วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางมารับหนังสือรับรอง ส.ส. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมขอบคุณ กกต. ที่รับรอง ส.ส. เร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ พร้อมระบุ เป็นประโยชน์กับประชาชนที่รอคอยการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ และเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น ขณะที่การกำหนดนโยบายร่วมกันของคณะทำงานเปลี่ยนผ่านจาก 8 พรรคพรรคการเมือง ก็มีความคืบหน้าในทุกด้าน
ส่วนการหารือร่วมกันของหัวหน้าพรรคจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ คาดว่า จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ หลังให้พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ไปตกลงกันเรื่องตำแหน่ง ว่าพรรคใดจะเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งเชื่อว่า ทั้งสองพรรคได้วางตัวบุคคลไว้แล้ว และเชื่อว่าทั้งสองพรรคคงคัดบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่เป็นอย่างดี เพราะต้องมาทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และต้องเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ ความสามารถ ก็จะทำให้งานของสภาฯ คืบหน้าไปได้ด้วยดี เพราะยังมีกฎหมายอีกเยอะที่ต้องแก้ไข เช่น เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ ว่าจะกำหนดให้รวดเร็วได้อย่างไร เพื่อดำเนินการแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ประชาชนต้องการ และเป็นผู้นำในการปฏิรูปฝ่ายนิติบัญญัติ
“ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตประธานสภาฯ มองว่า บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ ไม่เกี่ยวกับอายุและประสบการณ์ทางการเมืองน้อย แต่ต้องมีบุคลิกที่เป็นผู้นำให้คนเคารพ และควบคุมการประชุมได้ รวมถึงต้องศึกษาข้อบังคับและกฎหมายให้แม่นยำ และตัดสินบนพื้นฐานการให้โอกาสของสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด แต่ต้องรักษาข้อบังคับของสภาฯ ด้วย และรายชื่อบุคคลที่สื่อมวลชนนำเสนอ หากเป็นไปตามนี้ ก็เชื่อว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้ดี” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
ส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า จะมีการพูดคุยหลังการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งแต่ละตำแหน่งต้องเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน จะได้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนพรรคประชาชาติเป็นพรรคเล็ก ต้องรอให้มีการพูดคุยแล้วว่าจะได้โควตาตำแหน่งใด
ส่วนการหารือร่วมกันของหัวหน้าพรรคจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ คาดว่า จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ หลังให้พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ไปตกลงกันเรื่องตำแหน่ง ว่าพรรคใดจะเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งเชื่อว่า ทั้งสองพรรคได้วางตัวบุคคลไว้แล้ว และเชื่อว่าทั้งสองพรรคคงคัดบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่เป็นอย่างดี เพราะต้องมาทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และต้องเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ ความสามารถ ก็จะทำให้งานของสภาฯ คืบหน้าไปได้ด้วยดี เพราะยังมีกฎหมายอีกเยอะที่ต้องแก้ไข เช่น เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ ว่าจะกำหนดให้รวดเร็วได้อย่างไร เพื่อดำเนินการแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ประชาชนต้องการ และเป็นผู้นำในการปฏิรูปฝ่ายนิติบัญญัติ
“ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตประธานสภาฯ มองว่า บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ ไม่เกี่ยวกับอายุและประสบการณ์ทางการเมืองน้อย แต่ต้องมีบุคลิกที่เป็นผู้นำให้คนเคารพ และควบคุมการประชุมได้ รวมถึงต้องศึกษาข้อบังคับและกฎหมายให้แม่นยำ และตัดสินบนพื้นฐานการให้โอกาสของสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด แต่ต้องรักษาข้อบังคับของสภาฯ ด้วย และรายชื่อบุคคลที่สื่อมวลชนนำเสนอ หากเป็นไปตามนี้ ก็เชื่อว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้ดี” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
ส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า จะมีการพูดคุยหลังการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งแต่ละตำแหน่งต้องเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน จะได้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนพรรคประชาชาติเป็นพรรคเล็ก ต้องรอให้มีการพูดคุยแล้วว่าจะได้โควตาตำแหน่งใด




