถามว่า โกรธหรือไม่ที่สื่อฯ ตั้งฉายานี้ วันมูหะมัดนอร์ ก็ยืนยันว่า ไม่โกรธ และเป็นเรื่องธรรมดา
มองฉายา ‘สภาลวงละคร’ เป็นเรื่องปกติ ชี้สภาฯ ทั่วโลกก็ป่วนเหมือนกัน มองตั้งฉายาเป็นสีสันช่วงสิ้นปี เชื่อ ‘ดาวสภา’ ฉายแสงตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนฉายา ‘สภาลวงละคร’ ที่สื่อรัฐสภา ตั้งให้เพื่อสะท้อนการทํางานของสภาฯ นั้น วันมูหะมัดนอร์ ก็ให้ความเห็นว่า สภาฯ เป็นเรื่องของที่ประชุมและถกเถียงกันเพื่อหาข้อยุติ และสภาฯ ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้
แต่สภาฯ ของประเทศไทยอาจดีกว่าหลายแห่ง ด้วยซํ้าไป อย่าไปกังวลว่าสภาฯ ป่วนหรือไม่ มันเป็นปรากฏการณ์ของสภาทั่วโลก ถ้ามันเรียบร้อยไม่มีถกเถียงก็ไม่ใช่สภา ผมมองเป็นเรื่องสนุกสนานในช่วงเทศกาลปีใหม่
ส่วนเรื่องตําแหน่ง ‘ดาวสภา’ วันมูหะมัดนอร์ มองว่า จะมีตอนอภิรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหวังว่าดาวจะเกิดตอนนั้น และดาวไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน

ชี้ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นใหญ่การเมืองปีหน้า ขอประชาชนประเมินผลรัฐบาลด้วยใจเป็นธรรม เพื่อจะได้นำไปปรับปรุง
สำหรับสถานการณ์การเมืองในปี 2567 วันมูหะมัดนอร์ ก็มองว่า ปีหน้าประชาชนคงจะได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายเรื่องที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลง เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่คงมีความคืบหน้าในการทำประชามติ และสรรหาหรือเลือกกรรมการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอสภาฯ ต่อไป ดังนั้น ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นใหญ่ของการเมืองปีหน้า
ในปีหน้า รัฐบาลจะทำงานเกือบ 1 ปี ผลงานรัฐบาล ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชน ประชาชนคงต้องประเมินผลทุกฝ่ายอย่างใจเป็นธรรม เพื่อจะให้ทุกฝ่ายปรับปรุงการทำงานต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือข้าราชการ เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข ความเจริญ ให้บ้านเมืองพัฒนาต่อไปข้างหน้า




