วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มี ข่าวการซื้อขายตำแหน่งในกรรมาธิการ (กมธ.) และมีการซื้อขายบัตรจอดรถแบบวีไอพีในรัฐสภา ว่า เรื่องการซื้อขายตำแหน่งรัฐสภาไม่สนับสนุนและไม่อาจจะกระทำได้ รวมถึงบัตรเข้า-ออกสภาฯ หากพบว่ามีข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะมีการลงโทษถึงขั้นรุนแรงซึ่งเคยมีการไล่ออก ไปอย่างน้อย 2 คนแล้วและลดเงินเดือนพิจารณาโทษไป 3-4 คน
ประธานสภาฯวันนอร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสภาฯ พยายามที่จะเข้มงวด แต่เนื่องจากรัฐสภาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่นรัฐบาล กรรมาธิการในส่วนของ สส.บ้าง ซึ่งต้องมีคนที่ขออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกสภาฯ เพื่อเข้าประชุมและร่วมทำกิจกรรมกับสภาฯ จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างจำกัดจำนวน หากมีความผิดพลาดก็ต้องตรวจสอบไป
“ยืนยันเราจะไม่ยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะเกิดความเสียหาย และคิดว่าในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในส่วนของสภาฯ ที่ตนดูแลคงไม่มี แต่ในเรื่องที่เป็นข่าวก็คงต้องตรวจสอบต่อไป โดยเฉพาะเรื่องของกรรมาธิการฯ”
เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือว่ามีช่องโหว่หรือไม่และต้องยกระดับอย่างไร ประธานสภาฯ กล่าวว่า เราพยายามลดช่องว่างช่องโหว่และกวดขันมากขึ้น จำกัดจำนวนจำกัดบัตรให้มากขึ้น แต่ก็ต้องให้ความสะดวกบ้าง หากเข้มงวดจนไม่เกิดความสะดวกงานก็อาจจะเสียได้ ดังนั้นต้องให้เกิดความสมดุลให้ได้ ระหว่างความสะดวกกับความถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ
เมื่อถามถึง ปัญหาเรื่องของวุฒิการศึกษาที่มีการอ้างว่ารัฐสภาให้การรับรองสถาบันการศึกษา California University ประธานสภาฯ วันนอร์ กล่าวว่า เรื่องวุฒิการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของสภาฯ ที่จะไปรับรองใคร เพราะหน้าที่ในการตรวจวุฒิการศึกษาเป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่วนเมื่อไปสมัครในส่วนต่างๆ ก็เป็นเรื่องของหน่วยงานนั้นในการตรวจสอบ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ทางสภาไม่มีหน้าที่การรับรอง ซึ่งเราทราบดีและไม่ทำในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่
“ดังนั้นที่มีการแอบอ้าง ตนได้ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงแล้วว่าที่แอบอ้างนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และ ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยนี้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งได้สอบถามแล้วทราบว่าไม่ได้รับรองเช่นกัน ฉะนั้นต้องช่วยกัน ตนคิดว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมีความชัดเจน ว่าได้รับรองจากใครเพราะความจริงแล้วเรื่องวุฒิต่างๆเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่หน้าที่ของสภาฯ”
เมื่อถามถึง กรณีมีข่าวผู้ที่รับตำแหน่งที่ปรึกษา เลขานุการกรรมาธิการ ใช้ใบปริญญาปลอมนั้น ประธานสภาฯกล่าวว่า ตำแหน่งผู้ชำนาญการหรือที่ปรึกษากรรมาธิการ ส่วนใหญ่ไม่ได้จำกัด ในเรื่องของคุณวุฒิ แต่เอาเรื่องของประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ที่ประธานคณะกรรมการฯ เสนอตามสัดส่วน ไม่ได้ขอมาแล้วได้ทุกคนเพราะมีจำนวนจำกัด สำหรับคนที่มีค่าตอบแทนเพียง 4-5 คนเท่านั้น และหากจะตั้งเพิ่ม ให้มาช่วยโดยไม่มีเงินเดือน ประธานกรรมการก็ลงนามแต่งตั้งเอง
ส่ง ‘พิเชษฐ์’ ประสานวิป 3 ฝ่ายคุยกรอบเวลาถกงบเพิ่มกลางปี 67 คาดถกวันเดียวจบ
ประธานสภาฯ ยังกล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอในวันที่ 17 ก.ค.นี้ ว่า ได้มอบให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เชิญตัวแทน 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน มาประชุมหารือเพื่อกำหนดกรอบเวลา และทิศทางในการพิจารณาว่าจะแบ่งกันอย่างไร ซึ่งคิดว่าคงเรียบร้อย
เนื่องจากเป็นการพิจารณางบประมาณเพิ่มเติมที่รัฐบาลเสนอเข้ามาทราบว่าจะใช้เวลาเพียงวันเดียว คือวันที่ 17 ก.ค.นี้ ก็น่าจะเพียงพอ เพราะเป็นงบประมาณ ก้อนเดียวไม่ได้แยกเป็นรายกระทรวง หรือมีรายละเอียดมากมาย โดยรัฐบาลก็ต้องชี้แจงว่าจำนวนที่ขอเท่าไหร่ ประมาณส่วนนี้มาจากไหนและจะไปใช้อย่างไร ขณะที่สมาชิกก็ต้องอภิปรายว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลเสนอ ก็เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับการประชุม
ส่วนจะพิจารณา 3 วาระรวดหรือไม่นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่โดยปกติแล้วก็จะพิจารณา กัน 3 วาระโดยวันที่ 17 ก.ค.นี้ จะเห็นชอบในหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาศึกษา หรือหากที่ประชุมเห็นว่ามีเพียงมาตราเดียวจะเอา 3 วาระรวดก็ต้องแล้วแต่ที่ประชุม




