วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการดำรงตำแหน่งของรักษาการ ว่า งานของรัฐสภาก็ยังสามารถขับเคลื่อนไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ รัฐบาลรักษาการก็สามารถเสนอมาเพื่อเข้าสู่คณะกรรมาธิการ และเมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัฐพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2568 ดำเนินการพิจารณาเสร็จสิ้น ก็จะเข้าสู่วาระที่ 2-3 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครม.รักษาการ ก็สามารถเสนอมาได้ โดยกำหนดเวลาการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 105 วัน
ส่วนการส่งรายชื่อของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเรื่องของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าแล้ว จะเป็นคนเสนอรายชื่อของ ครม.ชุดใหม่ เพื่อโปรดเกล้าต่อไป
สำหรับสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ผมทราบจากรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าได้มีมติเรียบร้อยแล้ว โดยส่งชื่อของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นรัฐมนตรี ส่วนจะไปอยู่กระทรวงใด เป็นเรื่องของนายกฯ ตัดสินใจ รายละเอียดอื่นๆ ผมยังไม่ทราบ ทราบเพียงว่าเสนอชื่อตามสัดส่วนโควตาพรรคการเมือง
— วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ส่วนกระแสข่าวที่พรรคประชาชาติ เคยขอเก้าอี้รัฐมนตรี 2 ที่นั่งนั้น วันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค รู้เพียงว่าส่งไป 1 รายชื่อเท่านั้น
เมื่อถามถึงตำแหน่งประธานสภาฯ ที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะทวงคืนเก้าอี้ วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เก้าอี้ประธานสภาฯ เป็นเรื่องของ สส. และเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เนื่องจากว่า ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ออกจากตำแหน่งไป ก็รอทางวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านส่งรายชื่อมา สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกองการประชุมพร้อมที่จะจัดให้มีการเลือกรองประธานสภาฯ คนที่1 ทันทีที่ได้รับแจ้งจากประธานวิปทั้งสองฝ่าย
ในวันพรุ่งนี้ (23 ส.ค.) จะย้ำอีกครั้ง เพราะจะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาการประชุมร่วม โดยมีวาระที่จำเป็นต้องประชุมภายในวันที่ 30 ส.ค.นี้
— วันมูหะมัดนอร์ มะทา
เมื่อถามว่า การเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่ล่าช้า เป็นเพราะว่าต้องรอจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการต่อรองเก้าอี้ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของวิปทั้งสองฝ่าย ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกองการประชุม ได้เตรียมวาระและเครื่องมือสำหรับการเลือกไว้ทั้งหมดแล้ว จะพยายามให้เสร็จสิ้นโดนเร็ว โดยมีภาระหน้าที่ของประธานฯ และรองประธานฯ ที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน ผ่านการมอบหมายงาน
ผมมองว่า ในสัปดาห์หน้าควรเลือกได้แล้ว ยืนยันว่าไม่มีอำนาจกดดันจากฝ่ายใด ทำงานสบาย ๆ
— วันมูหะมัดนอร์ มะทา
เป็นเพียงหน่วยรับเรื่อง! แจงต้องตรวจสอบรายละเอียดข้อร้องเรียนจริยธรรมปม ‘บิ๊กป้อม’ หยุมหัวนักข่าว
ส่วนที่มีผู้ร้องสอบจริยธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สืบเนื่องจากกรณี ‘คุกคามนักข่าว’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นว่า สภาฯ เป็นเพียงหน่วยงานรับเรื่องเท่านั้น โดยฝ่ายกฎหมายจะต้องดูสิ่งที่ปรากฏ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป คงจะต้องมีการตรวจสอบ ทั้งยังเป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลฎีกา
ไม่มีอำนาจชี้ขาด เตรียมส่งให้หน่วยงานตาม รธน.วินิจฉัย
ดังนั้น ประธานสภาฯ ไม่ได้มีหน้าที่วินิจฉัยว่าความ ถ้าเขาเรียกร้องถูกต้อง ข้อกฎหมายถูกต้อง ก็ต้องส่งให้หน่วยงานที่พิจารณาเรื่องนี้ ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องส่งให้หน่วยงานใด ขอให้รอฝ่ายกฎหมายเสนอมาให้กับประธานสภาฯ เพราะยังไม่เห็นคำร้อง เป็นเรื่องจริยธรรมหรือร้องเรื่องอะไร ยืนยันว่า สภาฯ ไม่ได้มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้
ขอให้ดูว่าร้อง พล.อ.ประวิตร ในฐานะใด ในฐานะ สส. ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ สส. อาจเป็นเรื่องของหน่วยงานอื่น ต้องดูในรายละเอียด เพราะเหตุเกิดขึ้นนอกสภาฯ
— วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ตรวจรับอาคารรัฐสภา 100% แล้ว
อีกด้าน ว่าที่ร้อยตํารวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจรับอาคารรัฐสภา ว่า ยังมีงานที่เหลืออยู่ แต่เกือบครบ 100% ส่วนในการตรวจรับครั้งสุดท้าย กรรมการตรวจการจ้าง ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ก็ต้องวินิจฉัยว่ามีความเห็นอย่างไร จึงได้สอบถามความคิดเห็นทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงผู้คุมงาน ที่ปรึกษา และขอความเห็นจากสำนักกฎหมาย และปรึกษากับพนักงานอัยการ
ท่านให้ความเห็นว่า ในกรณีนี้หัวหน้าส่วนราชการต้องใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยและชั่งน้ำหนัก ว่าจะเลือกความเห็นของฝั่งใด โดยผมได้วินิจฉัยเห็นตามเสียงข้างมาก จึงได้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ถือเป็นการผู้รับจ้างรับมอบงานหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ จากผู้รับจ้าง
— ว่าที่ร้อยตํารวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์
เตรียมข้อต่อสู้คดีปม ‘ซิโน-ไทย’ ฟ้องไว้แล้ว
เมื่อถามว่า หากมีการรับมอบกังวลหรือไม่ หากนำไปสู่การร้องถึงปัญหาการก่อสร้างต่าง ๆ เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงประกาศหนึ่งว่า การส่งมอบงานแต่ละอย่าง พอรับมอบแล้วก็ต้องมีการใช้งาน แม้จะไม่ได้เข้ามาใช้งาน 100% แต่ก็มีการทยอยส่งมอบงาน ทยอยใช้ในแต่ละส่วน ซึ่งอาจมีข้อบกพร่อง แต่ต้องไปดูว่าเกิดจากการใช้งานหรือการก่อสร้าง ส่วนประเด็นที่เมื่อมีการรับมอบงานแล้ว ระหว่างสำนักงานและผู้รับจ้าง เรามีสัญญาข้อผูกพันระยะเวลา 2 ปี ที่จะดำเนินการแก้ไขชำรุดในส่วนที่เป็นข้อบกพร่อง
ส่วนกรณีที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่นฯ ฟ้องศาลปกครอง ตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากสำนักเลขาธิการสภาฯ รับมอบล่าช้า ทำให้เกิดความสูญเสียนั้น ว่าที่ร้อยตํารวจตรี อาพัทธ์ กล่าวว่า ศาลปกครองมีการเรียกพยานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีการกำหนดพิจารณาคดีนัดแรกในเดือนสิงหาคม
ส่วนมีความกังวลในคดีนี้หรือไม่นั้น เราได้ปรึกษากับพนักงานอัยการ เราก็มีข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่จะใช้ต่อสู้ในเรื่องที่ผู้รับจ้างฟ้องมา
— ว่าที่ร้อยตํารวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์





