10 ก.ค. 2566 ที่ห้องรับรองประธานรัฐสภา ชั้น10 อาคารรัฐสภา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร รับการแสดงความยินดี จาก ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภา เนื่องในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 66
จากนั้นในเวลา10.00น. วันมูหะมัดนอร์ ประธานสภาฯ พร้อมด้วย ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ รองประธานสภาฯคนที่ 1 และ ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาฯคนที่ 2 ได้พบปะข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภา ในการเข้าร่วมรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งการแบ่งงานให้กับรองประธานสภาทั้งสองคน
ทั้งนี้ มีรายงานข่าว วันมูหะมัดนอร์กล่าวกับข้าราชการว่า ขอให้ข้าราชการรัฐสภา ตั้งใจทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ของรัฐสภาและประชาชน การทำดีพระเจ้ามองเห็น ทำดีต้องได้ดี ขอให้ทำงานด้วยความโปร่งใส ยึดระบบคุณธรรม และรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายและประชาชน
วันมูหะมัดนอร์ ยังได้กล่าวความในใจตอนหนึ่งด้วยว่า ตั้งใจเข้ามาเป็น ส.ส. โดยไม่หวังตำแหน่งใดๆ เพราะตนเคยเป็นประธานสภาฯมาแล้ว แต่เว้นวรรคไป 27 ปี อย่างไรก็ตาม การเข้ารับตำแหน่งประธานสภา เพราะเป็นความจำเป็นทางการเมือง เพื่อให้ตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนให้ได้
ทั้งนี้ ตนและรองประธานสภาฯทั้ง 2 คน มีความตั้งใจในการทำงาน เบื้องต้นในการประชุมสภาอาจจะเพิ่มวันประชุมจากเดิมสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธและวันพฤหัสบดี จะเพิ่มเป็น 3 วัน อาจจะเพิ่มวันอังคาร หรือวันศุกร์ เพื่อเป็นการประชุมสภา ส่วนอีก 2 วัน จะเป็นงานของคณะกรรมาธิการ
ขณะที่ปดิพัทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมกับหารือกับประธานสภาถึงการแบ่งงานว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูด้านการพิจารณากฎหมายทั้งหมด และระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งงานด้านการต่างประเทศ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์
เมื่อถามว่า ได้รับมอบหมายให้ดูด้านกฎหมาย จะทำให้ผลักดันกฎหมายที่พรรคก้าวไกล จะเสนอสะดวกขึ้นหรือไม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไประเบียบ ไม่ใช่จะต้องมาทำให้พรรคไหนสะดวกขึ้น และถ้าเวลาการพิจารณากฎหมายมีมากเพียงพอก็จะไม่เสียเวลา อย่างคราวที่แล้ว สภาเสียเวลาไปกับการพิจารณาหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ตนจะมาตัดตอนให้มันดี ในส่วนที่เกี่ยวกับระบบ และการเสนอกฎหมายของสมาชิก ไม่ใช่จะมาอำนวยความสะดวกให้เฉพาะพรรค ก.ก.เท่านั้น
เมื่อถามว่า เป็นเช่นนี้แสดงว่า พรรค ก้าวไกลจะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่ เพราะบางเรื่องน่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ ปดิพัทธ์กล่าวว่า ใช่ บางเรื่องก็นำไปวินิจฉัยในสภา ไม่ต้องมาอยู่ที่ประธานสภาอย่างเดียว
ขณะที่นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องการกลั่นกรองกระทู้ถาม และญัตติ เรื่องที่ประธานสภาแจ้งต่อที่ประชุมสภา การรับรองรายงานการประชุม และเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ไช่เรื่องเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) รวมทั้งการพิจารณาการลาการประชุมของสมาชิก การพิจารณาส่งข้อหารือของสภาชิกให้รัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ นอกจากนี้ ตนยังได้ดูเรื่องกำกับงานบริหารของสำนักงานเลขาธิการสภา เกี่ยวกับงานด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ ด้านกฎหมาย ด้านกรรมาธิการ และด้านความปลอดภัย
เมื่อถามว่า เมื่อได้ดูเรื่องความปลอดภัย หมายความว่าต้องเตรียมรับมือการชุมนุมวันที่ 13ก.ค. ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยใช่หรือไม่ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องช่วยดูด้วย โดยได้ประสานกับตำรวจไว้พร้อมแล้ว ซึ่งตนไม่ได้หนักใจอะไร ก็จะดูให้เป็นไปตามสถานการณ์ ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการกางเต็นท์ให้กับผู้ชุมนุมนั้น จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12ก.ค. โดยทาง กทม.จะเข้ามาดำเนินการ
