‘วันชัย’ ชี้ สว.เสียงแตก 3 กลุ่ม ยื่นซักฟอกรัฐบาล ม.153

9 ม.ค. 2567 - 16:53

  • ‘วันชัย’ กางเสียง สว. ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลตาม ม.153 เสียงแตกเป็น 3 กลุ่ม

  • เชื่อได้ 84 เสียงยาก หลังพบ ‘สว.สายทหาร’ ไม่ขยับ เตือนได้ไม่คุ้มเสียหลายคนอยากกลับบ้านแล้ว

Wanchai_points_out_that_the_Senate_s_voice_is_broken_Submit_a_discussion_with_the_government_Section_153_SPACEBAR_Hero_d2ce408cc9.jpg

รัฐสภา (9 มกราคม 2567) นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการฯได้ล่ารายชื่อ สว. จำนวน 1 ใน 3 เพื่อยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 จะสามารถรวบรวม สว.ได้ครบทั้ง 84 คนหรือไม่ 

สว.วันชัย กล่าวว่า เท่าที่ดูบรรยากาศก็ยังไม่ตูมตามเปรี้ยงปร้าง ยังเกิดความคิดอยู่ใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ตกลงพร้อมที่จะเดินเครื่องอภิปรายฯ เป็นแกนนำจาก กมธ.พัฒนาการเมือง นำโดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.พร้อมคณะ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพลเรือน หรืออาจจะเรียกว่าเป็นกลุ่มอิสระ 

ขณะที่กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่มีท่าทีชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่ารัฐบาลเพิ่งจะเริ่มทำงาน 3-4 เดือน งบประมาณยังไม่ได้ใช้ ไม่เห็นว่าจะต้องรีบอภิปรายฯ เรื่องที่ต้องการพูดหรือมีการกล่าวที่ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงนั้นบางเรื่องยังไม่ได้ทำ และบางเรื่องก็เป็นของรัฐบาลที่แล้ว 

รวมทั้งเขาคิดว่ารัฐบาลที่แล้ว สว.ไม่เปิดอภิปรายฯ ขืนเปิดอภิปรายฯ จะถูกกล่าวหาหรือถูกโจมตีมันจะเสียกว่าได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็มีท่าทีค่อนข้างชัดว่าไม่เห็นด้วย และกลุ่มที่ 3 เท่าที่ดูถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นกลุ่มกลางๆ รอดูสถานการณ์บรรยากาศยังเก็บตัวเงียบอยู่

“เท่าที่ผมประเมินภาพรวมในขณะนี้ 84 เสียง ณวันนี้และวันต่อๆ ไปไม่ง่ายนัก ต้องยอมรับว่ากลุ่มใหญ่ที่คุมเสียง และดูจาก สว.ส่วนใหญ่มาจากทหาร ถ้าทหารไม่ขยับ ซึ่งทหารเป็นพวกกลุ่มก้อนใหญ่ ฉะนั้นกลุ่มนี้เท่าที่ผมดูท่าที ยังไม่มีท่าทีขยับอะไร ดังนั้นถ้าท่าทีกลุ่มนี้ไม่ขับเคลื่อนเมื่อไหร่ ก็ยาก”

สว.วันชัย กล่าวด้วยว่า หากถามว่ากลุ่มสายพลเรือนที่เป็นอิสระก็แตกทางความคิดกระจัดกระจาย ไม่ได้มีพลัง ถึงขนาด 84 เสียงอยู่ในตัว ฉะนั้นท่าทีที่ปรากฏจึงเป็นในลักษณะอย่างนี้ และโดยพื้นที่ฐานเท่าที่ตนทำงานการเมืองมา กลุ่มใดที่มีอำนาจกระแสทางการเมืองก็จะไปทางนั้น และบางคนบอกว่าเรากำลังจะหมดหน้าที่อยู่แล้ว เราไม่น่าไปมีท่าทีในการอภิปราย 

“ซึ่งบางคนมองว่ามาตรานี้เป็นเรื่องที่ให้รัฐบาลมาชี้แจงเท่านั้น แต่บางคนบอกว่าท่าทีอย่างนี้เราจะไปหาเรื่องทำไม เพราะเรากำลังจะกลับบ้านกันอยู่แล้ว” สว.วันชัย กล่าว

เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวอยู่กลุ่มไหน สว.วันชัย กล่าวว่า ตนยังอยู่กลางๆ อยู่ ขอดูท่าทียังไม่ถึงขนาดว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และขอดูบรรยากาศสักระยะหนึ่ง รวมทั้งในมาตราดังกล่าว ในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ก่อนหน้านี้ มีการถกกันว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ต้องให้คณะรัฐมนตรีชี้แจง 

“แต่ถ้าถึงขนาดมีประเด็น 7-9 เรื่อง เรามองดูว่ายังไม่มีพลังเพียงพอ เพราะจะต้องเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างกรณีเงินดิจิทัลวอลเล็ตก็ยังไม่ได้ใช้ และยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ เป็นเรื่องที่กล่าวหากันไป ฉะนั้นเรายังมีความเห็นว่าการอภิปรายฯ ควรเป็นประเด็นที่พูดเรื่องนี้แล้วมันใช่”

เมื่อถามว่าแสดงว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ สว.วันชัย กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้นเพราะยังมีเวลา และเท่าที่ดูคณะทำงานเรื่องนี้เขาก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะตอนนี้เพิ่งเดือนมกราคม ยังมีเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม อีก จึงมีเวลาทันที่จะเดินงานประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง และไม่รู้ว่าหนึ่งเดือนครึ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ รัฐบาลจะมีสถานการณ์เป็นอย่างไร

“ถ้าสถานการณ์ของรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ บกพร่องอย่างจริงจังก็อาจจะทำให้คนร่วมลงชื่อมากขึ้นก็ได้ แต่ในสถานการณ์ที่ยังทรงๆ อยู่ ขณะนี้มองดูแล้วยังไม่ค่อยง่ายนัก” สว.วันชัย กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์