‘ประธานวันนอร์’ หวังประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่รัฐสภาได้

3 ต.ค. 2566 - 09:10

  • ‘ประธานวันนอร์’ เดินสำรวจรัฐสภา อ้างทำความรู้จักพื้นที่ให้มากขึ้น ไม่เกี่ยวตรวจรับงาน

  • หวังเป็นที่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ เผยได้เลขาธิการสภาฯ คนใหม่ เร็วๆ นี้

Wan_Muhammad_Noor_hoped_people_will_be_able_to_use_parliamentary_area_SPACEBAR_Hero_06adbb1e70.jpg

(2 ต.ค. 2566) ที่รัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดให้ใช้ประโยชน์บริเวณลานประชาชน ว่า ประชาชนจะสามารถใช้ได้เมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ดำเนินการ ขณะที่ตนเองได้มาดูบรรยากาศทั่วๆไป เพื่อทำความรู้จักสถานที่ รวมทั้งเพื่อให้จัดการได้ถูกต้อง แต่ไม่เกี่ยวกับการรับงาน หรือไม่รับงาน เนื่องจากเป็นเรื่องของคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเฉพาะอยู่แล้ว โดยตนเองเพียงแต่มาดูเพื่อเห็นสภาพเท่านั้น ส่วนการรับงาน 100% ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการฯ  

“ดีใจที่สภาใหม่มีลานสำหรับประชาชน หากมาอย่างสงบ หรือต้องการติดต่อกับสภา ก็ให้ใช้พื้นที่ได้ เราอยากให้เป็นสภาของประชาชน อย่างไรก็ตาม ต้องมีมาตรการดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และในส่วนของห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ของสภา ทำอย่างไรจะให้ถูกที่ถูกทาง เนื่องจากปัจจุบัน ห้องสมุดรัฐสภาที่ควรให้นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ามาใช้ ไปอยู่ที่ชั้น 10 ซึ่งไม่สะดวก แม้แต่สมาชิกรัฐสภาก็ยังไปใช้ได้ไม่มากนัก หากต้องการให้ประชาชนเข้าใช้ได้ ก็ต้องปรับปรุงเพื่อให้ได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับงาน 100% จึงยังไปปรับปรุงไม่ได้” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีเลขาธิการสภาฯ คนใหม่ จะมีการชะลอการรับงานก่อสร้างรัฐสภา ก่อนหรือไม่นั้น วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า คงมีได้เร็วๆ นี้ แต่ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของสภาฯ และทุกฝ่าย ต้องไม่มีการเมืองแทรกแซงข้าราชการประจำ แต่ต้องได้คนที่ทำงานมีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา และบริหารงานสภาฯ ด้วยดี 

ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร.) จะมีการพิจารณาแคนดิเดตเลขาธิการสภาฯ เมื่อไหร่นั้น วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า การประชุม กร.ครั้งหน้า ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ หากการรับฟังความเห็นแล้วเสร็จ ก็สามารถเสนอเลขาธิการสภาฯ ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จ เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สมัคร โดยไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง หรือจากฝ่ายใดๆ ในการเลือกคน โดยจะให้เลือกไปตามกติกาจริงๆ 

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาฯ ของพรรคก้าวไกล ต้องลดไป 1 คณะ หลังจากพรรคก้าวไกลมีมติขับ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก ออกจากพรรค นั้นขึ้นอยู่กับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 และคณะ กมธ.ที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรค

“สัดส่วนมีอยู่แล้ว เล็กๆน้อยๆคงตกลงกันได้ไม่มีอะไรยุ่งยาก” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว 

เมื่อถามถึงการแก้ข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เสร็จแล้วหรือไม่ วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ถ้าเป็นประโยชน์ควรแก้ไขข้อบังคับได้ แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนภารกิจ คงต้องคุยกันวงในก่อน เพื่อเสนอให้สภาฯ พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ชื่อไม่สำคัญเท่าภารกิจที่มีความสำคัญในการทำงานต้องไม่ให้ซ้ำซ้อน และเป็นภารกิจที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนได้ อาจจะเป็นการเปลี่ยนภายใน หรือเปลี่ยนโดยขอมติจากที่ประชุมสภาฯ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์