จากนั้นในเวลา10.00น. วันมูหะมัดนอร์ ประธานสภาฯ พร้อมด้วย ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ รองประธานสภาฯคนที่ 1 และ ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาฯคนที่ 2 ได้พบปะข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภา ในการเข้าร่วมรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งการแบ่งงานให้กับรองประธานสภาทั้งสองคน
ทั้งนี้ มีรายงานข่าว วันมูหะมัดนอร์กล่าวกับข้าราชการว่า ขอให้ข้าราชการรัฐสภา ตั้งใจทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ของรัฐสภาและประชาชน การทำดีพระเจ้ามองเห็น ทำดีต้องได้ดี ขอให้ทำงานด้วยความโปร่งใส ยึดระบบคุณธรรม และรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายและประชาชน
วันมูหะมัดนอร์ ยังได้กล่าวความในใจตอนหนึ่งด้วยว่า ตั้งใจเข้ามาเป็น ส.ส. โดยไม่หวังตำแหน่งใดๆ เพราะตนเคยเป็นประธานสภาฯมาแล้ว แต่เว้นวรรคไป 27 ปี อย่างไรก็ตาม การเข้ารับตำแหน่งประธานสภา เพราะเป็นความจำเป็นทางการเมือง เพื่อให้ตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนให้ได้
ทั้งนี้ ตนและรองประธานสภาฯทั้ง 2 คน มีความตั้งใจในการทำงาน เบื้องต้นในการประชุมสภาอาจจะเพิ่มวันประชุมจากเดิมสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธและวันพฤหัสบดี จะเพิ่มเป็น 3 วัน อาจจะเพิ่มวันอังคาร หรือวันศุกร์ เพื่อเป็นการประชุมสภา ส่วนอีก 2 วัน จะเป็นงานของคณะกรรมาธิการ
ขณะที่ปดิพัทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมกับหารือกับประธานสภาถึงการแบ่งงานว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูด้านการพิจารณากฎหมายทั้งหมด และระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งงานด้านการต่างประเทศ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์
เมื่อถามว่า ได้รับมอบหมายให้ดูด้านกฎหมาย จะทำให้ผลักดันกฎหมายที่พรรคก้าวไกล จะเสนอสะดวกขึ้นหรือไม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไประเบียบ ไม่ใช่จะต้องมาทำให้พรรคไหนสะดวกขึ้น และถ้าเวลาการพิจารณากฎหมายมีมากเพียงพอก็จะไม่เสียเวลา อย่างคราวที่แล้ว สภาเสียเวลาไปกับการพิจารณาหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ตนจะมาตัดตอนให้มันดี ในส่วนที่เกี่ยวกับระบบ และการเสนอกฎหมายของสมาชิก ไม่ใช่จะมาอำนวยความสะดวกให้เฉพาะพรรค ก.ก.เท่านั้น
เมื่อถามว่า เป็นเช่นนี้แสดงว่า พรรค ก้าวไกลจะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่ เพราะบางเรื่องน่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ ปดิพัทธ์กล่าวว่า ใช่ บางเรื่องก็นำไปวินิจฉัยในสภา ไม่ต้องมาอยู่ที่ประธานสภาอย่างเดียว
ขณะที่นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องการกลั่นกรองกระทู้ถาม และญัตติ เรื่องที่ประธานสภาแจ้งต่อที่ประชุมสภา การรับรองรายงานการประชุม และเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ไช่เรื่องเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) รวมทั้งการพิจารณาการลาการประชุมของสมาชิก การพิจารณาส่งข้อหารือของสภาชิกให้รัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ นอกจากนี้ ตนยังได้ดูเรื่องกำกับงานบริหารของสำนักงานเลขาธิการสภา เกี่ยวกับงานด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ ด้านกฎหมาย ด้านกรรมาธิการ และด้านความปลอดภัย
เมื่อถามว่า เมื่อได้ดูเรื่องความปลอดภัย หมายความว่าต้องเตรียมรับมือการชุมนุมวันที่ 13ก.ค. ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยใช่หรือไม่ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องช่วยดูด้วย โดยได้ประสานกับตำรวจไว้พร้อมแล้ว ซึ่งตนไม่ได้หนักใจอะไร ก็จะดูให้เป็นไปตามสถานการณ์ ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการกางเต็นท์ให้กับผู้ชุมนุมนั้น จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12ก.ค. โดยทาง กทม.จะเข้ามาดำเนินการ




